
เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการรับรองเพศคำนำหน้านามและการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยแสดงความเห็นชอบต่อหลักการของกฎหมายและเรียกร้องให้สมาชิกสภารับหลักการในวาระที่ 1 และเสนอแนะให้แบ่งโควตาคนจากภาคประชาชนที่ไม่ใช่สมาชิกสภาเข้ามาในกรรมาธิการเพื่อความเป็นธรรมและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมหวังว่าการที่ผมเรียกชื่อตัวเองว่า นายเท่าพิภพ เมื่อสักครู่นี้จะเป็นหนึ่งในครั้งสุดท้ายที่ผมจำเป็นต้องเรียกคำนำหน้านามของผมว่า นาย ผมเองไม่ใช่เป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ อาจจะเป็นเพศที่ตรงโดยกำเนิด ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าการขึ้นคำนำหน้านามของผมจะมีความสำคัญใด ๆ ถ้าผมได้ละ ๑ คำออกไป ผมก็รู้สึกเป็นคนขี้เกียจ ผมก็สบายขึ้นเท่านั้นเองนะครับ นี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่อาจจะดูโง่ ๆ ของผมที่ผมมีความเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการรับรองเพศคำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งผมยืนยันนะครับ ได้ฟังเพื่อนสมาชิก ของทั้ง ๒ ฝั่งของสภาแห่งนี้ ผมว่าสิ่งที่เหมือนกันอย่างเดียวเลยที่เห็นตรงกันแน่นอนนะครับ ก็คือหลักการที่เราเห็นความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องหลัก ก็โอเคครับ ก็เห็นมีก่อนหน้า ผู้เสนอจะได้เสนอก็มีเพื่อนสมาชิกได้บอกว่าการที่จะเสนอกฎหมายนี้ อยากให้ผู้เสนอคือ คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ได้ถอนไปก่อน ซึ่งผมเองคิดว่าจะถอนกันทำไม ถ้าเห็นด้วย ในหลักการก็ควรจะให้ผ่านไปก่อน ซึ่งถ้าผมมาดูในหลักการของกฎหมายนี้ที่แจกให้สมาชิก ได้ดู หลักการในขั้นตอนวาระที่ ๑ เราโหวตเพื่อรับหลักการ จริง ๆ เราไม่ได้โหวตเพื่ออะไร เราโหวตเพื่อ ๑ บรรทัดนี้ครับ หลักการของกฎหมายนี้ก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการรับรอง เพศคำนำหน้านามและการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ แค่นี้เองครับ เห็นด้วยใช่ไหมครับ เห็นด้วยก็โหวตผ่านใช่ไหมครับ แล้วถามว่าความสำคัญที่เข้าใจว่า มีร่างประชาชนที่จะเข้ามาอยู่ ผมว่าร่างของประชาชนผมไม่แน่ใจว่าเนื้อหาข้างใน ความตั้งใจ จะแตกต่างหลากหลายกันอย่างไร หรือร่างของ ครม. จะเป็นเช่นไร แต่ผมเชื่อว่ามันไม่หนี จากหลักการนี้แน่นอน ก็ยืนยันนะครับว่าอยากให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้รับหลักการ ในวาระที่ ๑ ไปก่อน เพราะมันเป็นหลักการที่มันเปิดกว้างที่สุดแล้ว ใครจะแก้อย่างไรก็ได้ ผมเชื่อว่าเรามีขั้นตอนในกรรมาธิการที่จะไปแก้ไขได้อย่างที่เพื่อนสมาชิกผู้อภิปรายก่อน หน้าผมได้มีข้อกังวลต่าง ๆ นานา เรามีสภาแห่งนี้เพื่อเรามาคุยกันครับ เห็นตรงกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง ผมก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าเรามีกระบวนการที่ออกแบบ Design มาเพื่อ การแก้ปัญหาของสังคมอยู่แล้ว กรรมาธิการครับเป็นที่ที่เราไปถกเถียงกันครับ รายมาตรา อะไรก็ว่าได้ว่ามาตรานี้เราจะเอาอย่างไร มาตรานั้นเราจะเอาอย่างไร ปกป้องสิทธิ คนเขา กลัวว่าจะโดนหลอกจากคำนำหน้านามแล้วก็ไปแต่งงานอย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าเรามาช่วยกัน คิด ช่วยกันทำในกรรมาธิการได้แน่นอนครับ
