
พชร จันทรรวงทอง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดมาตรการในการคุ้มครองผู้ซื้อบ้านจัดสรร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน ท่านประธานครับ บ้านหรือที่อยู่อาศัยถือเป็นอีก ๑ ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อีกทั้งยังถือได้ว่ามีความสำคัญ ในการพัฒนาคุณภาพวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียง สถานที่ที่ใช้ในการพักผ่อนเพียงเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนศูนย์รวมของครอบครัวที่ช่วย ในการสร้างความอบอุ่น ความมั่นคง และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้การลงทุน ในที่อยู่อาศัยยังเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออมทรัพย์ เพราะเป็นการลงทุนในทรัพย์สิน ที่มีความมั่นคงอย่างหนึ่งเหมือนการลงทุนในด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อ ที่อยู่อาศัยประชาชนย่อมมีความคาดหวังที่จะได้อยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบาย เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้านเพื่อเป็นหลักประกันของความมั่นคงในการดำรงชีวิต จากการพัฒนา ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับ สถานการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจจัดสรร ที่ดินที่มีการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ประกอบการ จำนวนมากมีการลงทุนพัฒนารูปแบบของที่อยู่อาศัยในลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Townhouse Townhome บ้านแฝดหรือบ้านเดี่ยว หรือที่รู้จักกันในธุรกิจบ้านจัดสรร โดยการนำที่ดินแปลงใหญ่มาแบ่งขายและได้มีการปรับปรุงพัฒนาเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยมีการจัดระบบสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบถนน ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น สโมสรเป็นต้น เพื่อจูงใจให้มีผู้คนมาซื้ออันเป็นลักษณะของการแข่งขันทางธุรกิจ แต่จาก ความเจริญเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจบ้านจัดสรร ก็ได้มาพร้อมกับปัญหา ความขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เนื่องจากมาตรการในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรร ที่ดินที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันพบว่ายังมีช่องโหว่ของกฎหมายส่งผลให้มีปัญหาของเรื่อง การร้องเรียนของหมู่บ้านจัดสรรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังขาดมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การที่ไม่ดูแลรักษาระบบสาธารณูปโภคของผู้จัดสรรที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ซื้อต้องประสบ ปัญหาจากการที่ผู้จัดสรรที่ดินละทิ้งโครงการ ส่งผลให้ผู้ซื้อไม่ได้รับระบบสาธารณูปโภค ตามที่กฎหมายกำหนด หรือการที่ผู้จัดสรรที่ดินทำสาธารณูปโภคไม่ถูกต้องตามแบบ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน หรือการที่ผู้จัดสรรที่ดินทอดทิ้งหรือละเลยการดูแล ระบบสาธารณูปโภค ส่งผลให้ผู้ซื้อต้องประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือถนนทรุด ตลอดจนปัญหาในการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อมาดูแลโครงการจัดสรร เนื่องจากยังไม่มีบทบัญญัติ ในการกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ โดยที่ผ่านมาแม้ว่าภาครัฐจะได้มี มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดิน เพื่อรองรับและคุ้มครองผู้ซื้อบ้านจัดสรรในการใช้ประโยชน์ จากสาธารณูปโภคและบริการของบ้านจัดสรรก็ตาม แต่มาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่เพียงพอ ต่อการที่จะให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อบ้านจัดสรร อีกทั้งมาตรการที่ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถ แก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับได้ โดยเฉพาะการจัดการและบำรุงรักษาระบบ สาธารณูปโภค การขาดมาตรการเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตลอดจนการ ขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมาตรการในการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร หรือผู้ที่ได้รับความ เดือดร้อนจากการจัดสรรที่ดิน ด้วยเหตุนี้จึงควรมีการกำหนดมาตรการทางกฎหมาย ที่เหมาะสมและเพียงพอในการคุ้มครองหรือเยียวยาผู้ซื้อโครงการในบ้านจัดสรร ให้มีความ เหมาะสมและมีความชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ให้กับผู้ที่ซื้อ ท่านประธาน ครับจากที่ผมได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้เพื่อให้มีข้อกฎหมายที่มาคุ้มครองพี่น้องประชาชนผู้ที่ ซื้อโครงการในโครงการจัดสรรต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสม ผมจึงอยากจะขอเสนอให้ ครม. รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณาเพื่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