
ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือเรื่องการยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และเรียกร้องการตราพระราชบัญญัติในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกเลิกคำสั่งและฟื้นสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐปฏิบัติตามหลักการ Liability without Fault และเคารพการตัดสินใจของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากคุณรอมฎอน ปันจอร์ เพื่อน สมาชิกจากพรรคก้าวไกล ในนามของพรรคก้าวไกลให้เป็นผู้เสนอหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... ด้วยหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
หลักการ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
เหตุผล โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่ให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตราต่าง ๆ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ โดยเฉพาะบทบัญญัติในส่วนที่ เกี่ยวกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงให้งดใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในส่วน ที่อ้างถึงสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยอำนาจ ตามมาตรา ๔๔ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในขณะนั้น โดยให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน อีกทั้งขยายบทบาท ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนั้น ทำให้การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบปัญหาและ ข้อขัดข้อง จำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ในขณะที่รูปแบบและบทบาทของคณะกรรมการ ที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ยังไม่ได้ สะท้อนความเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และมีบทบาทที่จำกัด จึงไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์ในพื้นที่และการแก้ไขปัญหาโดยภาพรวม สมควรยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาสภาแห่งนี้ และถือว่าวันนี้ไปอีก ๑ วัน ที่สำคัญต่อพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ แน่นอนครับว่าปัญหาของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่สงบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เข้าใจ ไม่ว่า จะเป็นการเคารพอย่างขาดความเคารพต่ออัตลักษณ์ความเป็นตัวตน เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ล้วนเป็นส่วนประกอบหรือเป็นส่วนหนึ่งของ ปัญหาที่เกิดขึ้นสืบเนื่องกันมาเอาเข้าจริง ๆ อาจจะมากกว่าตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ แต่ย้อนหลังไปเป็นร้อยปีครับ อย่างไรก็ตามเราเข้าใจครับว่ามีการตั้งความหวังในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ในกฎหมายฉบับนั้นประกอบไปด้วยองค์ประกอบ สำคัญอยู่ ๓ ประการด้วยกันครับ องค์ประกอบประการที่ ๑ ก็คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ องค์ประกอบประการที่ ๒ ก็คือศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ และองค์ประกอบที่สำคัญประการที่ ๓ ก็คือสภาที่ปรึกษาการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นอนครับ ลักษณะ คุณวุฒิ คุณสมบัติ หรืออำนาจ หน้าที่ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ขององค์ประกอบทั้ง ๓ นั้นมีความแตกต่างกัน ด้านที่ ๑ คือ การคิดยุทธศาสตร์ แล้วเอาเข้าจริง ๆ ก็จะนำมาซึ่งแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งสภาแห่งนี้ก็เคย มีการอภิปรายแผนยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วเราก็ ผ่านแผนฉบับนั้นไป ด้านที่ ๒ คือการจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของพลเรือน พูดกันง่าย ๆ ก็คือใช้หลักการการแก้ไขปัญหา