ประเด็นที่ ๒ แน่นอนครับว่าที่เพื่อนสมาชิกกังวลว่าถ้าหากร่างของประชาชน ไม่ได้เข้ามา ณ ตรงนี้จะเป็นการเสียสิทธิของประชาชน ผมไม่รู้นะครับท่านประธานว่า พรรคอื่นเขาทำอย่างไร แต่พรรคก้าวไกลเราปกติแล้วกรรมาธิการต่าง ๆ ทั้งวิสามัญในเรื่อง เกี่ยวกับการศึกษาเองหรือกฎหมายเอง เราจะแบ่งโควตาครึ่ง ๆ อยู่แล้ว ส่วนใหญ่บางครั้ง ภาคประชาชนที่อยู่ข้างนอกสภาที่ไม่ใช่เป็นสมาชิกเรา ไม่ใช่อดีตผู้สมัครของที่เคยลงกับเรา ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นประเด็นนั้น ๆ อย่างผมเองกับท่านประธานในสมัยก่อนก็ได้เคยนั่ง อยู่ใน พ.ร.บ. กัญชา กระท่อมด้วยกัน ก็จะสังเกตว่าเพื่อนสมาชิกของผมที่เป็นกรรมาธิการ จากพรรคก้าวไกลก็เป็นบุคคลนอกทั้งนั้น ซึ่งถามว่าถ้าเราตั้ง โควตาของพรรคก้าวไกลคงไม่พอ ที่จะให้ หรือพรรคต่าง ๆ คงไม่พอที่จะให้ภาคประชาชนที่เขาจะเสนอร่างเข้ามา ไม่เป็นอะไร ผมเสนอข้อเสนอนี้ให้เพื่อนสมาชิกเพื่อความสบายใจ เพราะเรารักประชาชนเหมือนกัน ตามข้อบังคับเราสามารถกำหนดกรรมาธิการกี่ท่านก็ได้ เสนอมากกว่าปกติก็ได้ แล้วแบ่ง โควตาไปตามพรรคการเมืองต่าง ๆ แล้วเป็นที่รู้กันครับว่าจะนำภาคประชาชนเหล่านั้นเข้ามา ในสภา อีกทั้งแม้ร่างนี้จะไม่เป็นร่างกฎหมายที่ ครม. ได้เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ แต่ตาม ข้อบังคับของสภาแล้ว ครม. มีสิทธิที่จะเสนอกรรมาธิการได้ไม่เกิน ๑ ใน ๓ ของสภานี้อยู่แล้ว ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับ ครม. ก็น่าจะขอท่านได้ เพราะหลายครั้งหลายนามที่ผมเคยเห็นที่ผ่านมาในสภาแห่งนี้จาก ครม. บางครั้งเป็นการเสนอจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลเองด้วยซ้ำ ผมว่าแบ่งโควตาให้ ประชาชนได้อย่างแน่นอนนะครับ ผมเลยเรียนด้วยเหตุผลทั้ง ๓ ข้อเหล่านี้ ผมจึงขอให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้สบายใจได้ ไม่ว่า ตอนนี้กระบวนการของทาง ครม. จะเป็นอย่างไร ผมคงไม่ไปว่ากล่าวอีกแล้ว เพราะเพื่อน สมาชิกผมทุกสัปดาห์ก็ได้ว่ากล่าวถึงกระบวนการทำงานทางนิติบัญญัติของทาง ครม. ไว้ เยอะแล้ว รวมถึงหากกังวลว่าประชาชนที่เขามีความเห็นในอีกส่วนหนึ่งจะไม่ได้รับสิทธิ ในการที่เขารวบรวมรายชื่ออยู่ ซึ่งตอนนี้มีแค่ ๖,๐๐๐ รายชื่อเอง ถ้า ครม. เห็นใจก็นำร่างนั้น มาได้เลยนะครับ และจริง ๆ แล้วตามที่ผมเรียนไปว่าเสนอชื่อกรรมาธิการเอาคนเหล่านั้น เข้ามาแล้วก็มาทำงานกันในกรรมาธิการ ผมเชื่อว่า พ.ร.บ. คำนำหน้านามนี้ต้องผ่านให้ได้ เพราะว่ามันเป็นหมุดหมายสำคัญในการแสดงว่าประเทศไทยเราเดินไปข้างหน้า เราก้าวไปได้ ไกลกว่าที่อื่นแล้ว ขอบคุณมากครับ