
ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายเรื่องรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีหลากหลายทางเพศ โดยมีจุดยืนที่เห็นด้วยในการให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่กังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น การเปลี่ยนกลับไป หรือการเกิดปัญหาสังคมใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศ คำนำหน้านาม และ การคุ้มครองบุคคลผู้มีหลากหลายทางเพศ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การออกกฎหมายใด ๆ จะต้องเป็นไปตามพัฒนาของสังคม สอดคล้องกับบริบทของสังคม หากกฎหมายใดสุดโต่งเกินไป เกินกว่าความต้องการของสังคม กฎหมายนั้นก็ไม่ได้สร้าง ประโยชน์ให้กับสังคม แล้วก็ไม่สามารถตอบโจทย์สภาพสังคมได้ กฎหมายฉบับนั้นก็อาจจะสร้างปัญหาต่อสังคม ติดตามมาเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ได้รับความไว้วางใจจาก ประชาชน เราได้ให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมากมาย ไม่ว่าท่านจะแต่งกายอย่างไร ใส่กางเกงอย่างไร ใส่กระโปรงอย่างไร ทุกวันนี้ก็เป็นสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมเสมอภาคเท่ากัน ของทุกคน แล้วทุกวันนี้การคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ คนมี ความเท่าเทียมกัน อันนี้ก็เป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณากฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งเราก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ใช้สิทธิเสรีภาพในการสมรสรับรองความเป็นคู่สมรสของ คน ๒ เพศ และเพศเดียวกัน และกระผมก็ได้อภิปรายสนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะ กระผมคิดเสมอว่าไม่ว่าใครบนโลกนี้ ต่างก็มีความรักไม่ควรถูกปิดกั้น เพราะเพียงแค่เกิดมา เป็นเพศใดเพศหนึ่ง และไม่ควรถูกปิดกั้น เพราะถูกจำกัดเพียงคำนำหน้านาม ท่านประธาน ที่เคารพครับ คำนำหน้าชื่อไม่ว่าจะเป็น นาย นาง นางสาว ที่เป็นการแบ่งเพศตามสภาพ มาตั้งแต่กำเนิด ผมก็มีความห่วงใยและมีความกังวลกับการเปลี่ยนได้ตามสมัครใจ เพราะ ในต่างประเทศสามารถให้เปลี่ยนคำนำหน้าได้ มีเกณฑ์ มีเงื่อนไขยากง่ายแตกต่างกันไป ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากว่ามีการผ่านไปหรือจะมีการเสนออะไรต่าง ๆ ก็ต้องมีคุยในวาระต่าง ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมมองว่าไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ทุกคนควร มีสิทธิได้เลือกความเป็นตัวเอง หากเขาไม่สะดวกในการที่จะต้องใช้คำนำหน้าหรืออาจไม่ตรง กับเพศสภาพ ณ ปัจจุบัน ผมว่าเขาควรมีสิทธิเลือกไม่ใส่คำนำหน้านามก็ได้นะครับ ใส่เป็นชื่อ ของเขาเลยก็ได้ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของการอภิปรายในวันนี้ เพื่อความเสมอภาค และเท่าเทียม คือไม่ต้องไปบังคับเขา บางประเทศก็ง่าย บางประเทศยากมาก เช่น ประเทศ มอลตา ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศไอซ์แลนด์ ถือว่าเป็นประเทศที่มีการเปลี่ยนง่าย กระบวนการตรวจสอบไม่มาก แต่อย่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซีย ฮ่องกง ประเทศ สิงคโปร์ การเปลี่ยนคำนำหน้าจะต้องมีการแปลงเพศอย่างสมบูรณ์ก่อน นั่นคือการแปลงเพศ ซึ่งการผ่าตัดแปลงเพศโดยสมบูรณ์ส่วนบนของร่างกาย เราก็ไม่ได้ว่าง่าย ๆ เพราะทุกอย่างมี ค่าใช้จ่ายสูง เป็นหลักแสนหลักล้าน ซึ่งคนจะผ่าตัดแปลงเพศโดยสมบูรณ์ได้นั้นก็ต้องมีฐานะ เศรษฐกิจค่อนข้างดีระดับหนึ่ง แล้วท่านได้นึกถึงคนที่อยู่ชนบทที่มีสภาพอย่างนี้ เขาเป็นคน ยากจน แล้วไม่มีฐานะดีพอที่จะผ่าตัดแปลงเพศโดยสมบูรณ์แล้ว และเขาไม่มีเงินไปผ่าตัด แปลงเพศได้เพียงพอ มันจะเกิดประเด็นปัญหาสังคมใหม่ขึ้นมาเป็นประเด็นนะครับ ปัญหา ความเท่าเทียมและปัญหาความเสมอภาคและการเปลี่ยนคำนำหน้านามอีกหรือไม่ ผมอาจจะ คิดมาก ทั้งที่สนับสนุนสิทธิเสรีภาพอะไรต่าง ๆ พอมานึกถึงแล้วคิดสารตะแล้ว ประเทศ ที่เปิดแล้วไม่ได้คัดค้านนะ คำนำหน้าอะไร แต่เป็นความเห็นของผม ท่านประธานครับ ประเทศที่เปิดโอกาสให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ประเทศแรก เมื่อปี ๑๙๗๒ คือ ประเทศสวีเดน ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนกันง่าย ๆ แบบร่างกฎหมายฉบับนี้ ประเทศสวีเดน ขั้นตอนการตรวจสอบเยอะมาก มีทั้งต้องไปพบจิตแพทย์ก่อน เพื่อจะต้องได้ข้อสรุปให้ได้ ชัดเจนก่อน ทำไมท่านต้องการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เพราะถ้าไม่ตรวจสอบผ่านกระบวนการจิตแพทย์แล้วมันก็จะเกิดปัญหาทีหลัง อันนี้ของ ประเทศสวีเดน ผมจะยกตัวอย่างมาพอสมควรที่ประเทศที่ได้เกิดอย่างนี้ เพราะเขา ระมัดระวังว่าการเปลี่ยนคำนำหน้านามแล้ววันดีคืนดีอยากเปลี่ยนกลับ จะเปลี่ยนกลับไป กลับมาท่านคิดว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมหรือไม่ครับ นั่นคือปัญหาสับสนเรื่องการใช้ชีวิต ในสังคม ข้อกังวลของสังคมเป็นอย่างไร ระบบนายจ้างลูกจ้างที่จะต้องใช้แรงงานเฉพาะด้าน เป็นอย่างไร ความสับสนของหน่วยงานราชการ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลบุคคลจะต้องดำเนินการ อย่างไร นี่เป็นประเด็นที่มีข้อกังวล หรืออย่างประเทศฟินแลนด์ประเทศนี้หลักเกณฑ์ในการ เปลี่ยนคำนำหน้านามจะต้องทำหมันก่อนครับ เพราะป้องกันกรณีที่มีท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นกรณีข่มขืน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ พลาดตั้งท้องขึ้นมาจะเกิดปัญหาสิทธิ ใคร เป็นพ่อเด็ก ใครเป็นแม่เด็กอะไรต่าง ๆ ปัญหาก็ไม่ได้เกิดแก่พ่อแม่เด็ก แต่ปัญหาเกิดต่อ ตัวเด็กเป็นประเด็นใหญ่ ท่านประธานครับผมขออนุญาตเพราะว่าพรรคเพื่อไทยพูดไม่กี่คน ขอให้ผมได้พูดจนจบเถอะครับ ประเทศฟินแลนด์มองว่าเรื่องนี้จะต้องสร้างระบบป้องกัน ปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนที่สุด นี่เป็นหลักคิดของประเทศฟินแลนด์ แล้วแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกัน แล้วประเทศเราจะใช้หลักอะไร จะใช้การตรวจสอบอย่างไร เรายินยอมให้มี การเปลี่ยนคำนำหน้านาม ถ้าเรายินยอมให้มีการเปลี่ยนคำนำหน้านามได้เราจะทำอย่างไร อันนี้เป็นข้อกังวลของผม การที่จะมีกฎหมายให้ใช้สิทธิว่าถ้าบรรลุนิติภาวะแล้วสามารถ เปลี่ยนคำนำหน้าเองได้ตามที่ตัวเองต้องการ มันเลยสุ่มเสี่ยงก่ออาชญากรรมมากเกินไปครับ ในกรณีที่มีคนที่ไม่มีความประสงค์ในช่องทางนี้ อย่างเช่น การเปลี่ยนคำนำหน้านามเพื่อที่จะ ไปหลอกทรัพย์ หรือเปลี่ยนคำนำหน้านามเพื่อที่จะลวนลามบุคคลอีกเพศหนึ่ง โดยหลอกว่า เป็นเพศเดียวกัน แล้วปัญหามันจะว่าอย่างไร สรุปจากรับฟังความคิดเห็นหลายฝ่ายยังไม่เห็น ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ เมื่อบ่ายวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมานั้นวันอาทิตย์ครับ ผมได้มีโอกาสได้ไปกับท่านทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไปเยี่ยมผู้ต้องขัง ที่เรือนจำจังหวัดอุดรธานี อยากจะขอเรียนว่าเมื่อไปแล้วผมไปเห็นการแบ่งแยกนักโทษชาย และนักโทษหญิง ถ้าสมมุติว่าเพศทางเลือกได้กระทำผิด ซึ่งเขามีจิตใจไม่ตรงกับเพศสภาพ แล้วเขาเข้าไปอยู่ในเรือนจำ เขาต้องอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังชายหรือหญิงครับ ผมเห็นบางคนว่า เพศสภาพอาจจะเป็นชายแต่จิตใจเขาเป็นผู้หญิง พอเขาเข้าไปในเรือนจำอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังชาย บางคนหน้าอกอย่างนี้อยู่ผมแลเห็น เพราะ ๓,๒๐๐ คนอยู่นั่นแล้วตัดผมสั้นด้วย แล้วสภาพจิตใจ ของคนประเภทนี้เขาจะมีสภาพจิตใจอย่างไร เพราะว่านมก็ยังไม่ได้ออก ต้องตัดผมสั้นอีก อย่างนี้เราสามารถที่จะให้พวกเขาได้รับสิทธิเลือกได้บ้างหรือไม่ครับ หรือเราสามารถเปิด พื้นที่อีกส่วนหนึ่งไว้ให้เขา หญิง ชายและเพศ มันจะต้องใช้สถานที่ เรือนจำจังหวัดอุดรธานี จะย้ายแล้ว เพราะว่าจะย้ายไปอยู่อีกที่หนึ่งแล้ว ถ้ากฎหมายอย่างนี้ผ่านมันก็ต้องดำเนินการ ในการจัดการ แล้วจะต้องใช้งบประมาณเท่าไร เปลี่ยนแดนเป็นแดนที่ ๓ หญิง ชาย และ อีกต่าง ๆ อันนี้เป็นข้อคิดเห็นนะครับ ในเรื่องของข้อกฎหมายผิดก็ว่าไปตามผิดอยู่แล้ว ผิดก็คือชาย ถึงแม้ว่าจะเป็นเพศสอง นี่ละครับผมเป็นห่วง บางคนเหมือนผู้หญิงจริง ๆ สวย น่ารักมากครับ นี่แหละสภาพจิตใจของผู้ต้องขังเหล่านี้คิดว่ามันสำคัญเหมือนกันนะครับ การทำกิจกรรมร่วมกันมันจะแยกอย่างไร การคุมขังกรณีผู้ต้องขังชายข้ามเพศมีเพศกำเนิด เป็นหญิง และเป็นผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะเพศแล้วจะทำอย่างไร และกรมราชทัณฑ์ จัดให้อยู่เรือนจำคุมขังชายหรือเปล่า แล้วต้องสร้างแดนใหม่ขึ้นมาอย่างที่ผมได้กราบเรียนไป เบื้องต้น หรือกรณีผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศมีเพศกำเนิดชายเป็นผู้ที่ได้รับการผ่าตัด เปลี่ยนอวัยวะเพศแล้ว และกรมราชทัณฑ์จัดให้อยู่ในเรือนจำคุมขังหรือเปล่า ผมเป็นคน คิดมากนะครับ ทั้ง ๆ ที่ผมสนับสนุนเรื่องอย่างนี้มาโดยตลอด หากพระราชบัญญัตินี้มีผล บังคับใช้อาจก่อให้เกิดปัญหาล่วงละเมิดทางเพศได้อีกครับ หรือทำร้ายร่างกาย ถ้าอยู่ในคุก ก็ขาใหญ่ละครับ ระหว่างเพศที่เป็นเพศที่ชาติกำเนิดอะไรต่าง ๆ มันคนละเรื่องกันนะครับ ท่านประธาน ก็เลยห่วงบางคนก็สภาพไม่เหมือนกัน บางคนสามารถเป็นนักมวยเตะก้านคอ ผู้ชายสลบอย่างนี้ก็มี แต่เขาสามารถแปลงเพศได้ เขาเป็นอรชรอ้อนแอ้น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเกิดมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะนั้นผมห่วงเพราะว่าเดี๋ยวนี้ยาบ้ามันเยอะ ที่คุมขังมันก็จะ ไม่มีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ห่วงว่าคนที่จะแปลงเพศอะไรอย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าเขามีความผิดจะเข้าไป อยู่นั้นมันมีปัญหา อย่างอื่นผมจะไม่ยกตัวอย่าง เพราะสภาพรูปร่างร่างกายเดิมของการขัง สภาพมันเปลี่ยนไป การเปลี่ยนอวัยวะเพศ หน้าอก ยากแก่การควบคุมดูแลด้วยก็จะมีปัญหา เกิดขึ้นมา และความเป็นธรรม ความไม่เท่าเทียม สามารถเปลี่ยนให้เกิดความเป็นธรรม สามารถสร้างให้เกิดความเท่าเทียมได้ เพียงแต่เปลี่ยนคำนำหน้านามนั้น ผมคิดว่ามันจะเป็น อย่างไร เปลี่ยนแล้วมันมีความเป็นธรรมหรือเปล่า เพราะการจะสร้างความเป็นธรรมเท่าเทียม เราสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองมากกว่า เราสามารถผลักดันให้ผู้มีอำนาจใช้กลไกทางกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ดียิ่งกว่าการเปลี่ยนนายเป็นนาง หรือเปลี่ยนนางเป็นนาย กระผมไม่อยากมองว่าแค่คำนำหน้านาม นาย นาง นางสาว เด็กชาย เด็กหญิง เป็นกรอบ กำหนดต่าง ๆ ในชีวิต เพราะไม่ว่าท่านจะเป็นนาย นาง นางสาว คือมนุษย์เสมอภาคกันทุกคน ท่านก็คือคนเหมือนกัน อย่าได้เพียงแต่ว่าคำนำหน้านาม แต่ถ้าหากว่าจะทำกันจริง ๆ ขอให้ มันละเอียดรอบคอบกว่านี้ ทุกคนในบ้านในเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลก็ดี ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็ดี หรือทุกพรรคการเมือง หรือพี่น้องภาคประชาชนเอาเข้ามาให้จริง ๆ จัง ๆ ถ้ามันผ่านไป ยังคณะกรรมาธิการจะต้องละเอียดถี่ถ้วนเรื่องอย่างนี้ทุกฉบับ ผมนั่งอ่านตั้งแต่เช้า ผมว่า จะไม่ได้อภิปราย ผมอ่านไปอ่านมามันก็ทำให้ได้รู้ กระผมเชื่อว่าถ้าคนเรารักกันจริง คำนำหน้านาม นาย นาง ไม่จำเป็นครับ เป็นกำแพงปิดกั้นความรัก ถ้าเรามัวแต่เอาคำว่า นาย นาง นางสาว มาเป็นอุปสรรคเพื่อที่จะเอาไปปิดกั้นความรักแล้วกระผมมองว่ามันไม่ใช่ ความรักครับ สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมขอถามว่าสังคมควรเปลี่ยนเพื่อเรา หรือเรา ควรเปลี่ยนเพื่อสังคมกันแน่ แล้วอะไรจะดีกว่ากันครับ แล้วอะไรมันจะเหมาะสมในบริบท ของสังคมทุกวันนี้ก็เท่านี้เองครับ แล้วก็ไม่ได้คัดค้าน ไม่ได้ขัดแย้ง ไม่อะไร เพียงแต่เป็น ข้อคิดเห็นประสบการณ์ที่เกิดมานานพอสมควร เล่าให้ท่านฟังว่ากลัวมันจะมีปัญหา เท่านั้นเองครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน