สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ หารือเรื่องปัญหาของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้น 4 ด้าน และเรียกร้องให้สภาชนเผ่าพื้นเมืองมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนชนเผ่าพื้นเมืองให้มีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ภาครัฐปฏิบัติต่อชนเผ่าพื้นเมืองไม่เท่าเทียมกัน

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ย้อยง อู๋ลุ่มเบ ฮูอัว ไก่ ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ กู๋เย่า นครไทย กู๋เก สส. พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ พรรคก้าวไกล เมื่อสักครู่คือคำแนะนำตัวของพี่น้องม้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในพี่น้องชาติพันธุ์หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์มากกว่า ๖๐ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วในแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีวัฒนธรรม ที่หลากหลาย มีอัตลักษณ์และมีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง และแต่ละกลุ่ม แต่ละชาติพันธุ์ ก็พยายามที่จะดำรงชีวิตและจะสืบสานวิถีชีวิตตามแบบดั้งเดิม ตามแบบวัฒนธรรม ของตนเอง แต่ว่าพี่น้องชาติพันธุ์เหล่านี้ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตหลายด้าน ปัญหาที่ ๑ ก็คือปัญหาสัญชาติและการเป็นพลเมืองไทย ปัญหาที่ ๒ ก็คือปัญหาที่ดินทำกินและปัญหา ที่อยู่อาศัย ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาที่ ๔ คือปัญหาของ การขาดการส่งเสริมและคุ้มครองวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภาษาชนเผ่าพื้นเมือง

วันนี้ผมลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านสนับสนุนและรับหลักการ ในร่าง พ.ร.บ. นี้ เพราะว่าพี่น้องชาติพันธุ์ทุก ๆ ชนเผ่า ทุก ๆ กลุ่ม ก็ล้วนแต่เป็นคนไทยด้วยกัน แต่วิธีการปฏิบัติของรัฐถูกปฏิบัติจากรัฐแตกต่างกัน รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๐ ได้บัญญัติรับรองให้รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครอง ชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิในการดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ตามรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ให้รัฐ พึงส่งเสริมและสนับสนุนและให้ความคุ้มครอง แต่สิ่งที่รัฐปฏิบัติกับพี่น้องชาติพันธุ์มันทำให้ พี่น้องชาติพันธุ์อย่างที่ท่านเพื่อน สส. ขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่แม้กระทั่งการกรอกเอกสารของรัฐ การกรอกสัญชาติ เชื้อชาติ แน่นอนครับ ไม่มีใครอยากกรอกว่าเป็นเชื้อชาติม้ง เชื้อชาติมลายู เชื้อชาติมอญ เพราะอะไรครับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ภาคภูมิใจในเชื้อชาติหรือในชนเผ่าของเขา แต่การถูกเลือกปฏิบัติจากรัฐไทยต่างหากที่ทำให้พี่น้องเหล่านี้ขาดโอกาส ยกตัวอย่าง ในจังหวัดพิษณุโลกมีพี่น้องม้งอยู่ที่ตำบลห้วยเฮี้ย ที่บ้านห้วยทรายเหนือ มีพี่น้องม้งอยู่ที่ บ้านภูขัด บ้านน้ำแจ้งพัฒนา ที่ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย มีพี่น้องม้งอยู่ที่บ้านน้ำไซ ที่ตำบล เนินเพิ่ม อำเภอนครไทย มีพี่น้องม้งอยู่บ้านร่มเกล้า บ้านสงบสุข บ้านน้ำคับ บ้านน้ำจวง อำเภอ ชาติตระการ นี่คือกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดพิษณุโลก แต่พี่น้องเหล่านี้ถูกปฏิบัติ จากรัฐเสมือนว่าเป็นชนชั้นสองเพราะอะไรครับ แม้กระทั่งถนนจะเข้าหมู่บ้านพี่น้องม้งในพื้นที่ ผมต่อสู้มามากกว่า ๒๕ ปี ก็ยังไม่ได้แม้แต่ถนนจะเข้าหมู่บ้าน เมื่อไม่มีถนนแน่นอนครับ ไฟฟ้าก็ไม่มี เมื่อไม่มีไฟฟ้าสัญญาณโทรศัพท์การติดต่อ เพราะฉะนั้นการพัฒนาไม่ใช่แค่พัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนามนุษย์ การพัฒนาคนในพื้นที่ยังทำได้ยากเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการมีสภาชนเผ่าพื้นเมืองจะทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยมีตัวตน อย่างน้อย ๆ สภานี้จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างชนเผ่าต่าง ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ กับหน่วยงานรัฐ ให้มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนกัน อย่างเช่น ที่อำเภอนครไทยมีหลายพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้าน ของพี่น้องม้งที่น่าจะทำการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และหน่วยงานรัฐ ก็ทำท่าทีว่าจะสนับสนุนการท่องเที่ยวกันเป็นล่ำเป็นสัน แม้แต่ถนนยังไม่ให้เขาเลยครับ เพราะฉะนั้นการเรียกร้อง แบบให้ชาวบ้านเรียกร้องกันเองกับหน่วยงานรัฐเป็นไปได้ยากมาก ยากมาก ๆ เพราะฉะนั้นการเกิดขึ้นของสภาชนเผ่าพื้นเมือง แน่นอนครับมีประโยชน์กับพ่อแม่ พี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ในประเทศไทยอย่างแน่นอน และสุดท้ายนี้อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านเล็งเห็นความสำคัญของการให้สิทธิในการเป็น มนุษย์ที่เท่าเทียมกันของพี่น้องชาติพันธุ์ในทุก ๆ กลุ่ม แล้วก็เชิญชวนให้ทุกท่านรับหลักการ ในวาระที่ ๑ นะครับ เพื่อยืนยันการมีอยู่ของพี่น้องชาติพันธุ์และสนับสนุนให้พี่น้องชาติพันธุ์ ในประเทศไทยมีสิทธิและมีเสรีภาพเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ขอบพระคุณครับ