ศักดิ์ดา แสนมี่ ชี้แจงสาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง ย้ำนิยามชนเผ่าพื้นเมืองจากลักษณะการตั้งถิ่นฐาน วิถีชีวิตที่สืบทอด ความผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิในการระบุอัตลักษณ์ตนเองตามหลักสากล พร้อมอธิบายโครงสร้าง หน้าที่ และกลไกการทำงานของสภาฯ ที่มุ่งส่งเสริมวัฒนธรรม คุ้มครองสิทธิ และพัฒนาศักยภาพชนเผ่าพื้นเมืองอย่างองค์รวม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเยาวชนและบทบาทของสมาชิกสภาในการประสานงานระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ผมอาจจะขออนุญาต ผมกับทางคุณเกรียงไกร ชีช่วง ซึ่งจะขออนุญาตเป็นคนที่ช่วยสรุปประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ ของร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... จากที่ทางพวกเรา คณะผู้ชี้แจงได้เรียนแล้วว่าชนเผ่าพื้นเมืองนี้ก็เป็นคำนิยาม ในประเทศไทยนั้นถือว่า สำหรับพวกเรานี้ก็ได้ใช้กันมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ก็เกือบ ๆ ๒๐ ปี ที่เป็นพื้นที่หน้าหมู่ของเรานี้ ในสาระสำคัญของกฎหมาย ก็กำหนดให้มีการนิยามชนเผ่าพื้นเมืองให้เกิดความเข้าใจ ที่ตรงกัน ที่ชัดเจน ก็ไปเป็นสาระสำคัญอันหนึ่ง ในนิยามชนเผ่าพื้นเมืองในร่างกฎหมาย ของเรานี้จะหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีการตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมกัน โดยมีวิถีปฏิบัติ ที่สืบทอดกันต่อเนื่องมาจากตั้งแต่บรรพชนของตัวเอง จะมีเรื่องภาษา แบบแผนทางวัฒนธรรม ของตนเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อันนี้ถือว่าเป็นนิยามท่อนที่จะเห็นเป็นภาพรวม นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของความสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์ มีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงพึ่งพากับ ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่ตัวเองอาศัยอยู่นะครับ มิได้เป็นกลุ่มที่ครอบงำในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมหรือการเมือง และมีการพิจารณาตนเองว่ามีความแตกต่างจากภาคส่วนอื่น ของสังคมใหญ่ อันนี้ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นอกจากนี้เป็นกลุ่มชน ที่มีความมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ รักษา พัฒนา สืบสาน สืบทอดภูมิปัญญาของตัวเองจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะรุ่นในอนาคตของเรานะครับ อีกประเด็นที่สำคัญก็คือเป็นกลุ่มที่รักษาสันติ วัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามจารีตประเพณีที่มีการถือปฏิบัติการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ นอกจากมีองค์ประกอบเหล่านี้เข้ามาเป็นตัวช่วยอธิบายความเป็นตัวตนชนเผ่าพื้นเมืองแล้ว สิ่งที่เป็นสากลในการที่กำหนดว่าใครเป็นหรือไม่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองมีความสำคัญอยู่ที่ การระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเองนะครับ ไม่ใช่เป็นผู้อื่นที่มากำหนดว่าเราเป็น หรือไม่เป็น และได้รับการยอมรับจากกลุ่มอื่น ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นนิยามที่เราได้กำหนดไว้ ในร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ของเรานะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ทีนี้ประเด็นถัดไป ถ้าจะฉายสไลด์ก็จะเห็นตัวโครงสร้างนะครับ ถัดไปเรื่อย ๆ อีก ๒-๓ สไลด์ ตรงนี้นะครับ ในสาระสำคัญของตัวร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... จะเห็นว่าทั้งหมดสาระหลักก็จะเป็นการกล่าวถึงกลไกที่เกี่ยวข้องกับชนเผ่าพื้นเมือง ก็มีตั้งแต่ ตัวภาพรวม กลไกหลักก็คือตัวสภาชนเผ่าพื้นเมืองมีกลไกของคณะกรรมการบริหารกิจการสภา ตัวสภาชนเผ่าพื้นเมืองจริง ๆ แล้วต้องพูดถึงองค์ประกอบสำคัญ ก็คือความเป็นสมาชิก