สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม พูดเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลาง และปัญหาการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และสนับสนุนร่างการแก้ไข พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินของ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคก้าวไกล

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคก้าวไกล ก็ขอร่วมอภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน ท่านประธานครับ ตามที่ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และแก้ไขเพิ่มเติม มีเจตนารมณ์เพื่อแก้ไขปัญหาการ จัดสรรที่ดินของเอกชน โดยกำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ส่งมอบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน ส่วนกลางให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรมีสิทธิในการบริหารจัดการ หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค อาทิเช่นไฟทางส่องสว่าง ท่อระบาย น้ำ ถนน การจัดการขยะ การบำบัดน้ำเสีย และอื่น ๆ อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาในการ ถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลาง และปัญหาการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน จัดสรรอย่างต่อเนื่อง ผมในฐานะโฆษกกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับปัญหาร้องเรียน เยอะมากในเรื่องของการซื้อหมู่บ้านจัดสรรแล้วมีปัญหาในการจัดสรรสาธารณูปโภคแล้วก็ การจัดตั้งนิติบุคคลนะครับ ในส่วนของปัญหาการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลางเกิด จากผู้จัดสรรที่ดินไม่ยอมยกกรรมสิทธิ์ส่วนกลาง กล่าวคือก่อนที่ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ๒๕๔๓ จะประกาศใช้ ผู้จัดสรรที่ดินอาศัยช่องโหว่กฎหมาย ไม่มีการดำเนินให้มีการเรียกประชุมใหญ่ เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ผู้จัดสรรที่ดินไม่ยอมมอบกรรมสิทธิ์ส่วนกลางให้กับผู้ซื้อ ที่ดินจัดสรร ดังนั้นเมื่อทรัพย์สินส่วนกลาง ได้แก่ ถนน ระบบบำบัดน้ำเสีย เกิดความชำรุด ทรุดโทรม ทำให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรได้รับความเดือดร้อน เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงหรือซ่อมแซมทรัพย์สินส่วนกลางได้ นอกจากนี้แม้ว่าการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้จัดสรรที่ดินก็ ประวิงเวลาไม่ยอมให้มีการเรียกประชุมผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเพื่อจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร ประกอบกับมีช่องโหว่ของกฎหมายเกี่ยวกับเงื่อนไขของการจัดตั้งนิติบุคคล ที่ระบุจำนวนผู้ซื้อที่ดิน แล้วไม่มีการบังคับให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือปัญหาสินค้าไม่ตรงปก กล่าวคือผู้ซื้อที่ดินจัดสรรมีการร้องเรียนว่า ทรัพย์สินส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรรไม่มีมาตรฐาน ที่ดินทรุด ถนนชำรุด ไม่มีการดูแล ระบบสาธารณูปโภคให้อยู่ในสภาพที่ดี ทำให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่สามารถรับโอน กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลางจากผู้จัดสรรที่ดินได้ เพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก มีความเข้าใจมากขึ้น เนื่องจากบางท่านอาจไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ท่านจึงไม่ทราบนะครับ ว่าประชาชนที่เขาออมเงินมาซื้อบ้านหลังละ ๓ ล้านบาท ๔ ล้านบาท เนื่องจากเขาได้รับ ข้อมูลจากผู้จัดสรรที่ดินว่าหมู่บ้านจัดสรรมีระบบรักษาความปลอดภัย มีสวนสาธารณะ ที่สวยงาม มีการจัดเก็บขยะอย่างเป็นระบบ มีบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่เพียงไม่กี่ปีผ่านไปทรัพย์สิน ส่วนกลางก็ชำรุดเสียหาย ซึ่งในบางกรณีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้มีการรับโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ผู้จัดสรรที่ดินปฏิเสธ ความรับผิดชอบ ผู้ซื้อที่ดินได้รับผลกระทบมีการร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐและมีการฟ้องร้อง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ในทัศนะของผมเราควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มีการ แก้ไขร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่ประชาชนปัจจุบันหันมานิยม ซื้อบ้านจัดสรรเพิ่มมากขึ้น และจะต้องช่วยให้ผู้ซื้อที่ดินสามารถจัดตั้งนิติบุคคลจัดสรร หมู่บ้านจัดสรรได้ ผมก็จึงขอสนับสนุนให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน โดยเฉพาะยิ่งร่าง ของ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินของ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคก้าวไกล ซึ่งสาระสำคัญของ ร่างฉบับดังกล่าวก็คือ ภายในระยะ ๓ ปี ผู้ซื้อที่ดินในหมู่บ้านจัดสรรจำนวนไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งสามารถเข้าชื่อกันเพื่อให้มีการเรียกประชุมใหญ่ เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อให้ผู้จัดสรรที่ดินมีการส่งมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ทั้งนี้เพื่อให้ ระบบสาธารณูปโภคของหมู่บ้านจัดสรรได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี และทำให้ผู้ ซื้อที่ดินได้รับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค สุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านเห็นชอบ กับร่างการแก้ไข พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