
ทิสรัตน์ เลาหพล หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน และสะท้อนปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ของเธอต่างประสบอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เช่น ปัญหาน้ำท่วม ไฟส่องสว่างถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ไม่ดี เธอเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหานี้ด้วยร่างกฎหมาย และสนับสนุนการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนและแก้ไขปัญหา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทน ของชาวเขตบางแค เขตหนองแขม พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ร่วมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน เนื่องจากในพื้นที่ของดิฉันเอง เป็นย่านชานเมืองที่มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรรุ่นแรก ๆ ของประเทศไทย เช่น หมู่บ้าน เศรษฐกิจไปจนถึงหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน ต่างร้องเรียนสารพัดปัญหาเกิดขึ้นในหมู่บ้านของโครงการหมู่บ้านจัดสรรเข้ามาโดยตลอด ดิฉันจึงขอสะท้อนปัญหาเหล่านั้นมาในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ปัญหาใหญ่ในพื้นที่ของดิฉัน คือการละเลยจากเจ้าของโครงการ โดยหมู่บ้านจัดสรรหลายโครงการทางเจ้าของโครงการ ไม่ได้เรียกให้ลูกบ้านจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน ทำให้ขาดการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง ส่งผลให้ พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้รับการดูแลและมีสาธารณูปโภคที่ดีได้ เช่น ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ท่อระบายน้ำอุดตัน ไฟส่องสว่างดับ กล้องวงจรปิดเสียหาย สวนที่รกร้าง สนามเด็กเล่น หรือสนามกีฬามักถูกทอดทิ้ง เกิดปัญหาทั้งความปลอดภัย ความเสื่อมโทรมและยังเกิดปัญหา น้ำท่วมตามมาอีก ทางเจ้าของโครงการเองก็จะละทิ้งหน้าที่ไม่มีการกลับเข้ามาดูแลรักษา สาธารณูปโภคดังกล่าวอีกเลย ตามตัวอย่างในสไลด์ที่เห็นอยู่นะคะ นี่คือหมู่บ้านศรีเพชร หมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ หมู่บ้านสุขสันต์ ๒ และหมู่บ้านเพชรเกษม ๑ ตั้งแต่มีการเปิดขาย โครงการมา บางหมู่บ้านยังไม่มีการเรียกจากเจ้าของโครงการให้ลูกบ้านจัดตั้งนิติบุคคล หมู่บ้านเลยด้วยซ้ำเจ้าของโครงการก็ไม่มาดูแล เช่น หมู่บ้านทวีทอง ลูกบ้านพยายามดูแล กันเอง จ่ายสตางค์กันเอง โดยไม่มีการตั้งนิติบุคคลและไม่มีการตั้งเป็นชุมชน แต่ส่วนหมู่บ้าน สุขสันต์ ๙ เจ้าของโครงการก็ไม่ได้เรียกลูกบ้านมาจัดตั้งนิติบุคคลเช่นกัน ลูกบ้านจึงพยายาม หาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ด้วยการจัดตั้งขึ้นเป็นชุมชนกับทางสำนักงานเขต แต่ก็ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะหน่วยงานรัฐก็ยังไม่สามารถเทงบเข้ามาเพื่อ แก้ไขปัญหาสิ่งนี้ได้ เพราะที่ส่วนกลางยังไม่ได้ยกเป็นที่สาธารณะค่ะ หลายโครงการมักจะเกิด น้ำท่วมเป็นประจำโดยเฉพาะหมู่บ้านศรีเพชร น้ำท่วมขังเป็นปี ๆ ไม่สามารถระบายน้ำ ออกไปได้ ซึ่งตัวดิฉันเองได้ไปลงพื้นที่พบเจอปัญหาดังกล่าวที่มีน้ำขังและมีตะไคร่น้ำ ทั่วพื้นถนนค่ะ ณ ตอนนั้นมีเด็ก ๆ ขี่จักรยานผ่านแล้วลื่นต่อหน้าต่อตาดิฉัน และคนแถวนั้น ก็บอกว่าตรงนี้ลื่นล้มกันเป็นประจำ เคยมีมอเตอร์ไซค์ลื่นจนแขนหัก ซึ่งนี่คืออุบัติเหตุที่ไม่ควร จะเกิดขึ้นกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนค่ะ หมู่บ้านเหล่านี้เผชิญปัญหาไปในทางเดียวกันคือ น้ำท่วม ไฟส่องสว่างถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะขาดการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง ไม่มี นิติบุคคลหมู่บ้านเข้ามาทำหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณูปโภคได้ ซึ่งเป็นผลกระทบที่ตามมา ลูกบ้านต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหากันเอง มิหนำซ้ำทางหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานเขตในพื้นที่ไม่มีอำนาจเข้าไปแก้ไขปัญหาสิ่งนี้ เพราะไม่ได้ถูกยกให้เป็นพื้นที่ สาธารณะ จึงไม่มีงบประมาณเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาค่ะ นี่คือตัวอย่างปัญหาการละเลยจากเจ้าของโครงการที่ส่งผลกระทบต่อลูกบ้านในระยะยาว ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการถูกละเลย และผลกระทบที่ตามมาในระยะยาวด้วยหลักการ ๒ ข้อดังนี้ค่ะ
๑. เร่งรัดการจัดตั้งนิติบุคคลด้วยการกำหนดระยะเวลาให้เจ้าของโครงการ เรียกลูกบ้านมาจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน ภายในระยะเวลา ๓ ปีหลังจากโอนกรรมสิทธิให้ ลูกบ้านแล้วเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนบ้านทั้งโครงการ เพราะถ้าหากไม่มีการจัดตั้ง นิติบุคคลขึ้นมาจะทำให้ลูกบ้านได้รับความเดือดร้อน ขาดผู้ดูแลรักษา และไม่มีช่องกฎหมาย เดิมที่กำหนดกรอบระยะเวลาบังคับให้เจ้าของโครงการต้องจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน การกำหนดกรอบระยะเวลานี้เป็นการบังคับให้เจ้าของโครงการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อเป็น คนดูแลรักษาสาธารณูปโภคที่ร่วมกันของหมู่บ้าน
๒. เพิ่มอำนาจให้ลูกบ้าน ในกรณีที่เจ้าของโครงการไม่ดำเนินการตาม ระยะเวลาที่กำหนด ให้ลูกบ้านมีสิทธิจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านขึ้นมาเองได้ โดยรวมตัวกึ่งหนึ่ง ของจำนวนบ้านสามารถแต่งตั้งตัวแทนเพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านได้ เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ที่ลูกบ้านจะต้องได้รับตามกฎหมาย เพราะกฎหมายฉบับเก่า ไม่มีการบังคับให้ต้องมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน ทำให้เกิดปัญหาตามมา ดิฉันจึงขอ สนับสนุนร่างฉบับนี้และขอฝากปัญหาในพื้นที่ที่ดิฉันได้กล่าวมาไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เพื่อรับหลักการร่างกฎหมายนี้และสนับสนุนให้ร่างกฎหมายผ่านพิจารณาในวาระ ๒ และ วาระ ๓ ด้วยค่ะ ดิฉันไม่อยากให้รอเวลานานไปกว่านี้ เพราะปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องทุกคนไม่สามารถรอได้ และนี่คือหนทางที่พวกเราจะช่วยพวกเขาได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