เอาพลเรือนนำทหารอย่างเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ซึ่งมีการอ้างกันอยู่บ่อยครั้ง และ องค์ประกอบประการที่ ๓ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง คือการมีสภาที่ปรึกษาซึ่งทำหน้าที่ ทั้งการให้คำปรึกษาในการบริหารและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ดูสไลด์หน้าแรกนะครับ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ไม่ไปเร็วจนเกินไป สไลด์หน้าที่ ๑ นั้น เราพูดถึงว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคก้าวไกลนั้นเน้นไปที่การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๒๔/๒๕๕๙ คำสั่งนี้คืออะไรครับ คำสั่งนี้คือการล้างมรดกที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร คำสั่งนี้คือการ ฟื้นสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ และเตรียมพลิกพลเรือน ให้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเหนือทหาร อย่างไรก็ตามการพิจารณาการแก้กฎหมาย ฉบับเดียวนั้นคงไม่สามารถจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ ข้อที่ท้าทายเป็นข้อ ๑ ครับ และขณะนี้สภากำลังมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาและการสร้างกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ยัง ทำงานอย่างแข็งขัน การพูดถึงเขตปกครองพิเศษอาจจะมีความจำเป็นครับ การพูดถึง การให้เขาได้มีส่วนร่วมตัดสินใจที่จะดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ด้วยรูปแบบการปกครองนั้นอาจจะมีความจำเป็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดในช่วงการ รัฐประหารหลังปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดมีคำสั่งอยู่ทั้งหมด ๔ คำสั่ง และรวมถึง ประกาศด้วยการที่ส่งผลต่อการทำหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประกาศประการที่ ๑ ก็คือประกาศ คสช.ที่ ๙๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีการจัดตั้งกลไกพิเศษ ชื่อย่อเยอะนะครับ อันแรกเรียกว่า คณะกรรมการเตรียมการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่า คปต. และมีสำนัก เลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกว่า สล.คปต. แถมยังมีการยกระดับ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลัก นี่ก็เป็นมรดกข้อที่ ๑ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ระบบ ทหารนำพลเรือน
คำสั่งประการที่ ๒ คือคำสั่ง คสช.ที่ ๙๖/๒๕๕๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ พูดง่าย ๆ ก็คือตั้งบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ในคณะกรรมการ คปต. ที่ผมได้นำเรียนในประกาศฉบับแรกที่พูดถึงไปแล้ว
คำสั่งประการที่ ๔ คือคำสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๙ เรื่อง การปรับปรุงการบริหาร เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เช่น เรื่องการจัดตั้งผู้แทนพิเศษฝ่ายรัฐบาล ผมคงไม่มาบอก ว่าคำสั่งนั้นส่งผลกระทบอย่างไร และก็คงไม่ปฏิเสธครับว่าคำสั่งในบางคำสั่งนั้นก็มีผล ในเชิงบวก โดยเฉพาะกระบวนการที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยสันติภาพที่มากและไปไกลกว่า แค่คำว่า สันติสุข ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำครับ ท่านประธาน ลองดูนะครับคือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษา ซึ่งทำให้เกิด การงดการบังคับใช้กฎหมาย อย่างน้อยที่สุดมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ภายใน พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทำให้เกิดคณะกรรมการ ที่ปรึกษามาแทนสภาที่ปรึกษาซึ่งเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และมีความ หลากหลายของบุคลากรหรือหน่วยงานต่าง ๆ และรวมถึงการทำให้ กอ.รมน. นั้น มีสถานะ เหนือ ศอ.บต. ตลอดจนเป็นการเพิ่มบทบาทการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยของ กอ.