สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายเรื่องการรับรองเพศและคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการออกกฎหมายเพื่อเอื้อให้กลุ่มนี้รู้สึกเป็นปกติและไม่แบ่งแยก

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา ธัญบุรีและอำเภอหนองเสือ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. การรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายมาประมาณ ๓๐ ครั้ง ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมคราวที่แล้ว ผมไม่เคยใช้คำนั้นหน้านามเลย ไม่เคยใช้คำว่า นาย นำหน้าคำว่า ประสิทธิ์ เลย อันนี้เป็น เรื่องที่หนึ่ง เพราะว่าผมมีความเข้าใจในส่วนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็มาทำงานปกติเลย เดินมาทำงานปกติ ร่วมอภิปรายปกติในกฎหมายที่ปกติ ทำไม ผมถึงพูดอย่างนี้ เพราะว่าหลายท่านมองเห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ปกติ กฎหมายนี้มีความก้าวหน้า เกินไป กฎหมายนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ผมก็ขอเรียนให้ทราบตรงนี้นะครับว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แปลก แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศเลยนะครับ มีมากกว่า ๓๐ ประเทศที่ยอมรับความหลากหลาย ทางเพศ และให้มีการระบุเพศหรือว่าระบุเป็นเพศที่สามกว่า ๓๐ ประเทศทั่วโลก เราไม่ใช่ ประเทศแรก แม้แต่ประเทศปากีสถานหรือประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเคร่งครัด ในศาสนามาก ๆ แล้วก็มีกฎหมายที่ต่อต้านการรักร่วมเพศมาเป็นพัน ๆ ปีนะครับ ปัจจุบันนี้ ก็มีการยอมรับเพศที่สามแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของมนุษยชาติในปัจจุบัน เป็นกฎหมาย ระหว่างประเทศ แล้วก็เป็นสิทธิมนุษยชนด้วยนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นของบุคคลที่มีความ หลากหลายทางเพศ ผมจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ ยกตัวอย่างของรายที่ ๑ นักธุรกิจเจ้าของ คลินิกเสริมความงาม นักธุรกิจรายนี้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก และมีครั้งหนึ่ง Passport ใกล้จะหมดอายุก็เลยเป็นต่อ Passport ก่อนเพื่อจะเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เมื่อไปถึงกรมการกงสุลของประเทศไทย ไปต่อ Passport กลับถูกเหยียดว่าหน้าไม่ตรงปก เพราะว่านักธุรกิจรายนี้เป็นกระเทยไปทำศัลยกรรมมา แล้วหน้าตาสวยกว่าเดิมก็เลยบอกว่า หน้าไม่ตรงปก ผมขออ่านเลยดีกว่าจะได้ไม่ผิด เจ้าหน้าที่จุดซักฟอกประวัติไม่ให้ผ่านและ บล็อก Passport ของตนเนื่องจากหน้าไม่ตรงปก และใช้คำพูดหยาบคาย เสียดสีว่าเป็น สาวประเภทสองจะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะกลัวข้ามประเทศไปแล้วจะทำผิดกฎหมาย ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ เมื่อให้เหตุผลแล้วว่าจะยื่นเดินทางไป ต่างประเทศเพื่อไปทำธุรกิจก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง สุดท้ายตนก็ไม่ได้ต่อ Passport ก็เลย ขอ Visa เลยแล้วก็ไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่กลับมีปัญหาที่ กรมการกงสุล อันนี้เป็นเคสที่เกิดขึ้นในข่าวนะครับ ผมอ่านตามข่าวเพื่อป้องกันการผิดพลาด

เรื่องที่ ๒ จะมีนักแสดงโชว์ของประเทศไทย มีความหลากหลายทางเพศ แต่ว่าการแสดงโชว์ของเขาเป็นที่ต้องการของต่างประเทศจึงต้องเดินทางไปโชว์ตัว ไปโชว์ การแสดงหลาย ๆ ประเทศ แล้วบางครั้งเกิดปัญหาว่าไม่สามารถผ่านด่าน ตม. ของ ต่างประเทศได้ เนื่องจากว่า Passport ยังเป็นนายอยู่ แต่รูปร่างเป็นผู้หญิงแล้วนะครับ บางคนถูกตรวจ แม้กระทั่งให้เปลื้องผ้านะครับ เพื่อตรวจดูว่าเพศตรงหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ ก็กลายเป็นปัญหา แทนที่เราจะได้ไปสร้างเม็ดเงินกลับมาประเทศ แต่กลับถูกบล็อกเพราะ เรื่องตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานแล้วก็สมาชิกผู้มีเกียรติ ในสภาเหล่านี้ลองดูไปที่ Monitor ของเรา ดูไปที่หน้าจอมุมล่างขวา ท่านเห็นอะไรไหมครับ ล่ามภาษามือของเรา ทำไมเราจึงต้องมีล่ามภาษามือ เพราะเรามีผู้พิการทางการได้ยิน ในประเทศไทยมีอยู่ ๒ ล้านคน นับเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยทั้งหมด เรายังมีล่ามภาษามือ เพื่อให้คนที่มีความพิการทางการได้ยินได้รับรู้ได้สัมผัสเหมือนกับพวกเรา ให้รู้สึกว่าเป็นคนปกติ และกลุ่ม LGBT มีมากกว่านี้เยอะ มี ๔ ล้านคน อย่างน้อย ๆ ที่ลงบันทึกไว้มี ๔ ล้านคน หรือ ประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ทำไมเราถึงไม่ออกกฎหมายเพื่อเอื้อให้เขารู้สึกเป็นปกติเหมือนพวก เราครับ อันนี้คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะครับ สมาชิกผู้มีเกียรติ ในสภาเราเข้ามาเพื่ออะไร เพื่อทำงานให้ประชาชนใช่ไหมครับ เพื่อให้ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมกับเรา รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำไมเราจะต้องแบ่งแยก ทำไมเราจะต้องทำให้ เขารู้สึกว่าเขาถูกเหยียด ไม่ปกติ อันนี้อยากฝากให้ทุกท่านได้คิดดูนะครับ ถ้าท่านคิดไม่ออก ก็ลองมองอีกครั้งหนึ่ง Monitor มุมล่างขวาของเรา สุดท้ายถ้าท่านมีเพื่อนอยู่ในกลุ่ม LGBT ท่านลองไปถามเขาดูถึงกฎหมายฉบับนี้ ท่านลองไปถามเขาดู ผมเคยคุยแล้วเขาบอกว่าเขารอ กฎหมายฉบับนี้มาทั้งชีวิต ทั้งชีวิตนะครับท่าน ไม่ใช่แค่ ๑ ปี หรือ ๒ ปี แต่เขารอมาทั้งชีวิต แล้วเราจะเอาความหวังของเขาออกไปหรือครับ ถ้าท่านมีความรู้สึกเพื่อประชาชนจริง ๆ ถ้าท่านเห็นแก่กลุ่ม LGBT จริง ๆ ท่านต้องยอมรับกฎหมายฉบับนี้ แล้วเราไปแก้ปัญหาที่มี ต่อไปด้วยกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญครับท่าน เราไม่ควรปิดโอกาสตั้งแต่ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