
ธัญธร ธนินวัฒนาธร ใช้เวทีสภาอภิปรายร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน พร้อมชี้ปัญหาน้ำท่วมและแสงสว่างในหมู่บ้านจัดสรรชัยมงคล เขตบางแค ที่ประชาชนต้องร่วมกันใช้เครื่องสูบน้ำและแบกรับค่าน้ำมัน รวมถึงปัญหามลภาวะเสียงและกลิ่นจากเครื่องสูบน้ำรุ่นเก่า พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงระบบบำรุงรักษาและสะท้อนความยากลำบากในการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจากข้อจำกัดการรวบรวมเอกสารของประชาชน อีกทั้งยังเรียกร้องให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ที่ดิน เพื่อให้รัฐสามารถพัฒนาพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะได้โดยไม่ละเมิดสิทธิ์เจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมขังที่มีที่ดินเป็นของเอกชน
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๓๐ บางแคและภาษีเจริญ จากพรรคก้าวไกลครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... เสนอโดย สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โดยหลักการ พระราชบัญญัตินี้ก็มีเนื้อหา สำคัญอยู่ ๒ ประการ ประการแรก ก็คือกำหนดระยะเวลาให้ผู้จัดสรรที่ดินแจ้งหรือเรียกให้ ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรตั้งนิติบุคคลเป็นภายในระยะเวลา ๓ ปีนับตั้งแต่ที่ได้มีโอนทรัพย์สินแล้ว ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนแปลงย่อยที่ได้จัดสรรที่ดินแล้ว สำหรับประเด็นที่ ๒ ก็คือ กำหนดให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนที่จัดสรรแล้ว แต่งตั้งตัวแทน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้เองครับ โดยผมและทีมงานในเขต พื้นที่ก็ได้ลงพื้นที่มาประมาณกว่า ๒ ปีแล้วสำหรับพื้นที่หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นชุมชน ดังที่เห็น อยู่ในรูปนะครับ เราได้ประชุมรับฟังปัญหากับพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในหมู่บ้านชัยมงคล ในเขตบางแค ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่รับฟังในพื้นที่นี้ หลัก ๆ ๒ เรื่องครับ ก็หนีไม่พ้น น้ำท่วมและแสงสว่างนะครับ ซึ่งก็นับว่าเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงทั่วประเทศไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็หนีไม่พ้น ๒ เรื่องนี้แน่นอนนะครับ ปัญหาน้ำท่วมขัง หน้าบ้านท่านจะเห็นที่ผมลงพื้นที่อยู่แล้วจะอยู่ได้ในรูปด้านขวามือ ไม่ว่าจะไปลงพื้นที่ ตอนไหนครับแม้ว่าฝนจะตกเพียง ๕ นาที ๑๐ นาที หมู่บ้านนี้ก็น้ำท่วมขังทั้งในบ้านและ ออกมานอกบ้าน ไม่ว่าประชาชนจะเดินทางไปอย่างไรก็ยากลำบากมากครับ ต้องเดินลุยน้ำ ขี่มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำกันไป แล้วถามว่าหมู่บ้านนี้เขาแก้ปัญหากันอย่างไร ก็อยู่ที่สไลด์ถัดไป นี่คือวิธีการแก้ปัญหานะครับ เครื่องสูบน้ำของกรุงเทพมหานครจะต้องไปตั้งประจำในชุมชน แล้วถามว่าตามมาด้วยอะไรครับท่านประธาน ตามมาด้วยปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งค่าน้ำมัน สำนักงานเขตก็ช่วยออกให้ในฐานะที่เป็นชุมชนอยู่นะครับ รวมถึงประชาชนก็ต้องเรี่ยไร ออกค่าน้ำมันกันเองในกรณีที่ฝนตกหนักและเดินเครื่องตลอดเวลานะครับ
