
ชูศักดิ์ ศิรินิล อภิปรายข้อเสนอให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๔/๒๕๕๙ เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงและขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่กำหนดให้มีสภาที่ปรึกษาฯ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ ศอ.บต. และเห็นว่าการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะช่วยให้การขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตที่จะนำเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ โดยมีหลักการและเหตุผลที่จะกราบ เรียนท่านประธานต่อไป
หลักการที่สำคัญที่กระผมได้อ่านไปแล้วก็คือการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เหตุผลที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่า โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการ ที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่ให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตราต่าง ๆ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยเฉพาะบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงให้งดใช้บังคับบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี ในส่วนที่อ้างถึง สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้จัดตั้งคณะกรรมการ ที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหน้าที่ดังกล่าวนั้น ทำให้ การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมีปัญหาข้อขัดข้องในการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายประการ ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง รูปแบบที่ให้ คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ทำหน้าที่แทนสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่เหมาะสม แก่สถานการณ์ของพื้นที่ ทำให้การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหามากขึ้น จึงสมควรยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ และให้คณะที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ตามคำสั่งฉบับดังกล่าวสิ้นสุดลง เพื่อให้บทบัญญัติมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผลใช้บังคับต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอธิบายเพิ่มเติมโดยสังเขปว่าการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นโดยหลักแล้วเราก็ ทราบกันดีว่าเรามีพระราชบัญญัติการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ในพระราชบัญญัติฉบับนี้เรามีมาตราสำคัญที่กำหนดไว้ก็คือ มาตรา ๑๙ ที่กำหนดว่าให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำหนดให้มีสภาที่ปรึกษานี้มาทำหน้าที่สำคัญก็คือการให้คำปรึกษาแก่ ศอ.บต. ในการบริหาร ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่ในการเห็นชอบ แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศอ.บต. ความคิดของผู้ร่างกฎหมายในขณะนั้นผมก็ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าก็เป็นความคิดที่ค่อนข้างจะน่าชื่นชม เพราะท่านได้คิดว่าการที่ จะบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ พูดง่าย ๆ ประชาชนเจ้าของพื้นที่ทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่นั้น จะต้องมีส่วนร่วมในแง่ของการบริหาร ในแง่ของการกำหนดยุทธศาสตร์ทั้งหลาย โดยเหตุนี้ สภาที่ปรึกษาจึงประกอบด้วยบุคคลที่กำหนดขึ้น แล้วกำหนดว่าไม่เกิน ๔๙ คน ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขียนว่าจังหวัดละ ๑ คน ผู้แทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัด ละ ๑ คน ผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้แทนเจ้าอาวาสในพระพุทธศาสนา ผู้แทน ทางด้านบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มสตรี หอการค้า รวมไปถึงสื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมแล้วไม่เกิน ๔๙ คน สภาที่ปรึกษาที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๙ สะท้อนให้เห็นคนที่เขา ร่างกฎหมายนี้ขึ้นมาว่าเขาต้องการเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงมีผู้แทนของ ภาคประชาชนในพื้นที่ในระดับต่าง ๆ ในภาคต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะศาสนา ไม่ว่า จะเป็นผู้แทนเอกชน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา ผู้นำทางศาสนาต่าง ๆ เหล่านี้ ก็นับว่า เป็นความคิดที่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศก็มีการใช้บทบัญญัติ ที่เราทราบกันดีในขณะนั้น ก็คือมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ทั้งหลายที่จะมาออกประกาศคำสั่งใด ๆ มีผลบังคับใช้ เขาคิดกันในขณะนั้นคือว่าบทบัญญัติของสภาที่ปรึกษาในแบบนี้ องค์กรของรัฐ เช่น ศอ.บต. หรือ กอ.รมน. ทั้งหลายขาดการนำในแง่ของการบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระนั้นเลยเขาก็เลยออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เป็นที่ทราบกัน สาระสำคัญของ คำสั่งที่ออกมาที่เราจำเป็นจะขอยกเลิกกันเห็นตรงกันว่าควรจะยกเลิกก็คือว่า ไปงด การบังคับใช้มาตรา ๑๙ ของสภาที่ปรึกษาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙ ตาม พ.ร.บ. บริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เขาเป็นกฎหมายอยู่ดี ๆ ก็ออกคำสั่งว่า ของดใช้บังคับมาตรานี้และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาไว้ โดยให้ไปแต่งตั้งองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหาร การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปลี่ยนจากสภาที่ปรึกษาที่เขาเขียนไว้ในกฎหมายเป็น คณะกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนสภาที่ปรึกษาที่มีอยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย แล้วก็เพิ่มจำนวนกรรมการขึ้นมา บอกว่าเดิมของเขาไม่เกิน ๔๙ คน ท่านก็ไปเพิ่มเสียเป็น ไม่เกิน ๖๐ คน กรรมการมาจากไหนบ้างครับ ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าส่วนหนึ่งนายกแต่งตั้ง ไม่เกิน ๔๕ คน จำนวน ๔๕ คนที่นายกแต่งตั้งนั้นเขาใช้คำว่า มาจากการปรึกษาหารือกันของ ศอ.บต. และ กอ.รมน. ก็หมายความว่าให้องค์กรเหล่านี้ไปสรรหาบุคคลมาแล้วก็เสนอชื่อ ให้นายกแต่งตั้งไม่เกิน ๔๕ คน ส่วนที่ ๒ ก็จากการเสนอชื่อของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เกิน จังหวัดละ ๒ คน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งดูแลจังหวัดต่าง ๆ เหล่านั้นเสนอชื่อมาแล้วก็ แต่งตั้ง ส่วนที่ ๓ ก็คือผู้ทรงวุฒิไม่เกิน ๕ คน
ข้อสังเกตกระผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการ แบบนี้ก็คือเป็นที่เห็นได้ชัดว่าก็คือเป็นการรวมศูนย์อำนาจไปไว้ที่หัวหน้าส่วนราชการ ไปไว้ที่ ส่วนกลางว่าจะแต่งตั้งใคร ก็เป็นอำนาจคุณไปเลือกมาแล้วก็เสนอชื่อให้นายก ไม่มีผู้แทนดังที่ มาตรา ๑๙ เขากำหนดไว้ ผลจากการเขียนคำสั่งหัวหน้า คสช. เช่นนี้ เพียงเท่านั้นไม่พอ ก็บอกว่าบทบัญญัติอะไรก็ตามทีที่มีอำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษานั้นให้งดใช้บังคับไปด้วย แล้วก็เอาอำนาจทั้งหลายเหล่านั้นมาไว้ที่คณะกรรมการที่เขากำหนดขึ้นตามคำสั่งที่ ๑๔ ผลจากการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้ได้มีการสดับตรับฟัง ได้มีการหารือ ได้มีการปรึกษาหารือกัน เขาบอกว่าเป็นผลทำให้การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นไม่ประสบความสำเร็จ เกิดความอะไรครับ ขาดที่อย่างยิ่งก็คือขาดการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชน ทำให้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นกลับมีปัญหามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ปัญหานี้ก็สะท้อนมา แม้กระทั่งรัฐบาลนี้เข้ามา เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคผม ก็ไปประชุมกันทางภาคใต้ ก็มีเสียงสะท้อนมาจากองค์กรทั้งหลายทั้งปวงว่าควรจะต้องยกเลิก คำสั่งที่ว่านี้เสีย เพื่อกลับไปใช้กฎหมายที่เคยมีอยู่ และถูกงดบังคับใช้ไปก็คือมาตรา ๑๙ ดังกล่าวมา เพราะฉะนั้นในขณะนี้จึงมีความหมายว่าเราทั้ง ๓ ร่างที่เรานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นของพรรค ก้าวไกล ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งพรรคเพื่อไทย มีความประสงค์อันเดียวกันก็คือว่า เจตนารมณ์เหมือนกันคือว่าควรจะยกเลิกคำสั่งนี้เสีย เพื่อกลับไปใช้กฎหมายที่เขาบัญญัติ ไว้เดิมอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้เดินหน้าต่อไป ให้ประชาชนที่อยู่ในฝ่ายต่าง ๆ นั้นเขามี ส่วนร่วมในการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ผมจึงคิดว่าพวกเราสภาผู้แทนราษฎร คงเห็นแล้วว่าการตราพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับเหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์ อย่างน้อยที่สุด ทำให้การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความเจริญก้าวหน้าและมุ่งไปสู่สันติสุข มุ่งไปสู่ความเจริญก้าวหน้าต่อไป ผมอยากจะจบแบบนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผลจากการ ที่เราทำแบบนี้ แล้วผมเองก็มีความรู้สึกส่วนหนึ่งก็คือว่า เราจะเห็นได้ว่าระบบกฎหมายของ ประเทศไทยของเราในขณะนี้ พวกเราสภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องมาตระหนักและทบทวน กันด้วยความจริงใจ ด้วยความจริงจังเสียทีหรือไม่ ผมจะพูดอะไรครับท่านประธานที่เคารพ ถ้าท่านยึดอำนาจการปกครองประเทศ แล้วยึดอำนาจเสร็จท่านก็ไปออกคำสั่งนั้น ออกประกาศนี้ ออกคำสั่งที่ ๑๔/๒๕๕๙ ใช้เวลาเท่าไร บางท่านเขาบอกว่าใช้เวลาวันเดียว ไปถึงก็เซ็น ระบบบ้านเราเป็นกฎหมาย พอศาลฎีกาไปวินิจฉัยว่าเมื่อเขาได้อำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ออกประกาศ ออกคำสั่งอะไรได้ เป็นกฎหมายไปหมด ซึ่งผมเองโดยส่วนตัวผมก็โต้แย้งระบบ แบบนี้มาช้านาน ครั้นเราจะยกเลิก เราเห็นว่าไม่มีประโยชน์ เราเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เราจะยกเลิก ผมต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยกเลิกคำสั่งที่ ๑๔/๒๕๕๙ พรรคก้าวไกลต้องเสนอร่างบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติ วันนี้เรา รับหลักการตั้งกรรมาธิการพิจารณา ๓ วาระ เสร็จจากสภาผู้แทนราษฎรไปวุฒิสมาชิก วุฒิสมาชิกก็อีก ๓ วาระ ท้ายที่สุดมีกฎหมายสำเร็จก็คือพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่. ๑๔/๒๕๕๙ ใช้เวลาเท่าไรครับท่านประธานที่เคารพ บางที อาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน บางกฎหมายใช้เวลาเป็นปี ที่ผมพูดถึงเรื่องนี้ก็กราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรของเราคงจะต้องตระหนักว่าระบบแบบนี้ มันควรจะหมดสิ้นไปจากประเทศไทยได้หรือยัง มันจะหมดไปได้คือว่าทั้งเรา ทั้งศาล ต้องร่วมมือกันในแง่ของการไม่ยอมรับประกาศคำสั่งใด ๆ ไม่ยอมรับงานยึดอำนาจ การปกครองประเทศ ไม่ยอมรับการรัฐประหารว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ร่วมมือด้วย ฝากเป็น อุทาหรณ์ ฝากเป็นข้อคิดกับพี่น้องสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทั้งหลายว่าเราคงจะต้อง ตระหนักถึงอำนาจหน้าที่ของเราในส่วนนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