รมน. ซึ่งส่วนท้ายนั้นอาจจะเป็นส่วนที่ดีก็ได้ ผมถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการมาชี้แจงต่อวิป ฝ่ายค้านว่าเหตุผลหรือความจำเป็นขณะนั้นที่จำเป็นต้องมีการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ คืออะไร ท่านทราบไหมครับว่าหน่วยงานตอบในวิปฝ่ายค้านว่าอย่างไร ก็เป็นตามคำสั่งครับ ผมก็จำเป็นต้องไปอ่านว่าคำสั่งเขาเขียนว่าอย่างไร ก็ไปพบว่าคำสั่งที่ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่๔ เมษายน ๒๕๕๙ บอกว่ามันมีเหตุผลความจำเป็นบาง ประการที่ทำให้การใช้กฎหมายว่าด้วยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีของสภาที่ปรึกษานั้นไม่อาจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีคำตอบเลยนะครับว่า คำว่า ไม่อาจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั้นเป็นอย่างไร พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าสภาที่ปรึกษา การบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถึงแม้จะมีกฎหมายมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนมาถึงปัจจุบันก่อนมีคำสั่ง คสช. ในปี ๒๕๕๙ พูดง่าย ๆ คือประมาณ ๖ ปีเพิ่งมีไปชุดเดียว เองนะครับ ยังไม่มีบทสะท้อนแบบใด ประการใดเลยที่ท่านบอกว่าการมีส่วนร่วมของตัวแทน ประชาชนนั้นจะไร้ประสิทธิภาพอย่างไร ไม่เป็นอะไรครับ ลองดูเปรียบเทียบก็ได้นะครับ ถ้าท่านดูสไลด์หน้าถัดไปว่าสิ่งที่เคยมีอยู่ในกฎหมายกับสิ่งที่รัฐบาลไปออกมาเป็นคำสั่ง คสช. นั้นหน้าตาแบบไหนดีกว่ากัน นี่ไม่ใช่ตารางหมากรุก นี่ไม่ใช่ตารางหมากฮอส นี่ไม่ใช่ตารางบิงโกที่จะหยอดเหรียญนะครับ แต่คือชีวิตของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านลองดูนะครับ ภายใต้กฎหมายปี ๒๕๕๓ ที่บอกให้มีสภาที่ปรึกษา มีทั้งตัวแทนผู้นำท้องถิ่น เพื่อนสมาชิก ท่านพูดไปแล้วครับ มีทั้งตัวแทนผู้นำท้องที่ มีทั้งตัวแทนกลุ่มสตรี และกลุ่มสตรีที่พวกผม ไปพบมีความหลากหลายมากนะครับ บางกลุ่มขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ดูแลปากน้ำ ปากแม่น้ำปัตตานี ปากแม่น้ำบางนรา บางกลุ่มทำประเด็นเรื่องของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น กลุ่มด้วยใจ ต่าง ๆ เป็นต้น มีผู้นำศาสนาอิสลาม มีผู้นำศาสนาพุทธ ซึ่งต้องขอบพระคุณทางสภาได้กรุณานำเรียนในเอกสารประกอบการ ประชุมวันนี้ว่า ณ ขณะที่มีการแต่งตั้งหรือการคัดเลือกเมื่อปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นั้นใครบ้าง ที่มาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของหน่วยงานต่าง ๆ ผมไปพบมาแล้วครับ ท่านเจ้าคณะจังหวัด ปัตตานีท่านพูดชัดเจนว่าท่านเสียดายโอกาสที่วันนั้นท่านได้ทำ แต่ยังทำไม่สำเร็จในการจะมี ส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้นำศาสนาอื่นเห็นไหมครับ มีปราชญ์ ชาวบ้าน แล้วปราชญ์ชาวบ้านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความหลากหลายมากนะครับ ฉะนั้น ครม. คงไม่ส่งปลาอะไรสักอย่างหนึ่งหรอกครับที่มาเลี้ยงผู้นำ APEC เพราะว่า ปลากุเลาหรือเปล่าครับ แบบนั้นก็มีเฉพาะที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปราชญ์ชาวบ้าน มีหลายแบบครับ แบบหนึ่งดูแลเรื่องวัฒนธรรม แบบหนึ่งดูแลเรื่องความเชื่อ แบบหนึ่งดูแล เรื่องประเพณี แบบหนึ่งดูแลเรื่องของศาสนา แบบหนึ่งดูแลเรื่องดนตรี มีปราชญ์ที่มีความรู้ เรื่องคัมภีร์เยอะแยะไปหมดครับ กำลังทำพิพิธภัณฑ์เก็บคัมภีร์ แล้วคัมภีร์บางฉบับอายุเป็น พัน ๆ ปี แบบนี้หรือครับที่เราไปตัดอำนาจเขา มีนักธุรกิจที่มาพบผมครับ แล้วเขาก็บอกว่า รัฐบาลเคยไปสัญญาไว้ว่าปั๊มน้ำมันที่ถูกระเบิดไปจะมีการอุดหนุนเงินกู้ Soft Loan แล้ววันหนึ่งมีการตัดเงินกู้ เขามาพบด้วยความเสียดายบอกว่าถ้าวันนั้นรัฐบาลบอกว่า ไม่พร้อมจะอุดหนุนคือไม่ต่ออายุเงินกู้ เขาก็จะไม่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นไหมครับ และยังมีบุคลากรทางการศึกษาผู้แทนปอเนาะ ผู้แทนโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาต่าง ๆ ตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ วันหนึ่งออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ท่านตัดฉับเลยครับ ตัดให้ขาดเลย ชั๊บ ชั๊บ ชั๊บ ท่านออกมาเป็นกรณีของการแต่งตั้งภายใต้ การเสนอชื่อโดย กอ.