
กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะฉบับที่ 14/2559 พร้อมเรียกร้องคืนบทบาทสภาที่ปรึกษาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและส่งเสียงสะท้อนในกระบวนการสันติภาพอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ที่มีผู้เสนอญัตติได้เสนอญัตติต่อสภาแห่งนี้ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชาติขอสนับสนุนร่าง ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ จริง ๆ แล้วในส่วนพรรคประชาชาติเองเราได้ยื่นขอให้ มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ไปก่อนแล้วด้วยเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖ แต่เราเห็นว่า คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานาน มันไม่ใช่เฉพาะแต่คำสั่งที่ ๑๔/๒๕๕๙ ก่อนหน้านี้ก็มีคำสั่งอีก ๒ ฉบับ ก็คือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ แล้วก็คำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๙ รวม ๓ ฉบับที่เรายื่นญัตติไป แต่เนื่องจากว่าอีก ๒ คำสั่ง นอกเหนือจากคำสั่ง ที่ ๑๔ นี้มันเกี่ยวข้องกับการเงิน ทางสภามีหนังสือแจ้งมายังผมในฐานะ เจ้าของญัตติต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีรับรอง จึงเป็นที่มาที่พรรคประชาชาติเราไม่ได้เป็น หนึ่งในเจ้าของญัตติที่ให้ยกเลิกเฉพาะคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ในญัตติของสภาเราในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้กล่าวตั้งแต่ต้นว่าพรรคประชาชาติเราสนับสนุนเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะให้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกยุคทุกสมัยสภาฝ่ายนิติบัญญัติได้มีการพูดถึงมาโดยตลอด เพื่อต้องการแก้ไขปัญหา ซึ่งยืดเยื้อมาหลายสิบปี เพราะว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเชื่อมโยงหลายมิติ มีความละเอียดอ่อน หนึ่งในนั้นเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่เป็นเรื่องของการกำหนดนโยบายที่ผิดพลาดของ ฝ่ายบริหารในแต่ละยุคแต่ละสมัย หนึ่งในนั้นที่เรามองเห็นว่ามีการผิดพลาดก็คือ คำสั่งของ คสช. ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ ได้ตราขึ้นตาม เจตนารมณ์ให้มีเจตนาเป้าประสงค์ให้ ศอ.บต. พัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่ กันไป เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ โดยในมาตรา ๑๙ ให้อำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาซึ่งมา จากภาคประชาชนมีส่วนร่วมหลายหน่วยงาน หลายองค์กรในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำด้าน ศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผมอยู่ในพื้นที่นะครับ สภานี้ละครับเป็นสภาที่เสียงสะท้อนของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่ว่าปรากฏอย่างไรครับ เหมือนที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แทนที่จะมีการออกคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เปรียบเสมือนหนึ่งว่ามีการแก้ไขกฎหมายแต่ไม่ได้ผ่านสภา แต่อาศัย รัฐธรรมนูญชั่วคราวในขณะนั้น มาตรา ๔๔ ให้อำนาจ คสช. ได้ออกคำสั่งต่าง ๆ หลายร้อยฉบับ อย่างที่เราทราบกันดีว่าหลายฉบับคำสั่ง คสช. ไปกระทบโครงสร้างต่าง ๆ ในการบริหาร ประเทศ หนึ่งในนั้นก็คือปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปออกคำสั่งปิดปาก ผมใช้คำว่า ปิดปาก นะครับ เสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนจากสภาที่ปรึกษาไม่มีอีกแล้ว ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๙ ตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่พี่น้องฝากถึงสภาที่ปรึกษา ที่มาจากองค์กรศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลามหรือศาสนาพุทธ จากองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น คสช. ไปปิดปาก โดยให้ กอ.รมน. เป็นผู้นำในการตั้งสภาที่ปรึกษา แน่นอนที่สุดครับ ก่อนหน้านี้คนที่ได้รับผลกระทบ คนที่ถูกปิดปากเขาไม่กล้าส่งเสียง เพราะส่งเสียงไปหาว่า เป็นมุสลิมหัวรุนแรงอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องส่ง เสียงแทนบุคคลเหล่านี้ที่อยากให้ ศอ.บต. กลับมาเป็นคนเดิมตามมาตรา ๑๙ และอำนาจ หน้าที่ตามมาตรา ๒๓ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาเราไม่มีตัวแทนของ ศอ.บต. ที่เข้าไปอยู่ใน ศอ.บต. ที่ส่งเสียงสะท้อนให้ฝ่ายบริหาร ได้รับฟัง ท่านประธานที่เคารพครับ การปิดปากลักษณะเช่นนี้ผมว่าถึงเวลาแล้วที่สภาของเรา ต้องหยิบยกขึ้นมา ยกเลิกมรดกตกทอดหลาย ๆ คำสั่งของ คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหา ผมพูดมาโดยตลอดว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันนี้กระบวนการสันติภาพต้องควบคู่ไป กับการพัฒนา กระบวนการสันติภาพที่กำลังมีขึ้น ที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ให้มีคณะพูดคุยเพื่อกระบวนการสันติภาพ หนึ่งในคณะพูดคุยที่มีการ แต่งตั้ง นอกจากกระทรวงยุติธรรม แล้วก็มีตัวแทนของ ศอ.บต. อยู่ด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเรามีสภาที่ปรึกษา เราเอาสภาที่ปรึกษากลับคืนมา อย่างน้อยที่สุดทิศทางในกระบวนการ สันติภาพที่มี ศอ.บต. เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยก็จะได้รับฟังเสียงสะท้อนกับพี่น้องประชาชนให้ มามีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุยผ่าน ศอ.บต. ด้วยเหตุดังกล่าวทางพรรคประชาชาติเอง เราจึงสนับสนุนแล้วก็ยินดีมาก ฟังการอภิปรายเมื่อสักครู่มีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เห็นด้วย ทั้ง ๒ ฝ่าย และผมเชื่อว่าการนำพระราชบัญญัติ ศอ.บต. พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยการยกเลิกคำสั่ง คสช. ให้มาตรา ๑๙ ทำหน้าที่ในกลไกที่ควรจะเป็นตามเจตนารมณ์ของ ศอ.บต. จะทำให้ ส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม ขอขอบคุณครับ