ปัญหาต่อมาก็คือปัญหามลภาวะทั้งกลิ่นและเสียงของเครื่องสูบน้ำ เครื่องนี้ครับ บ้านไหนที่บ้านอยู่ใกล้ ๆ กับเครื่องสูบน้ำแล้วฝนตกหนักตอนกลางคืน ก็ไม่เป็น อันหลับอันนอนนะครับ ด้วยเครื่องสูบน้ำนี้ในฐานะที่ผมเคยเป็นอนุกรรมการของสำนัก การระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ก็เป็นเครื่องลักษณะเก่าซึ่งมีลักษณะเป็นหอยโข่งมีปัญหา ในการบำรุงรักษา สูบไปแป๊บหนึ่งถ้าสูบขึ้นมาเจอกับสิ่งของเสียที่อยู่ในท่อก็จะติดบริเวณ หอยโข่ง เขาก็ต้องหยุดเครื่องแล้วก็ต้องล้วงมือไปดึงของเสียนั้นออกมาครับ ซึ่งบางที ก็หนีไม่พ้นกับประชาชนซึ่งอยู่ในชุมชนหมู่บ้านจะต้องเป็นคนดำเนินการเอง เพราะเรียก เจ้าหน้าที่มาก็อาจจะไม่ทันการณ์นะครับ ซึ่งก็เป็นปัญหาในการบำรุงรักษาอีกทางหนึ่งครับ ปัญหาต่อไปก็หนีไม่พ้นภาระงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งเพิ่มมากขึ้นนะครับทั้งเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานเขตเองและเจ้าหน้าที่ของสำนักระบายน้ำ กทม. อย่างที่เห็นในรูปก็มาจากทาง สำนักระบายน้ำ ซึ่งมาคอยบำรุงรักษาให้ตลอดเวลานะครับ ปัญหาเหล่านี้แก้อย่างไรครับ ท่านประธาน ในช่วงหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมาผมได้ประชุมจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยรวบรวมประชาชนเจ้าของกรรมสิทธิ์จำนวนครึ่งหนึ่งครับ ด้วยความที่เป็นลักษณะของ หมู่บ้านจัดสรรเก่ามาจัดตั้งนิติบุคคล ซึ่งก็จัดตั้งนิติบุคคลเสร็จสิ้นแล้วนะครับ แต่ปัญหา ก็คือการรวบรวมเอกสารซึ่งต้องประกอบด้วยสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาโฉนดที่ดิน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการและไปจดทะเบียนกับกรมที่ดิน
ส่วนนี้ก็คือปัญหาของหมู่บ้านจัดสรรเก่าครับ สำหรับที่ดินเอกชนที่เมื่อสักครู่ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็ได้พูดไปว่ามีความเห็นที่ถ้าประกบกับ พ.ร.บ. ที่ดิน ก็จะเป็น ผลดีนะครับในกรณีดังรูปผมไปถ่ายที่แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ ในเขตของผมเองก็เป็น พื้นที่ที่เป็นที่ดินของเอกชนมีปัญหาน้ำท่วมขังมายาวนาน ที่ดินตรงนี้ก็เป็นที่ดินที่พี่น้อง ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ที่ดินตรงนี้ก็ยังโชคดีที่เราประสานกับเจ้าของพื้นที่ แล้วเจ้าของพื้นที่ก็ยินยอมที่จะยกที่ดินส่วนนี้มาให้สาธารณประโยชน์ ในรูปก็คือการลง หินคลุกในขั้นแรกซึ่งสำนักงานเขตภาษีเจริญก็จะได้ดำเนินการตัดถนนและซ่อมแซมระบบ ท่อประปา ท่อระบายน้ำต่อไป ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องเป็นเครดิตของพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่บริเวณนั้น ที่ร่วมกันประสานงานให้เกิดขึ้นจริง แต่ในกรณีที่เป็นที่ดินที่ใช้สอยร่วมกันอื่น ๆ เช่น หลังตลาดบางแค ก็มีพื้นที่เหล่านี้เช่นเดียวกันครับ พี่น้องประชาชนใช้สัญจรผ่านกันไปมา ประจำ หาก พ.ร.บ. ที่ดินผ่าน ก็ทำให้เจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียสิทธิในที่ดินของตัวเอง และรัฐ ก็สามารถนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินทั้งของ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วเพื่อน สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ให้สภาได้ร่วมกันลงมติรับหลักการในวาระแรก ให้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้แก้ไขจริง ๆ จัง ๆ เสียทีครับ หากวาระแรกววาระนี้ไม่ผ่าน ถูกนำไปพิจารณาก่อนจะเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เราอาจจะพิจารณากันไม่ทันวาระ การประชุมของสภาชุดนี้ เราอาจจะต้องมาล่าช้ากันไปกว่าครึ่งปีเลยกว่าจะได้รับการ พิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้อีกครั้งครับ ก็ขอเรียกร้องให้พี่น้อง สส. ทั้งหลายร่วมกันลงมติ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนร่วมกันครับ ขอบคุณครับ