มานพ คีรีภูวดล อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. เพื่อยืนยันสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง พร้อมเรียกร้องให้มีสภาชนเผ่าพื้นเมืองเป็นองค์กรทางกฎหมายเพื่อเชื่อมโยงกับภาครัฐ โดยเน้นย้ำความหลากหลายของกว่า 60 กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีประชากรรวมกว่า 6 ล้านคน พร้อมยกตัวอย่างชาวกูยที่มีภูมิปัญญาเฉพาะด้านช้าง และเรียกร้องให้รัฐรับรู้และสนับสนุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสิทธิในการดำรงวิถีชีวิตดั้งเดิม ที่กำลังถูกลิดรอนจากนโยบายรัฐ เช่น พ.ร.บ.อุทยานและป่าสงวน ซึ่งผลักดันให้ชุมชนเปลี่ยนแปลงการทำเกษตร จนสูญเสียอัตลักษณ์ โดยเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการด้านชาติพันธุ์และทบทวนกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นระบบ ตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยให้สัตยาบัน
ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับที่กรุณาให้เวลาผมเพิ่มเติมนะครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง เรียนผู้มาชี้แจงจากสภาชนเผ่าพื้นเมืองทุกท่านนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับว่า ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้อภิปรายร่างกฎหมายฉบับนี้ ในนามผู้แทนราษฎรที่เป็นชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยู่พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธาน ในสมัยที่แล้วรัฐสภา ชุดที่ ๒๕ รายงานของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามา ในกรรมาธิการในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบทุกพรรค ก็ลุกขึ้นมาอภิปรายให้ความสนใจ เพราะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่านและท่านเองก็เป็น พี่น้องชาติพันธุ์ด้วยนะครับ อันนี้คือประเด็นที่ผมอยากจะเกริ่นนำ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับว่า กฎหมายฉบับนี้อย่างที่ผู้ชี้แจงได้นำเรียนได้มีการริเริ่มมานาน แต่กระบวนการเข้าสู่สภาตรงนี้ผมก็เป็น ๑ ใน ๒๐ คนที่ลงรายชื่อพร้อมกับสภาชนเผ่า พื้นเมือง และได้รับการรับรองเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔ ๑๒,๘๘๘ รายชื่อ แล้วจากนั้น เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่าง ๆ เป็นไปตามขั้นตอนต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผล อยู่หลายประการที่จำเป็นจะต้องมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในการบังคับใช้ในประเทศไทยกับพี่น้อง ชนเผ่าพื้นเมือง ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ถ้าดูจากเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ คือกลไกสำคัญที่เราเรียกว่า สภาชนเผ่าพื้นเมือง ผู้ชี้แจงก็ได้ชี้แจงแล้วครับ เพื่อให้สภาเป็นกลไกให้ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศนี้ได้มีองค์กรที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้มีการรับรองความเป็นตัวตน ความเป็น ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งผมจะลงรายละเอียดนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือสภาชนเผ่าพื้นเมืองภายใต้ เนื้อหาของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เปรียบเสมือนเป็นโซ่ข้อกลางที่จะทำหน้าที่การทำงานระหว่าง พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองกับส่วนราชการทุกส่วนที่ถูกบังคับใช้ในการทำงานกับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าถ้าดูเนื้อหาก็จะเป็นเรื่องของกระบวนการทำแผน ทำความเข้าใจ ทำข้อมูล และสื่อสารกับส่วนราชการต่าง ๆ นะครับท่านประธาน เหตุผลที่ผมจะลงรายละเอียด มีอยู่ ๓-๔ ประการ
ประการแรก ข้อเท็จจริงในสังคมไทยครับ สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พหุสังคม ผมอยากให้ฝ่ายสื่อได้ขึ้นแผนที่ประเทศไทยครับ วันนี้ส่วนวิชาการโดยเฉพาะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้มีการสำรวจ ชาติพันธุ์ทั้งหมดวันนี้มีไม่ต่ำกว่า ๖๐ ชาติพันธุ์ กระจายไปอยู่ทั่วประเทศครับท่านประธาน ซึ่งทางวิชาการได้แบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม อย่างที่ ผู้ชี้แจงได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับว่ากลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง กลุ่มชาติพันธุ์ที่ราบ กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำหรือทะเล และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังอาศัยชีวิตอยู่ในป่า ซึ่งมีความเปราะบาง รวม ๆ แล้วล่าสุดเราได้ข้อมูลมา ๖๐ ชาติพันธุ์ มีประชากรอยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศ ก็คือ ๖ ล้านกว่าคน ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะครับ เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงที่ผมไปล่าสุดก็คือที่จังหวัดสุรินทร์ พี่น้องชาวกูยซึ่งมีองค์ความรู้ด้านเกี่ยวกับช้าง มีคชศาสตร์การดูแลช้างมีประชากรไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านคน กระจายอยู่ในภาคอีสาน หลาย ๆ จังหวัด อันนี้เหตุผลที่ ๑ ครับท่านประธาน ว่า ๖๐ ล้านคน เรามีพี่น้องชาติพันธุ์อยู่ ๖ ล้านคน ๖๐ กลุ่มชาติพันธุ์นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมดูในรายละเอียดแล้ว ในรัฐธรรมนูญมีอยู่ ๓ หมวด หมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ในมาตรา ๔๓ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ และที่สำคัญคือแนวนโยบาย ของรัฐ คือหมวด ๖ มาตรา ๗๐ ได้เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่าจะต้องส่งเสริมและให้การ คุ้มครองกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และที่สำคัญคือว่าการคุ้มครอง และส่งเสริมดังกล่าวนั้น จะต้องไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงและเป็นอันตรายด้านสุขอนามัย อันนี้รัฐธรรมนูญมาตรา ๗๐ เขียนไว้อย่างชัดเจนครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะบอก ต่อไปครับท่านประธาน นอกจากจะเป็นประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงในบริบทว่าเรามี กลุ่มชนชาติพันธุ์จริง ๆ ๖๐ ชาติพันธุ์ ๖ ล้านคน ข้อกฎหมาย ข้อรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง คือสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นมติของสหประชาชาติ ประเทศไทยได้ไปลงนามไว้เมื่อปี ๒๕๕๐ อันนี้เป็นข้อตกลงที่ประเทศไทยได้ไปลงนามไว้กับ นานาอารยประเทศในเวทีสากล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราจะปฏิเสธไม่ได้ครับว่าเราจะ ไม่มีกลไกหรือไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรที่จะคุ้มครองตามข้อตกลงที่เราไปลงนามในเวที สหประชาชาติว่าด้วยเรื่องของสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งผมก็ทราบว่ามีหลายประเทศ ได้มีการออกกฎหมาย ได้มีการสร้างมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะรับรองสิ่งเหล่านี้ตามข้อตกลง ที่ได้ไปตกลงไว้ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นส่วนสำคัญที่ได้ลงนามไว้
ประการที่ ๓ อยากจะนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง พี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศ ๖๐ ชาติพันธุ์ ผมว่ามันมีปัญหาอยู่ ๒ เรื่อง ใหญ่ ๆ นะครับ สิทธิความเป็นตัวตนความเป็นชาติพันธุ์ของพี่น้องชาติพันธุ์ได้รับผลกระทบ จากนโยบายและกระแสโลกาภิวัตน์ กระแสโลก พวกเขาไม่สามารถที่จะดำรงรักษาความเป็น ตัวตนที่จะดูแลตัวเองได้ เพราะมันมีอำนาจของรัฐไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิในที่ดิน สิทธิในการดำรงชีวิตภายใต้วัฒนธรรมและองค์ความรู้ของบรรพบุรุษ เนื่องจากว่ามีนโยบาย มีกฎหมายหลายฉบับ ผมยกตัวอย่าง เช่น กฎหมาย พ.ร.บ. อุทยาน พ.ร.บ. ป่าสงวน หรือแม้แต่ทางทะเล พี่น้องชาวเลที่เคยไปหาปลาตามฤดูกาลน้ำขึ้นน้ำลง วันนี้ถูกประกาศ เป็นเขตอุทยานทางทะเล ไม่สามารถจะใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ต้องปรับวิถีชีวิตอย่างอื่น สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ผลกระทบที่เขาจะดำรงวิถีชีวิตของตัวเองได้ยากลำบากนะครับ เช่นเดียวกับพี่น้องชาวกะเหรี่ยงหรือชาวลัวะด้วยนะครับ เขาดำรงวิถีชีวิตที่เราใช้ คำว่า ไร่หมุนเวียน ในอดีตราชการใช้คำว่า ไร่เลื่อนลอย ไร่หมุนเวียนนี้เป็นระบบการเกษตร บนพื้นที่สูงที่มันมีความชัน มี Slope เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก ในระบบทางวิชาการเขาก็ ยอมรับว่ามันเป็นระบบเกษตรเดียวที่จะอยู่กับบริบทสังคมและบริบทนิเวศได้ ไม่สามารถ ที่จะทำซ้ำได้ จะต้องหมุนเวียนพื้นที่ ถ้าไม่ทำแบบนี้ความยั่งยืนในการเพาะปลูกแล้วก็ อยู่อาศัยไม่ได้ สิ่งเหล่านี้พี่น้องไม่สามารถดำเนินการได้อยู่ต่อไป เพราะได้รับผลกระทบของ กฎหมายและนโยบาย เราก็จะเห็นหลายพื้นที่วันนี้กลายเป็นไร่ข้าวโพด ที่เป็นไร่ข้าวโพด เพราะว่าไม่สามารถทำไร่หมุนเวียนได้ ซึ่งรายละเอียดเดี๋ยวท่านประธานอยากจะทราบ ผมจะได้คุยต่อไปนะครับ
ผมอยากจะบอกอีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ผลกระทบพี่น้องในทางที่มีความสุ่มเสี่ยง ที่จะสูญเสียความเป็นอัตลักษณ์ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ราบค่อนข้าง ที่จะเยอะ พี่น้องชาติพันธุ์เหล่านี้บางคนบางหมู่บ้านไม่ได้พูดภาษาของตัวเองแล้ว พี่น้อง ชาติพันธุ์เหล่านี้บางคนบางท่านไม่ยอมใส่เสื้อผ้าของตัวเองแล้ว ทางภาคอีสานผมก็เจอ ทางภาคกลางผมก็เจอ สิ่งที่เขาไม่ดำรงรักษาความเป็นตัวตนนี้ก็คือว่าถูกสังคมกลุ่มใหญ่ สังคมกลุ่มใหญ่นะครับ ไม่เชิงรังแกครับท่านประธาน ก็คือว่าเป็นการด้อยค่าว่าคุณเป็น คนกลุ่มน้อย คุณเป็นคนกลุ่มที่ล้าหลัง พูดภาษาใหญ่ ๆ ไม่ได้ มีแต่ภาษาท้องถิ่น เด็กคน รุ่นใหม่ต่าง ๆ ไม่มีความภาคภูมิใจที่จะดำรงรักษาตัวเอง ล่าสุดข้อมูลที่เป็นทางวิชาการ นะครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นรอยต่อทางเพชรบูรณ์และชัยภูมิเป็นชนเผ่าดั้งเดิม สมัยทวารวดีที่ยังคงดำรงรักษาวิถีชีวิตได้อยู่ ณ วันนี้ครับ แต่เหลือน้อยมากคือพี่น้อง ชาติพันธุ์ญัฮกรุ ภาษาแบบทวารวดีเลยนะครับท่านประธาน ซึ่งอยู่ในสังคมไทยนี้นะครับ เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ ๒ ที่ผมพยายามที่จะสื่อสารกับท่านสมาชิกแล้วก็ท่านประธานก็คือว่า ความเปราะบางเหล่านี้ถ้าหากว่าเราไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีกลไก ไม่มีการสนับสนุน ไม่มีพื้นที่ ให้เขา มีโอกาสที่จะสูญหายไปจากสังคมไทย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสรุปแบบท้าย ๆ ขอเวลาท่านประธาน เพิ่มอีกสักเล็กน้อยนะครับ กลไกสภาชนเผ่าพื้นเมืองจะทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางที่จะรวบรวม ปัญหาของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ๖๐ ชาติพันธุ์ ก่อรูปมาเป็นคณะกรรมการ คณะทำงาน ซึ่งวันนี้ตัวสภาชนเผ่าที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับเขาก่อรูปและเขาก็ใช้คำว่า สส. เหมือนกันนะครับ สมาชิกสภาเหมือนกัน และมีกลไกตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน เขาก็ทำงานเป็นก่อรูปขึ้นมาเพื่อที่จะล้อกับร่างตรงนี้ ทำงานล่วงหน้าไปแล้ว กลไกเหล่านี้จะทำหน้าที่หลายภารกิจ ภารกิจหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่าจะต้องไปคุยกับ หน่วยงานภาครัฐราชการคือตั้งแต่รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าพี่น้องชาติพันธุ์ ในสังคมไทยที่ดำรงอยู่ตอนนี้ปัญหาคืออะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรต่าง ๆ อย่างไร
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะขอให้เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคนะครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วครับว่าในสมัยรัฐสภาชุดที่แล้วท่านก็ได้อภิปราย สนับสนุนเกี่ยวกับร่างของกรรมาธิการด้านชาติพันธุ์มาโดยตลอด แล้วท่านก็ยืนยันว่า ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของชาติพันธุ์ในสังคมส่วนใหญ่ ผมอยากจะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคช่วยกันสนับสนุน ช่วยกันยกร่างกฎหมายฉบับนี้ในพื้นที่ของรัฐสภา ให้มีกรรมาธิการ ในการพิจารณา ในการออกกฎหมายร่วมกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน