ทรงยศ รามสูต หารือร่าง พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมือง โดยยกตัวอย่างชาติพันธุ์ม้ง เมี่ยน และไทลื้อในจังหวัดน่าน พร้อมเสนอให้รัฐจัดระบบรองรับสิทธิและวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ ทั้งการรับรองการจดทะเบียนชาติพันธุ์ การตั้งคณะกรรมการตามประเพณีของตนเอง และการจัดตั้งสภาชนเผ่าเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมีระบบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความขอบคุณที่พี่น้องภาคเอกชนที่เสนอ พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมืองเข้ามา เพราะว่าชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทยมีอยู่จำนวนมาก แล้วจะได้มีการจัดเป็นระบบ ระเบียบ โดยเฉพาะจังหวัดน่านบ้านผมก็มีอยู่หลายชาติพันธุ์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ชาติพันธุ์แรกก็คือพี่น้องม้งนะครับ พี่น้องม้ง ก็จะมีเอกลักษณ์ของเขา แล้วก็จะมีตัวหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่าพูดเป็นภาษาจีน ช่วงเทศกาลเขาก็จะจัดฉลองปีใหม่ม้งช่วงเดือนธันวาคม เดือนมกราคม ปีนี้เขาจะจัด วันที่ ๑๑ มกราคม พี่น้องภาคประชาชนที่สนใจไปเที่ยวได้ในจังหวัดภาคเหนือ จังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ซึ่งเขาจะมีประเพณีต่าง ๆ มีตระกูลแซ่เขาจะเคารพนะครับ แซ่ลี แซ่ว่าง แซ่เฮ่อ โดยเฉพาะที่ผมไปประชุมกับเขามีอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือบอกว่าคนแซ่ เดียวกัน ชาติพันธุ์เดียวกัน อาจจะแต่งงานกับชาติพันธุ์อื่นได้ แต่ถ้าชาติพันธุ์เดียวกัน พี่น้องม้งถ้าแซ่เดียวกันถึงจะอยู่อเมริกากับเมืองไทยก็ไม่สามารถแต่งงานกันได้ อันนี้ก็เป็น ที่แปลก ๆ นะครับ
ต่อไปชาติพันธุ์ที่ ๒ คือพี่น้องเมี่ยนนะครับ พี่น้องเมี่ยนที่น่าน พี่น้องม้ง ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณด้วยนะครับ ท่านออกบัตรประชาชนให้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ต้องขอขอบคุณมาก ๆ พี่น้องเมี่ยนก็เป็นอีกชาติพันธุ์หนึ่งที่อยู่ที่จังหวัดน่านเยอะ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นตัวหนังสือคล้ายตัวหนังสือจีน แล้วช่วงปีใหม่ก็จะฉลองพร้อมกับตรุษจีน ก็เชิญนักท่องเที่ยวไปเที่ยวได้ในจังหวัดน่าน แล้วจังหวัดภาคเหนือจะมีเทศกาลปีใหม่เมี่ยน อันนี้เป็นปีใหม่เมี่ยนนะครับ พี่น้องเมี่ยนส่วนใหญ่อาชีพเขาก็จะเป็นน้ำเต้าหู้กับเครื่องเงิน โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนจะหาน้ำเต้าหู้กินยาก เพราะว่า ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคนขาย น้ำเต้าหู้ทั่วประเทศเป็นพี่น้องเมี่ยน แล้วกางเกงที่เขาใส่นี้กว่าจะปักได้ปีหนึ่งกว่าจะเสร็จ ตัวละเป็นแสน แล้วก็มีใส่เครื่องเงินนะครับ
ต่อไปพี่น้องชาติพันธุ์ที่ ๓ อพยพมาจากจีนเหมือนกัน แต่เป็นทางตอนใต้ ของยูนนาน ก็คือออกอพยพจากสิบสองปันนาคือพี่น้องไทลื้อ ก็อพยพมาอยู่แถวภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่จังหวัดน่านเขาก็จะมีการไหว้บรรพบุรุษเขาที่อพยพมา เจ้าหลวง ของเขาทุก ๆ ประมาณเดือนธันวาคม แล้วก็ทุก ๓ ปี ๔ รวงข้าว เขาก็จะจัดพิธีไหว้ใหญ่ ของเมืองน่านก็เพิ่งจัดไป เมื่อวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ ที่ผ่านมาเป็นของเจ้าหลวงเมืองล้า จริง ๆ มีหลายเจ้าหลวง หลายเมืองที่อพยพลงมา ซึ่งแต่ละเจ้าหลวงเขาก็จะไหว้แตกต่างกันไป แต่ละปีไปเที่ยวกันได้นะครับ
นอกจากไทลื้อ ชาติพันธุ์ถัดไปก็เป็นไทพวน คือไทพวนนี้ก็อพยพมาจากลาว ติดกับเมืองพวน ซึ่งอยู่ติดกับประเทศเวียดนาม ปัจจุบันเป็นแขวงเชียงขวาง เขาก็จะมี เอกลักษณ์ของเขา ซึ่งก็โชคดีจังหวัดน่านจะจัดงานไทพวนโลก วันที่ ๒๗ มกราคมนี้ ก็เชิญนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันได้นะครับ ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมพูดยกตัวอย่าง คือแต่ละ ชาติพันธุ์นี้เขาจะมีเอกลักษณ์ของเขา มีขนบธรรมเนียม ซึ่งก็โชคดีขอบคุณที่ทาง ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของทางกลุ่มที่บอกว่ามี ๖๐ ชาติพันธุ์นี้ได้รวบรวมต่าง ๆ ไว้ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ไทใหญ่ มอญต่าง ๆ แต่นอกจากนี้ก็อาจจะมีบางชาติพันธุ์ ซึ่งไม่ทราบว่าได้สำรวจหรือเปล่า อย่างจังหวัดน่านบ้านผมนี้เราก็มีเจ้าผู้ครองนคร หมายถึงว่าเป็นชาติพันธุ์หนึ่ง ตั้งแต่ พญาขุนฟอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๑๘๒๕ ประเทศเราเล็กอาจจะแพ้ ก็อาจจะขึ้นกับล้านนา ขึ้นกับ อังวะ แล้วจนมาขึ้นกับสยามประเทศในสมัยรัชกาลที่ ๑ เรามีตัวหนังสือเมืองเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงอย่างของเชียงใหม่เองเขาก็เป็นอาณาจักร ๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่เราจะรวบรวม ชาติพันธุ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดีที่ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าจากร่างที่ผมได้ศึกษาที่ทางท่าน ได้เสนอมา ผมมาดูแล้วมันอาจจะขาดความสมบูรณ์ในบางเรื่องครับ ต้องขอบคุณที่ท่านร่างมา ผมก็พยายามไปร่างของผมที่จะยกร่างออกมา จะได้เสนอเกี่ยวกับสภาชนเผ่าพื้นเมืองแล้ว เราน่าจะขยายความของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดน่านเข้าไปด้วย ผมกำลังกะว่า ถ้าสภารับหลักการผมก็จะไปแปรญัตติ แต่ถ้าขอรับไปพิจารณาเสร็จก็อาจจะเสนอ ร่างของผม คืออย่างน้อยเราน่าจะขยายความของคำว่า ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในร่างของผมที่ผม กำลังร่างก็คือจะให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เขาออกหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ ให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ รวบรวมกัน แล้วก็ไปแจ้งจดทะเบียนต่อกระทรวง แล้วจากนั้นเขาก็ตั้งคณะกรรมการมาออกระเบียบ กติกา เพราะว่าแต่ละชาติพันธุ์เขามี ระเบียบ มีกติกา มีฮีตฮอย มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แล้วพอหลังจากนั้นแต่ละชาติพันธุ์ ก็มีจำนวนปริมาณไม่เท่ากัน ก็จะเป็นสัดส่วนตามมาตรา ๖ ที่จะเข้าสู่สภานี้ว่าในสภาชนเผ่า ของท่านสัดส่วนของชาติพันธุ์เท่าไรที่จะเข้าไปสู่สภา เพราะฉะนั้นผมดูแล้วยังมีหลาย ๆ เรื่อง ที่อาจจะต้องมีการปรับปรุง แต่อย่างไรก็ตามผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีการนำเสนอ ในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ก็จะฝากติงว่าจะต้องมีข้อแก้ไขอยู่หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งก็ได้ รับทราบว่า ถ้าเผื่อรัฐบาลจะขอรับไปพิจารณาก่อนผมก็อาจจะร่างของผมมาผลักดันมา ประกบถ้ารัฐบาลส่งกลับมา แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีที่อย่างน้อยภาคเอกชนได้เสนอมา ที่รวบรวมทั้ง ๖๐ ชาติพันธุ์ นำมาเสนอสู่สภาแห่งนี้ ก็หวังว่าเราได้เริ่มต้นแล้วก็หวังว่าอีกหน่อย เราจะมีกฎหมายที่จะมาดูแลชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่มาอยู่ในประเทศไทย เพราะถ้าเราสามารถ รวบรวมได้ เวลาเขามาดำเนินการต่าง ๆ จัดงานระดับโลก ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ทั่วโลก บางครั้งผมเห็น ปีที่แล้วจังหวัดน่านจัดเมี่ยนโลกขนาดเป็นโควิดก็อาจจะมีบางส่วน ที่มาร่วมงาน เพราะฉะนั้นมันก็เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจ แล้วก็เป็น Soft Power อย่างหนึ่ง เพราะว่าแต่ละชาติพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป เพราะถ้าเราสามารถเอามารวบรวมกันได้จดทะเบียน แล้วก็จะเอาข้อดีของเขามารวบรวมกันได้ ก็จะเป็นการ Promote ประเทศไทย ก็ขอขอบคุณครับ