ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือปัญหาสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกลิดรอน โดยเฉพาะในประเด็นสถานะพลเมือง สิทธิในที่ดินทำกิน และวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับการอนุรักษ์ป่า พร้อมเสนอร่างกฎหมายสภาชนเผ่าเพื่อรับรองสิทธิรวมกลุ่ม คุ้มครองวัฒนธรรมดั้งเดิม และผลักดันให้รับหลักการร่างกฎหมายทันทีโดยไม่ต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง ท่านประธานครับ ชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไทยนั้นมีหลายที่นะครับ ไม่ว่าอยู่ในป่า ที่ราบสูง พื้นที่ราบและเกาะแก่งชายฝั่ง ตัวผมเองเมื่อสมัยที่แล้วที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ มีโอกาสได้ไปในพื้นที่ราบสูงและในป่าอยู่หลายแห่ง นับ ๑๐ แห่ง โดยท่าน สส. มานพ คีรีภูวดล นี่ล่ะครับ มีโอกาสได้พบกับพี่น้องหลายชนเผ่า พื้นเมือง สิ่งที่ผมได้พบก็คือว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ผมได้ไปพบก็คือ สิ่งที่ ๑ สิทธิที่จะ เป็นพลเมืองบางครั้งก็ยากนะครับ เพราะว่าการพิสูจน์ตัวตนต่าง ๆ มันยากในการประกาศ ในการติดต่อสื่อสาร ในการเกิด การอะไรที่จะเป็นพลเมืองที่ได้รับสิทธิของรัฐนั้นยากมาก สิ่งที่ ๒ คือในเรื่องของที่ทำกินและที่อยู่อาศัย บางครั้งเขาอยู่มาประมาณ ๑๐๐ ปี ๑๒๐ ปี แต่รัฐเพิ่งประกาศกฎหมายขึ้นมาทับที่เขา แล้วนโยบายของรัฐมุมมองนั้นไม่เหมือนกับ พี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง นั่นคือรัฐต้องการรักษาอนุรักษ์ป่าด้วยการที่เอาคนออกจากป่า แต่ต่างจากคนเผ่าพื้นเมือง ยกตัวอย่าง พี่น้องปกาเกอะญอที่ได้อยู่ในพื้นที่เป็น ๑๒๐ ปี ดูอย่างง่าย ๆ ลงมาพี่น้องที่บางกลอยที่ได้อยู่มาเป็น ๑๐๐ กว่าปี แต่เมื่อมีการประกาศ เขตป่าอนุรักษ์ป่าสงวนขึ้นมาก็พยายามที่จะผลักดันเขาออกมา แต่วิถีชีวิตของชาว ปกาเกอะญอนั้นมันไม่ใช่วิถีชีวิตที่แยกจากป่า บางทีก็นำจากที่หนึ่งมาอีกที่หนึ่งรู้สึกว่าจะเป็น ในใจแผ่นดินมาลงอยู่บางกลอยล่างซึ่งห่างกัน พื้นที่เดิมปกาเกอะญอเข้าอยู่ด้วยการทำเป็น ไร่หมุนเวียน คือไร่หมุนเวียนบางครั้งใครบางคนอาจจะคิดว่าเป็นไร่เลื่อนลอยที่เราเรียน ในตอนประถม ก็คือทำไร่ไปแล้วเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทำลายป่าเรื่อย ๆ แต่ไร่หมุนเวียนคือการ ทำไร่เสร็จแล้วย้ายไปอีกทีหนึ่ง อีก ๕ ปี กลับมาทำที่เดิม นั่นคือเป็นการอนุรักษ์ป่า แบบวิถีธรรมชาติ เมื่อรัฐเข้ามาประกาศป่าสงวนประกาศกฎหมายเข้ามาโดยไม่เข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ทำลายป่า แล้วบางทีก็บอกว่าในส่วนของการที่อยู่ในป่านั้นมันเป็นการที่ รุกล้ำบุกรุกทั้งที่อยู่มาก่อน นี่คือปัญหาของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดี ฐานเป็นผู้บุกรุกทั้ง ๆ ที่อยู่ก่อน ความจริงรัฐไปบุกรุกเขา ในส่วนตรงนี้สถานะแบบนี้ทั้งสถานะ บุคคล ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และสร้างความเดือดร้อนเหล่านี้ พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ ไม่สามารถต่อสู้ได้ถ้าแยกกันอยู่ครับ ถ้าแยกกันทำ แยกกันอยู่ ไม่มีการรวมตัว ผมขอบคุณ พี่น้องประชาชน ท่านนักวิชาการต่าง ๆ ที่กรุณานำกฎหมายสภาชนเผ่าพื้นเมืองนี้เข้าสภา เพื่อรับรองสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ทั้งหมดซึ่งเข้าใจว่ามีประมาณ ถ้าเป็นชาติพันธุ์ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๖ ล้านคน ถ้าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองอื่น ๆ ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน และมีการรับรองเป็นพลเมืองไทยเพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ได้มีโอกาส เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาแห่งนี้ขึ้นไป กฎหมายแห่งนี้ก็จะทำให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองนั้น มีสถานะ มีตัวตนของการรวมกลุ่มขึ้นมา ตัวตนเหล่านี้ทำให้เขาสามารถที่จะโต้แย้งสิทธิ ที่สามารถทำให้เขานั้นได้รับสิทธิ เช่น สิทธิในการเป็นพลเมือง การมาต่อสู้คนเดียว การทำ คนเดียวนั้นยากมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาอยู่ สิทธิที่ทำกิน สิทธิที่อยู่อาศัย ได้มีการทำความ ตกลงกรอบความคิดของรัฐปัจจุบันมันไม่เหมือนกับกรอบความคิดที่เขาอยู่ ผมเพิ่มอีก อย่างหนึ่งก็คือว่าพี่น้องปกาเกอะญอนั้นเขามีความคิดที่จะรักษาป่าอย่างไร ยกตัวอย่าง เช่น เดปอทู เดปอทูก็คือต้นสะดือ ต้นสะดือคือเด็กที่เกิดใหม่นั้นเขาจะทำพิธีที่ต้นไม้ที่ต้นใหญ่ ไม้ยืนต้น พอทำต้นไม้ต้นนั้นที่มีการทำเดปอทูเสร็จแล้วเขาจะไม่มีการโค่นต้นไม้ หรือทำลายต้นไม้ตรงนั้น ผมคิดดูเปรียบเทียบดูถ้าเกิดคนไทยทั้งหมด ๖๕ ล้านคน ทำเดปอทู ทุกคน ต้นไม้ของไทยจะไม่ถูกทำลายอีก ๖๕ ล้านต้น ป่าจะไม่ถูกทำลาย
-๗๘/๑ นี่คือรากเหง้าของวัฒนธรรม ประเพณี การรักษาสิ่งแวดล้อมของพี่น้องชาวปกาเกอะญอ ที่ไม่มีใครรู้ครับ ตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องดู วิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่เขาทำอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการผลิตแบบอิงธรรมชาติอย่างที่บอกไร่หมุนเวียน แต่ของเราทางภาครัฐพยายาม ยัดเยียดการผลิตแบบใหม่ให้สารเคมีไป ให้ปุ๋ยเคมีไป ผลิตพืชเชิงเดี่ยว แล้วก็ให้เอาไปขาย มันผิดกับวิถีชีวิตที่รักษาป่า รักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นคนกับป่าสามารถอยู่กันได้ ก่อนประกาศป่า นั่นคือมีพื้นที่อยู่ เขาอยู่ ๑๑๐ ปี แต่ประกาศ ทำไมมีป่าละครับ แล้วประกาศได้ละครับ นี่คือสิ่งที่พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองจะต้องรวมตัวกัน และสื่อสารไปยังภาครัฐให้มองตรงกัน กรอบความคิดจะได้เหมือนกัน ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะรับรองสิทธิ นั่นรวมถึงในพี่น้องที่อยู่ทางเกาะแก่งชายทะเลที่ถูกน้ำหนีบ ที่มีข่าวออกมาถูกน้ำหนีบ แล้วก็ มาพักผ่อน แล้วก็ถูกจับในส่วนตรงนี้ มันไม่เป็นธรรมกับพี่น้องเหล่านี้เขาอยู่ทางชายทะเล มานานแสนนานแล้วก็โดนอีก ผมคิดว่าสภาแห่งนี้และประเทศเรารัฐไทยเราควรที่จะเข้าใจ วิถีชีวิตที่แตกต่าง เข้าใจพี่น้องชาวชนเผ่าพื้นเมืองประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คนตรงนี้ ควรจะ ให้สิทธิเขาในการตั้ง และผมคิดว่าเอาจริง ๆ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านไม่ควร จะให้รัฐบาลไปศึกษาอีก ๖๐ วัน น่าจะผ่านการรับหลักการวันนี้ไปเลย เพื่อจะเข้าไปสู่วาระ ๒ จะแก้อะไรก็แก้ เพราะไม่ได้มีอำนาจที่ไปแทรกแซงอะไรเลย แต่รวมสิทธิเพื่อประสานงาน รวมสิทธิเพื่อแจ้งสิทธิกับผู้อื่น รวมสิทธิเพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณี เพื่อให้คนทั้งโลกได้รู้ เพื่อให้อำนาจรัฐของไทยได้รับรู้และพยายามปรับจูนให้เข้ากัน ให้ทุกฝ่ายคนที่ไม่เหมือนกัน แต่เท่ากัน ได้เท่ากันจริง ๆ ผมฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันผ่าน ผมฝากรัฐบาล ถ้าเกิดว่าท่านจะตัดสินใจที่จะให้ส่งไป ๖๐ วัน ก็ควรจะให้ผ่านร่างรับหลักการ แล้วไปคุย ในชั้นกรรมาธิการ แล้วจะแก้อย่างไรก็ว่ากันไป แต่การรับรองสิทธิตรงนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ในสภาแห่งนี้ ซึ่งเขาต่อสู้มาหลายสิบปีนะครับ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะช่วยยกระดับ ความเท่าเทียมของคนขึ้นมาให้เกิด ณ ประเทศนี้ ผมขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านได้โปรดให้การผ่านร่างรับหลักการฉบับนี้ด้วยครับ