ปิยะรัฐชย์ สนับสนุนตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมือง ยันอิสระ-ไม่ถูกแทรกแซง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หารือร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองฯ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิ การศึกษา สัญชาติ และที่ดินทำกินของชุมชนชาติพันธุ์ สนับสนุนการจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเป็นเวทีอิสระเพื่อสะท้อนปัญหา ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะอภิปรายในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ดิฉันอยากให้ทุกท่านได้เห็นเครื่องแต่งกายที่ดิฉันสวมใส่มาในวันนี้ค่ะ เป็นฝีมือของ พี่น้องชาติพันธุ์บ้านเวียงราชพลี ตำบลดงมหาวัน อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย เป็นการปักด้วยมือทั้งหมด สะท้อนถึงศิลปะรวมถึงวัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์ ที่มีทั้งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ และในส่วนของเรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสำคัญและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ชุมชนชาติพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิมกระจายอยู่ในประเทศไทย ในแต่ละภูมิภาคมาอย่างยาวนาน มีวิถีการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมถึงภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นปราชญ์ของพี่น้องชาติพันธุ์ ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีการใช้ชีวิต ยารักษา โรคพื้นบ้าน รวมถึงภาษาที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ตัวอย่างที่ดิฉันได้มีโอกาส ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาติพันธุ์อาข่าเวลาไปประชุมหมู่บ้าน ดิฉันก็จะใช้คำพูดที่บอกว่า อู่ดู่ถ่องมะ แปลว่าสวัสดีค่ะ พอรับฟังปัญหาของพ่อแม่พี่น้องเสร็จ พอจะขอตัวกลับบ้าน ก็พูดคำว่า กื่อหล่องหื่อมะ แปลว่าขอบคุณค่ะ และนี่คือความสวยงามของภาษาชาติพันธุ์ ที่ดิฉันตั้งใจ แล้วก็อยากจะเรียนรู้กับพี่น้องชาติพันธุ์ต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ท่านประธานคะ สิ่งสำคัญที่ดิฉันมีความสะท้อนใจและเสียใจที่เหล่าพี่น้องชาติพันธุ์ของพวกเราต้องพบเจออยู่ เป็นประจำ นั่นก็คืออุปสรรคในการเข้าถึงความช่วยเหลือของทางภาครัฐที่พี่น้องของพวกเรา ควรจะได้รับ รวมถึงสวัสดิการด้านอื่น ๆ ที่ได้มาอย่างจำกัดจำเขี่ย อย่างในเรื่องของ การเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานของลูกหลานพี่น้องชาติพันธุ์ ที่ต้องบอกว่ามีการเข้าถึง อย่างจำกัดอย่างที่ดิฉันเคยได้อภิปรายไปในสภาครั้งที่แล้ว หรือแม้กระทั่งการขอสัญชาติ ที่ดิฉันเคยสะท้อนไปในสภานะคะว่า พี่น้องชาติพันธุ์ของดิฉันบางท่านรอการพิสูจน์สัญชาติ มาอย่างยาวนาน บางท่านรอมา ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี แต่บางท่านรอมาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้มีคน จากทางภาครัฐมาพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงเรื่องของที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยก็จะได้รับความสำคัญ รองลงมาจากคนทั่วไป และนี่เป็นแค่ปัญหาเบื้องต้นของความเหลื่อมล้ำเบื้องต้นบางปัญหา เท่านั้นที่เหล่าพ่อแม่พี่น้องชาติพันธุ์ของดิฉันได้พบเจอ ดังนั้นในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ดิฉันมีเหตุผลที่นำมาสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ดังนี้

๑. การจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองจะทำให้เหล่าพี่น้องชาติพันธุ์มีพื้นที่ในการ สะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์นำมาถกกัน เพื่อหาทางออก อย่างเป็นรูปธรรม และสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยแห่งนี้จะเป็นเวทีของเพื่อนมนุษย์ ด้วยกันที่จะมีความเท่าเทียมกัน มีความเสมอภาค คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และ พัฒนาคุณภาพชีวิตไปด้วยกัน อีกทั้งการจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองก็จะมีการใช้หลัก ในการคัดเลือกและดำรงตำแหน่งตามหลักสากลทั่ว ๆ ไป และตัวสภาชนเผ่าพื้นเมือง ก็จะเป็นแหล่งขับเคลื่อนกับการพัฒนาชนกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม รวมถึงการถกปัญหา ซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

๒. สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยจะเป็นช่องทางทำให้เกิด ความเชื่อมโยงและเชื่อมต่อของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ในประเทศไทยกับหน่วยงานของ ทางภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวคณะทำงานของคณะรัฐบาลเอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือรวมถึงนักกฎหมายและประชาชนทั่วไป สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยจะเป็น ศูนย์กลางความช่วยเหลือของทุกชาติพันธุ์รวมกัน แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็มีความคาดหวัง นะคะว่าถ้ามีการจัดตั้งสภาแห่งนี้แล้ว สภาของพวกท่านหรือสภาของพี่น้องชาติพันธุ์ จะต้องไม่ถูกครอบงำหรือถูกแทรกแซงจากทางภาครัฐ และสภาแห่งนี้จะต้องเป็นอิสระ อย่างแท้จริง นี่คือความคาดหวังของดิฉันค่ะ

๓. สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย จะเป็นสภาที่ให้พวกเราทุกคนได้เห็น ถึงความมีตัวตน ความคงอยู่ของพี่น้องชาติพันธุ์ในประเทศไทย เพราะพวกเราทุกคน คือมนุษย์ด้วยกัน จากเหตุผลที่ดิฉันได้แสดงความคิดเห็นไปในเบื้องต้น ดิฉันจึงเห็นว่า ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะปฏิเสธการจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และสภาชนเผ่า พื้นเมืองแห่งประเทศไทยแห่งนี้จะส่งเสริมให้พวกเราอยู่ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ อย่างสงบสุข และอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความแตกต่างในด้านของภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ตามหลักสิทธิมนุษยชนที่พึงมี สุดท้ายนี้ดิฉันและพรรคเพื่อไทยเราขอยืนยันนะคะว่า เราจะทำงานเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาติพันธุ์อย่างเต็มที่และอย่างสุดความสามารถ อย่างแน่นอน ขอบพระคุณค่ะ