ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดที่ชนเผ่าพื้นเมืองเผชิญ ทั้งด้านสิทธิที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย การศึกษา อาชีพ และความมั่นคงอาหาร พร้อมยกกรณีชาวมานิที่ยังขาดการรับรองสถานะอย่างเป็นระบบ และผลักดันให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระแรกเพื่อคุ้มครองวัฒนธรรม สิทธิ และการมีส่วนร่วมของชนเผ่าในการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมความเสมอภาคและยอมรับความหลากหลายในสังคมไทย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายให้ความเห็นในร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. ... โดย นายศักดิ์ดา แสนมี่ ร่วมกับกลุ่มตัวแทนชนเผ่าพื้นเมืองและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๘๘๘ คน เป็นผู้เสนอ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ในประเทศไทยเรา มีชนเผ่าพื้นเมืองมากกว่า ๕๐ ชาติพันธุ์ มีจำนวนหลายล้านคน พวกเขามีอัตลักษณ์ มีภาษา มีวิถีชีวิต มีภูมิปัญญา มีองค์ความรู้ มีประเพณีและวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ล้วนแล้วเป็น ส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พี่น้องเหล่านี้อาศัยและกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งบนพื้นที่สูง ที่ราบ ในทะเลและในป่า โดยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติด้วยความพอดี แบบเกื้อกูล อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ปัจจุบันพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ก็ยังเผชิญปัญหา มากมายครับ ทั้งการขาดโอกาส ถูกเลือกปฏิบัติ การเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและบริการของรัฐ ถูกละเมิดสิทธิ ได้รับผลกระทบจากกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับวิถี ถูกจำกัดการเข้าถึง และได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติตามวิถี เกิดการเลือกปฏิบัติ ข่มขู่ จับกุม ก่อให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน นอกจากนี้ ชนเผ่าพื้นเมืองกำลังสูญเสียวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วจากโลกและการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป สูญเสียศักยภาพและการพึ่งพาตนเอง อัตลักษณ์และวัฒนธรรมต่าง ๆ กำลังถูกทำลาย และอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา จากที่ผมได้ติดตามก็พบว่าที่ผ่านมาชนเผ่าพื้นเมือง หลายกลุ่มทั่วทุกภูมิภาค ก็ได้มีการรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิความเป็นธรรมและได้ผลักดัน ให้มีกฎหมายที่ส่งเสริมสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยมานานหลายสิบปีครับ ในนาม เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยทั้งเครือข่ายก็ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาที่ชัดเจนอย่างมีส่วนร่วม จึงได้ริเริ่มกฎหมายฉบับนี้ โดยหวังว่าจะเป็นเครื่องมือ และกลไกสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริมการจัดการตนเองของชนเผ่าพื้นเมือง หวังที่จะให้ มีการสร้างการยอมรับ รับรองสถานการณ์มีตัวตนของชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองให้ได้ มีศักดิ์ศรี มีสิทธิอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันและมีกระบวนการคุ้มครองวิถีชีวิต ทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน กฎหมายฉบับนี้ คาดหวังว่าจะทำให้เกิดการประสานงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมือง อนุรักษ์ ส่งเสริม คุ้มครองและฟื้นฟูวัฒนธรรมเกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างทั่วถึง และจะทำให้มีการ เสนอแนะประเด็นปัญหาความต้องการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านการมีสภาชนเผ่าพื้นเมือง และการจัดตั้งกองทุนสภาชนเผ่าพื้นเมืองครับ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทยในมาตรา ๗๐ ว่ารัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิต ในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐหรือสุขภาพอนามัย กระผมจึงขอขอบคุณพี่น้อง ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ พี่น้องประชาชนที่ได้มีการส่งเสียงสะท้อนปัญหาและความต้องการ และผลักดันให้เกิดกฎหมายสภาชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ในวันนี้ เพราะผมเห็นว่าเราควรสนับสนุนสิทธิที่เท่าเทียมกัน ให้กับพี่น้องคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมีความหลากหลายและมีความแตกต่าง ทั้งด้านความคิด อายุ เพศ ศาสนา หรือวัฒนธรรม สำหรับในพื้นที่ภาคใต้เรามีพี่น้องชาวมอแกน ชาวเล อูรักลาโวยจ โอรังอัสรี และพี่น้องมานิ ซึ่งในจังหวัดพัทลุงมีพี่น้องมานิอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เทือกเขาบรรทัดของจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล มาอย่างยาวนานครับ ซึ่งมานิ แปลว่า มนุษย์ หรือคนครับ หรือหลายท่านก็อาจจะรู้จักพวกเขาในนามว่าเงาะป่าซาไก ปัจจุบันมีพี่น้องมานิ อยู่ ๑๒ กลุ่ม ประชากรประมาณ ๓๐๐ กว่าคน หรือ ๔๐๐ คน พี่น้องมานิมีวิถีชีวิต แบบดั้งเดิมหาของป่าทั้งขุดมัน กินพืชและสัตว์ พวกเขาเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งอาหารและ ตั้งถิ่นฐานแบบถาวรในบางกลุ่ม โดยที่การดำรงชีวิตของพวกเขาสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติ มีภาษาและประเพณีที่เฉพาะ มีภูมิปัญญาอันน่าทึ่งเรื่องของสมุนไพรและยารักษาโรคตามธรรมชาติ มีการใช้ชีวิตอย่าง เรียบง่าย มีความเอื้ออาทร แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางอย่างมาก โดยพื้นที่ ที่พี่น้องมานิอาศัยเรียกว่าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความ หลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ มีน้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวที่มีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ตั้งขึ้นในปี ๒๕๑๘ โดยการมีอยู่ของชาวมานิในพื้นที่มาก่อนแล้ว ปัจจุบันพี่น้องมานิมีบัตรประชาชนเป็นประชาชนคนไทย โดยได้มีหน่วยงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ช่วยดูแลนะครับ ยกตัวอย่าง ในพื้นที่อำเภอ ป่าบอนและอำเภอกงหรา ก็ได้รับการดูแลให้เข้าถึงระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข และยังดูแลในด้านอื่น ๆ ผมจึงต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
แต่สำหรับเรื่องที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็ยังมีครับ โดยพี่น้องมานิได้เรียกร้อง ในเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ขอให้มีพื้นที่คุ้มครองให้สามารถดำรงชีวิตพึ่งพาตนเองได้ ไปจนถึงสิทธิในด้านการศึกษา อาชีพ ด้านความมั่นคงทางอาหาร และสวัสดิการอื่น ๆ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าก็ไม่ได้มากมายกว่าคนอื่น แต่เท่าเทียมกับคนอื่น ๆ ในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเราควรจะเข้าใจถึงการมีอยู่และวิถีชีวิต ของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง มีการยอมรับ มีการส่งเสริมสิทธิ โดยควรขออนุญาต ให้พี่น้องเหล่านี้ได้ทำมาหากินในป่าอนุรักษ์ได้ ควรมีพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้พวกเขาได้อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี โดยจากที่ผมพูดมานี้จึงมีข้อสอบถามไปถึงทางคณะผู้จัดทำ ร่าง พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเพียงคำถามเดียวครับว่ากลไกของ ร่าง พ.ร.บ. นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาและผลักดันประเด็นต่าง ๆ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าวันนี้ ณ สภาแห่งนี้จะเป็นวันที่สำคัญที่เราจะเห็น ความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง สร้างความเสมอภาค จากภาครัฐ และสร้างความเข้าใจจากสังคมที่จะไม่มองว่าพวกเขาเป็นคนอื่น แต่เป็นมนุษย์ และเป็นประชาชนที่เท่าเทียมกัน สุดท้ายนี้กระผมขอถือโอกาสนี้เชิญชวนเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นชอบในวาระที่ ๑ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์ตามที่ผมได้อภิปรายให้ผลมาแล้วตั้งแต่ต้นนะครับ และหากเพื่อนสมาชิกมีข้อกังวลในบางประเด็น บางประการเราก็จะสามารถร่วมกันแก้ไขได้ ในวาระที่ ๒ ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน