ซูการ์โน อภิปรายหนุนยกเลิกคำสั่ง คสช. 3 ฉบับ คืนอำนาจประชาชนภาคใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ซูการ์โน มะทา อภิปรายสนับสนุนการยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีบทบาทในการพิจารณางบประมาณศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่าปัญหาความไม่สงบเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ และเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับเพื่อให้การแก้ปัญหาครบวงจรและยุติอำนาจที่ไม่ได้มาจากกระบวนการประชาธิปไตย

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก็ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายสนับสนุนการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคประชาชาติจริง ๆ แล้วเราศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มายาวนาน หลาย ๆ ท่านได้ให้ความเข้าใจว่าปัญหาภาคใต้มีความรุนแรงเมื่อปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา แต่ข้อเท็จจริงปัญหาของความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีมาก่อนปี ๒๕๓๕ เป็นต้นมา ด้วยเหตุผลที่พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตกาลนั้นไม่สามารถที่จะมีหน่วยงานใดที่จะเข้าไปร้องเรียน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมได้ จึงมีการตรากฎหมายขึ้นเพื่อตั้งเป็นศูนย์บริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เป็นที่พึ่งของ ข้าราชการในพื้นที่ เพื่อเป็นการองค์กรที่ขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาทั้งหมด ไม่ว่าปัญหา เรื่องของสังคม ปัญหาเรื่องของการศึกษา ปัญหาเรื่องของความมั่นคงก็ตาม แต่ว่าหลังจาก เกิดเหตุการณ์ ๒๕๔๗ เป็นต้นมาศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านอดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้มีการยุบศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับ พตท. ๔๓ ซึ่งอยู่ในค่ายสิรินธร ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ก่อนหน้านั้นยังไม่มี พ.ร.บ. กอ.รมน. มาบังคับใช้ ผมเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๓ ที่เห็นความสำคัญ ได้รวบรวม สส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าถึงเวลาแล้วที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส จะต้องผลักดันให้มีกฎหมายตราเพื่อเป็นพระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ขึ้นมา ในการต่อสู้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้นหลังจากมีการตั้งกรรมาธิการแล้ว เรามี ความเห็นว่าปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเฉพาะยะลา ปัตตานี นราธิวาส แต่การ ยกตรากฎหมายโดยรัฐบาลยุคนั้นพยายามจะใช้ครอบคลุมถึง ๕ จังหวัด ซึ่งมติใน คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีมติเห็นชอบให้เอาแค่ ๓ จังหวัด แต่สุดท้ายผู้ที่นำกฎหมายนี้ เข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรก็นำกลับมาใช้เสียงข้างมากในสภา ทำให้สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบให้พระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ครอบคลุมถึงจังหวัด สงขลาและไปถึงสตูล อันนี้คือที่มาที่ไป แต่ว่าหลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ก็มีการออกคำสั่ง คสช. หลายฉบับ เพื่อมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่มาจากพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชาติมองเห็นว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช. นั้นถ้าจะให้ Perfect ที่สุด ให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด มันต้องยกเลิกถึง ๓ ฉบับ ฉะนั้นพรรคประชาชาติ จึงยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๗/๒๕๕๙ ทำไมพรรคประชาชาติถึงเล็งเห็นตรงนี้ เพราะการแก้ปัญหาทั้งหมดนี้เราจะต้องแก้ให้ครบ วงจร แต่ที่เราพยายามวันนี้ผมก็พยายามจะบอกว่าวันนี้พรรคประชาชาติแม้ว่าเราจะไม่สามารถ เอาร่างกฎหมายของเรามาพิจารณาในสภาได้ เพราะเรามีเกี่ยวข้องกับการเงิน แต่ที่เราทำมา เราคิดว่าเป็นจดหมายที่สมบูรณ์แบบที่สุดนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเวลา เพิ่มเติมนิดหน่อย เนื่องจากเนื้อหาสาระที่สำคัญก็คือในการยกเลิกประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวขึ้นว่าเป็นการยกเลิก สภาที่ปรึกษา ในการยกร่างพระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราให้อำนาจพี่น้องประชาชนสามารถคัดเลือกตัวแทน คัดสรร เลือกตั้ง ตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในองค์กรทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการพิจารณา งบประมาณของศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พิจารณาเรื่องของการดำเนินการ ภายในกระบวนการของการพัฒนา ว่าเราจะพัฒนาทิศทางใดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน แต่คำสั่งนี้ก็ได้ยกเลิกแล้วก็ไปตั้งคณะทำงานอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเชื่อว่าในรัฐบาลยุคที่ผ่านมา โดยเฉพาะคณะปฏิวัติรัฐประหารที่ใช้อำนาจ ยึดอำนาจจากรัฐบาลระบอบประชาธิปไตยนั้นมีความหวาดระแวง และไม่มีความไว้วางใจ องค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ผมถามกลับไปว่า ถ้ายังมีความหวาดระแวง มีข้อสงสัยในตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่มาเป็นองค์กรพิจารณางบประมาณของ ศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว วันนี้ผ่านไป ๒๐ ปี รัฐบาลที่แล้วพยายาม ผลักดันงบโครงการลงไปเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการ แก้ปัญหาเหตุการณ์ความสงบอะไรเพิ่มขึ้น เหตุการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม เศรษฐกิจก็ไม่ดีขึ้น กว่าเดิม แถมที่สุดวันนี้พี่น้องประชาชนกับถูกกระทำโดยการปิดปาก พี่น้องประชาชน แต่งชุดมาลายูก็ไม่มีใครกล้าออกมาพูด พี่น้องประชาชนแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ที่เป็นคน พื้นเมือง ซึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๖๐ มาตรา ๗๐ ก็ไม่มีใครมาดูแล กลับไปลิดรอนสิทธิ กล่าวหาว่าพวกนี้เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร อันนี้เพราะว่าอะไร เพราะในสภา ศอ.บต. นั้นไม่มีคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาที่มาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงคณะทำงานที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็น คณะกรรมาธิการได้พิจารณายกเลิกคำสั่งที่ ๑๔/๒๕๕๙ แล้วอยากให้มองภาพรวมว่าอะไร ที่จะเป็นองค์ประกอบที่เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนศูนย์บริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยให้ ศอ.บต. เป็นแม่งานนำการพัฒนา ไม่ใช่เอาทหารนำการพัฒนา ขอบคุณครับ