สภาชนเผ่าพื้นเมือง ก็จะมีตัวแทนมาเป็นคณะกรรมการบริหารสภา อันนี้ก็เป็นองค์ประกอบ ถัดมาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็จะมีผู้อาวุโสสภา แล้วก็จะมีส่วนสำนักงาน นอกนั้นก็จะมี กลไกองค์ประกอบย่อยจะเป็นคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน รวมไปถึงเรื่องกองทุนก็จะอยู่ ในสาระถัดไปนะครับ ขออนุญาตสไลด์ถัดไปเป็นตัวที่จะบ่งชี้เรื่องของหน้าที่และอำนาจของ ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งที่จริงในเอกสารที่ท่านสามารถศึกษาในรายละเอียดได้ก็มีการกำหนดไว้ ใน ๑๔ ประการ เป็นหน้าที่อำนาจของสภานะครับ แต่ว่าโดยสรุปภาพรวมก็คือจะทำหน้าที่ ในการส่งเสริมสนับสนุนเรื่องภาษา วัฒนธรรม การศึกษา อาชีพ แม้กระทั่งเรื่องของ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในพื้นที่บริบทที่ตัวเองเกี่ยวข้องนะครับ ตัวสภาเองก็มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง อีกประการที่สำคัญคือตัวสภาก็จะมีหน้าที่ในการพัฒนาศักยภาพของคน ก็คือตัวตน ชนเผ่าพื้นเมืองทุก ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ มีในเรื่องของการพัฒนาเรื่องระบบฐานข้อมูล รวมไปถึง เรื่องของการพัฒนากลุ่มองค์กรเครือข่าย ที่จะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ รวมทั้งตัวสภาเองก็จะทำหน้าที่ในการติดตามประเมินผลกระทบของนโยบาย และโครงการ พัฒนาต่าง ๆ ที่มีการดำเนินการแล้วมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเรา รวมไปถึงเรื่องของ บทบาทที่เป็นบทบาทของสภา ภาพรวมก็คือเรื่องของการประสานงาน เรื่องประชาสัมพันธ์ หรือว่าเผยแพร่ผลงาน อันนี้ก็จะเป็นหัวใจในเรื่องของการประสานความร่วมมือให้เกิด การแก้ปัญหาที่พวกเราประสบอยู่ รวมไปถึงเป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือ ให้เกิดการหนุนเสริมการพัฒนาชนเผ่าพื้นเมืองของเราไปในทิศทางที่สอดคล้องวิถีชีวิต ของเรานะครับ
ทีนี้ถัดไปจะเป็นเรื่องของตัวสมาชิกสภาชนเผ่าพื้นเมือง หัวใจของตัวกลไกสภา ก็เป็นสมาชิกสภา อันนี้ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับการคัดสรร สรรหามาจากชนเผ่าพื้นเมืองแต่ละ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มาเป็นสมาชิกสภาที่มีการขึ้นทะเบียนกับสภาไว้ สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญ ในส่วนของการเป็นสมาชิกนั้น นอกจากได้รับการคัดเลือกแล้ว เรื่องของเกณฑ์เรายอมรับ ตั้งแต่เยาวชนผู้ที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ก็ถือว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกิดแกนนำรุ่นใหม่ที่เข้ามา สานต่อในเรื่องของการเคลื่อนงานของสภาของเรา อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่มีความแตกต่างทั่วไป อันนี้ส่วนหนึ่ง แล้วนอกจากนี้บทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาก็มีความสำคัญ ซึ่งสาระหลัก ในร่างที่กำหนดไว้มีหลายประการ แต่ว่าสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญก็จะเป็นเรื่องของ การประสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ตัวเองกับกิจการของสภา รวมไปถึงเรื่องของ การทำหน้าที่ในการรวบรวมศึกษาและพัฒนาตัวข้อมูลสถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่หรือ ข้อมูลของกลุ่มชาติพันธุ์ตัวเอง ทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ที่เป็นภารกิจงานของเครือข่าย กลุ่มชาติพันธุ์ตัวเองไปจนถึงงานของสภาของเรา แล้วก็สนับสนุนกิจการของสภา อันนี้ ก็เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่ ก็มีความเชื่อมโยงกับตัวกลไกตัวหลักก็คือตัวสภานะครับ ก็คงจะเป็นภาพที่อยากจะเรียนให้ท่านได้เห็นในส่วนแรกนะครับ ส่วนถัดไปในสาระของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะขอเรียนเชิญคุณเกรียงไกร ชีช่วง เป็นผู้ที่ได้ชี้แจงต่อครับ ขอบคุณครับ