สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แถลงว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากธุรกิจบ้านจัดสรรที่มีมูลค่า 500,000 ล้านบาท และเสนอสิ่งจำเป็นในการแก้ไขปัญหานิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงการฟื้นฟูความมั่นใจของธุรกิจบ้านจัดสรรและภาคที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนมีบ้านอยู่ภายในปี ๒๕๗๙

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผมอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่าน สส. ดอกเตอร์ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่อยู่อาศัยนั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่สำคัญของมนุษย์ รัฐบาลแทบจะทุกประเทศก็ประกาศ พันธกิจว่าคนในประเทศของเขาประชากรของเขานั้นทุกคนจะต้องมีบ้าน รัฐบาลไทยก็เคย ประกาศว่าภายในปี ๒๕๗๙ คนไทยทุกคนต้องมีบ้าน บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นก็มี หลายรูปแบบ มีวิวัฒนาการ มีลำดับขั้นตอน แต่สิ่งที่เราจะชี้ชัด ๆ Focus ลึก ๆ ไปที่ธุรกิจ บ้านจัดสรร เพราะว่ากระทบกับคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมากในสังคมไทย ในแต่ละปี มูลค่าหรือขนาดธุรกิจของธุรกิจบ้านจัดสรรอย่างไม่ได้ ๆ แต่ละปีตกประมาณเฉียด ๆ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ก็ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ มีผู้คนได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรามีวิวัฒนาการมีขั้นตอนของการแก้ปัญหา ปัญหามีไว้แก้ครับ แล้วก็มา โดยลำดับขั้น แต่ว่าธุรกิจบ้านจัดสรรในอดีตปัญหาเยอะกว่านี้ครับ เช่น ดาวน์น้อยผ่อนนาน ดาวน์ไปตั้งนานไม่ได้เห็นตัวบ้านก็มีครับ ตอนซื้อบ้านบอกว่าจะได้บ้านต่างระดับ อยู่ไปไม่ถึง ๒ ปีต่างระดับจริง เพราะบ้านทรุด แล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ เราก็วิวัฒนาการ ออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สคบ. หรือแม้แต่กลไกของสภาเราก็มีกรรมาธิการคุ้มครอง ผู้บริโภคและช่องทางอื่น ๆ ก็ต้องให้เครดิตของวิวัฒนาการและขั้นตอนการพัฒนาทาง กฎหมาย ผมชี้ชัดไปที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอเข้ามาได้ครบถ้วนรอบด้าน ความจริงก็ต้องขอเอ่ยนามว่าอีก ๑ ฉบับนอกเหนือจากฉบับของท่าน สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ พรรคเพื่อไทย ก็มีฉบับของ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ ผมจะชี้ไปให้เห็นปัญหาของนิติบุคคล ความจริง นิติบุคคลไม่ได้มีเฉพาะนิติบุคคลบ้านจัดสรรนะครับ มีนิติบุคคลอาคารชุดและอีกหลาย รูปแบบ แต่ในชั้นนี้เราจะชี้ปัญหานิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มันเป็นเรื่องแปลกว่าพอจะตั้ง นิติบุคคลบ้านจัดสรรมันจะมีป้อมแยกทางความคิดแตกต่างกัน ๒ ค่าย บางโครงการก็เป็น การเห็นต่างระหว่างผู้จัดสรรที่ดินกับผู้ซื้อหมู่บ้านจัดสรร หรือบางโครงการก็แตกเป็น ๓ ฝ่าย คือผู้จัดสรรที่ดิน ผู้ซื้อบ้านฝ่ายหนึ่ง แล้วก็ผู้เห็นต่างกับผู้ซื้อบ้านอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นเรื่องนี้ ถ้าบริหารจัดการไม่ดีแม้จะมีเครื่องหมายมันก็จะถูกลิดรอนและประชาชนเข้าถึงสิทธิ ประโยชน์ขั้นพื้นฐานของการเป็นเจ้าของบ้านถามว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องนิติบุคคลนี้ได้ อย่างไร ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการด้วยกัน ซึ่งก็ต้องขอเรียนว่ายึดเอาตามร่างที่ สส. ดอกเตอร์ธีรรัตน์นั้นเป็นผู้เสนอ ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการ

ประการที่ ๑ ควรจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาให้ผู้จัดสรรที่ดินนั้น จะต้องเรียกหรือจะต้องแจ้งให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรนั้นได้ทราบถึงสิทธิ แล้วก็จัดประชุมเพื่อจัดตั้ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ผู้จัดสรรที่ดินทำเฉย ๆ เลย ๆ โทรศัพท์ที่ท่านเรียกติดต่อไม่ได้ นี่ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นประการที่ ๑ เป็นเรื่องสำคัญต้องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน ซึ่งในชั้นที่จะส่งไปให้รัฐบาลดูนั้น ผมคิดว่าจะมี Guru ผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันตรวจ ช่วยกันคิด ช่วยกันดู

ประการที่ ๒ ที่ขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ท่านประธานครับ ควรจะมีบทบัญญัติ ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรนั้น สามารถจะเป็นผู้ริเริ่มในการก่อตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรได้ กรณีนี้แยก เป็น ๒.๑ กรณีที่ซื้อบ้านแล้ว ผู้จัดสรรที่ดินติดต่อไม่ได้หายไป โทรไปไม่รับ โทรกลับก็มีโทร อันนี้ควรจะให้สิทธิกับผู้ซื้อบ้านจัดสรร ๒.๒ ระยะเวลาที่มันเนิ่นนานเกินไปทำให้ผู้ซื้อบ้าน จัดสรรนั้นเสียสิทธิ ก็เปิดโอกาสให้มีบทบัญญัติให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้

ประการที่ ๓ สามารถเรียกประชุม เพื่อจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรโดยสามารถ ใช้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง หมายความว่าถ้าหมู่บ้านนั้นมี ๑๐๐ Unit หรือพูดภาษาชาวบ้านคือมี ๑๐๐ หลังคาเรือน ผู้มาจัดตั้งนิติบุคคลก็ควรจะมีตั้งแต่ ๕๑ หลังคาเรือน หรือ ๕๑ Unit เป็น ต้นไป แต่เรื่องนี้ระมัดระวังอย่างนี้ว่าจะต้องไม่ลิดรอนสิทธิของผู้ซื้อบ้านเสียงข้างน้อย เช่น เสียงข้างมาก ๖๐ ๔๐ นี้ก็ต้องมีส่วนร่วมมีพื้นที่ความเห็นต่างให้เขาด้วยจะเลือก รปภ. บริษัทไหน จะเอาไม้กั้นเข้าหมู่บ้านยี่ห้ออะไร กล้องวงจรปิดจะติด ๘ ตัว ๔๐ ตัว หรือกี่ตัว เขาต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจด้วย แม้จะเป็นเสียงข้างน้อย

ประการที่ ๔ ต้องมีการกำหนดอำนาจของคณะกรรมการเพื่อคุ้มครอง ผู้ซื้อที่ดินด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อได้รับผลกระทบแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปร้องเรียนใคร ไม่ฉะนั้นก็มาสภา ไม่เช่นนั้นก็ไป สคบ. ควรจะมีการกำหนดบทบาทหน้าที่

ประการที่ ๕ ถ้าทำ ๔ ข้อนี้ได้ ท่านประธานครับ จะเป็นการฟื้นเรียกคืน ความมั่นใจ เรียกคืนความเชื่อมั่นของธุรกิจบ้านจัดสรรและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเชื่อมั่น เหลือเกินว่าถ้าสภาของเราได้ร่วมด้วยช่วยกันในการพิจารณาทุกข้อเสนอ ทุกร่างแบบ ครบถ้วนรอบด้าน เปิดพื้นที่คนเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ เราจะนำมาซึ่งการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคที่อยู่อาศัยของคนไทย และขอให้มั่นใจว่าภายใต้การนำ ของรัฐบาลชุดนี้ ภายในปี ๒๕๗๙ คนไทยทุกคนจะมีบ้านอยู่อย่างแน่นอนครับ