อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง โดยเน้นความสำคัญของชนเผ่าที่มีมากกว่า 60 กลุ่มชาติพันธุ์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องการคุ้มครองภาษา วัฒนธรรม สิทธิขั้นพื้นฐาน และการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสัญชาติ สถานะบุคคล และผลกระทบจากนโยบายรัฐด้านความมั่นคง ยาเสพติด และที่ดินป่าไม้ โดยย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและให้รัฐบาลดำเนินการอย่างบูรณาการเพื่อให้ชนเผ่าพื้นเมืองได้รับสิทธิและโอกาสอย่างเท่าเทียม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ความจริงผมก็ควรจะ มีเสื้อเหมือนท่านประธานนะครับ แต่ว่าเตรียมไม่ทัน แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือจะต้องขอแสดง ข้อคิดความเห็น ตั้งเป็นประเด็นข้อสังเกตไว้เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ท่านประธานครับ ทั่วโลกมีชนเผ่าพื้นเมืองมากกว่า ๓๗๐ ล้านคน และคน ๓๗๐ ล้านคนนี้ ก็ไปกระจายอยู่มากกว่า ๙๐ ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีมากกว่า ๕,๐๐๐ ชนเผ่า และมีภาษา พื้นเมืองประจำชนเผ่ามากกว่า ๔,๐๐๐ ภาษา อนุมานว่า ๑ ภาษาต่อ ๑ ชนเผ่าหรือ ๑ ชนเผ่าต่อ ๑ ภาษา และมีคำกล่าวว่า เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยามหมิ่น กวีหรือภาษานั้นก็เป็นสิ่งยืนยันในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า ประชาชนทั่วโลก ถ้าคิดเป็นชนเผ่าจะมีสัดส่วนประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก และเป็นที่น่าสังเกตนะครับว่าชนเผ่าพื้นเมืองมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น อาศัยอยู่ในแถบ ทวีปเอเชีย ซึ่งก็คือแถบบ้านเรานี่ครับ ปัจจุบันในประเทศไทยมีประชาชนที่เป็นชนเผ่า พื้นเมืองรวมกันมากกว่า ๖๐ กลุ่มชาติพันธุ์ และจำนวนประชากรที่อยู่นี้ก็กระจายไปแทบจะ ทุกจังหวัด ท่าน สส. ประเสริฐ บุญเรือง ว่าด้วยเรื่องของหนาวลมที่เรณูไปแล้ว ผมก็มีงาน รวมเผ่าไทยมุกดาหาร มะขามหวานชายโขงเช่นกันครับ รวมเผ่าไทยมุกดาหารมีเผ่าอะไรบ้าง มีผู้ไท โซ่ ย้อ ข่า กะเลิง และมีกุลา ผมประทับใจคำกล่าวของเพื่อนสมาชิกที่บอกว่า แท้จริงแล้ว เราทุกคนก็อาจจะล้วนมีที่มาจากชนเผ่าเช่นกัน ทีนี้เราไปดูความสำคัญของ ปัญหาครับว่าเรื่องชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยนั้น มันมีความสำคัญของปัญหาสัก ๕ ประการ เรื่องอะไรบ้าง
ประการที่ ๑ ปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะบุคคล นี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ อยู่ในประเทศไทยตั้งนานแต่ว่าไม่ได้รับสัญชาติ เข้าไม่ถึงครับ และเรื่องใหญ่อีก ๑ เรื่อง ก็คือการอยู่ยังไม่มีสถานะ ผมไปอ่านคำคมก็เจอนะครับ เขาบอกว่าบางครั้งเจ็บกว่า การไม่มีใคร คือการอยู่ไปแบบไม่มีสถานะ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ลำพังสภาแห่งนี้ อาจจะไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงได้ หากรัฐบาลไม่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการ ดำเนินการ
ประการที่ ๒ ปัญหาการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง สิทธิขั้นพื้นฐานด้านบริการสาธารณสุข ในยุค ๓๐ บาท รักษาทุกโรค คนที่เข้าถึงสิทธินี้ตั้งท้องแล้วคลอด คลอดแล้วตั้งท้อง ต่อลูก ๑ คน ๓๐ บาท ๓ คน ๙๐ บาท ยังไม่ถึง ๑๐๐ บาทเลยครับ แต่ว่าการเข้าถึงสิทธินั้นก็มีข้อจำกัด ดังนั้น เราต้องไปศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์นั้นสามารถเข้าถึง สิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการแห่งรัฐนั้นได้
ประการที่ ๓ ปัญหาและผลกระทบจากนโยบาย และกฎหมายด้านความ มั่นคงแห่งชาติ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องบูรณาการและมองปัญหาแบบครบถ้วน รอบด้าน ไม่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกหรือปะผุไป
ประการที่ ๔ ปัญหาและผลกระทบจากนโยบายการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเรื่องนี้บางครั้งหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อครับ เพราะในพื้นที่ชายขอบในหลายพื้นที่นั้นมีความ เปราะบางที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการในการปราบปรามยาเสพติด
ประการต่อไป เป็นปัญหาและผลกระทบจากนโยบายด้านป่าไม้และที่ดิน ทำกิน มีหลายท่านตั้งคำถามปุจฉา วิสัชนา ว่าระหว่างคนกับป่านี้ ถ้าคนอยู่ก่อนป่า แล้วมาประกาศพื้นที่ป่าในภายหลัง คนต้องออกหรือป่าต้องออก นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นประเด็นละเอียดอ่อน
๔-๕ ประการ ที่ผมไล่เลียงมานั้น ผมก็พยายามไปอ่านในเนื้อหาที่มี การนำเสนอในเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมก็เห็นว่าในหลายเรื่อง หลายมิติก็เขียนมาได้ครบถ้วนรัดกุม แต่ว่าก็ยังมีในหลายประเด็นที่เป็นปัจจัยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งเราต้องใช้เวลา และต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ไม่เฉพาะสภาแห่งนี้ ไม่เฉพาะพี่น้องประชาชน ชนเผ่า หรือกลุ่มชาติพันธุ์ จะต้องมีรัฐบาลเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการขับเคลื่อนและผลักดันเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมยังมั่นใจและยังยืนยันนะครับว่าผมอยากจะเห็นพี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่า พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการแห่งรัฐ ทุกคนต้องเข้าถึง และผมมั่นใจผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเขาก็ได้เตรียมการในการดำเนินการเรื่องนี้ ไว้แล้ว ดังนั้นผมจะให้ความเห็นในตอนท้ายครับว่าควรที่จะได้ส่งเรื่องนี้ไปให้กับทางรัฐบาล ได้ดำเนินการทั้งในมิติของกระบวนการการมีส่วนร่วม ทั้งในมิติของการแก้ไขปัญหา แบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน และเราไม่ต้องย้อนวนกลับมาอภิปรายเรื่องนี้กันอีก ไม่ต้องมาพูดถึงความสำคัญของปัญหา และเชื่อว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นได้ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน อย่างแน่นอนครับ