รมน. และ ศอ.บต. ภายใต้การเสนอชื่อของผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัดที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแน่นอนครับผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่านที่ผม ไปพบท่านเป็นคนในพื้นที่ แต่ท่านต้องย้อนไปดูนะครับว่าปี ๒๕๕๙ ที่มีการออกคำสั่งนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่านก็มิใช่คนที่เกิดในพื้นที่ อยู่ใน พื้นที่ หรือมีความรู้ ความเข้าใจต่อวัฒนธรรมประเพณีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านย้อนไปดูพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ก็ทราบได้ว่ากรณีการส่งคนไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นต้องพิจารณาแบบพิเศษอย่างไร ด้วยความเคารพ พิจารณา แบบพิเศษบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่บนพื้นฐานที่ไล่ให้ไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมขออนุญาตเวลาสภาแห่งนี้ครับ ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมที่ ๒ มานี้ผมยังไม่เคย อภิปรายอะไรยาว ๆ เลย ฤทธิ์ของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ไปตัดอำนาจของสภาที่ปรึกษา ในมาตรา ๑๙ อำนาจสภาที่ปรึกษาในมาตรา ๑๙ ถึงมาตรา ๒๓ สรุปให้ท่านเห็นมีอยู่ ๙ ข้อ ๙ ประการด้วยกันครับ สไลด์ถัดไปก็ได้เพราะอันนี้จะพูดถึงเรื่องร้องเรียน เรื่องอะไรต่าง ๆ แต่ท่านลองดูนะครับ การให้ความเห็นในเชิงนโยบายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะมี โดนตัดออก การตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ของ ศอ.บต. แล้วรายงานต่อเลขาธิการและนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบโดนตัดออก การแสวง ข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อประกอบการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดนตัดออก ท่านไม่ให้เขาหาข้อเท็จจริงและจะให้เขาให้คำปรึกษาได้อย่างไร ไม่ต้องให้ใช้แค่ประเด็นเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรอกนะครับ เรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ที่จำเป็นต้องหาข้อเท็จจริง ตัดอำนาจเขาได้อย่างไร เรื่องของการเสนอย้ายข้าราชการ เรื่องของการรับเรื่องราวร้องเรียนต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดนตัดออก ท่านประธานต้องเข้าใจนะครับเวลา พวกเราลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าเราไปแบบเป็นทางการท่านอาจจะได้ข้อมูล อีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเราไปแบบไม่เป็นทางการเข้าไปพูดคุยนะครับ มีพี่น้องมุสลิมคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุ ๕๐ กว่าปีมาพบผม โดนระเบิดจากความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกวันนี้บางวันนอนอยู่ดี ๆ สะเก็ดระเบิดที่ติดตัวอยู่ไหลออกจากตัว แต่ความช่วยเหลือ หมดไปแล้วนะครับ ความช่วยเหลือที่คณะรัฐมนตรีเคยออกคำสั่งไว้ในอดีตที่ผ่านมาคนละ ๗ ล้านบาทสำหรับผู้เสียชีวิต คนละ ๓ ล้านบาทเศษหมดไปแล้ว แต่ความจำเป็นเขายังมีอยู่ ท่านตัดเขาได้อย่างไรแบบนี้ ท่านตัดเขาได้อย่างไรกับลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานของคนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ท่านตัดอำนาจเขาได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจวิธีคิดและ มุมมองของฝ่ายรัฐในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านใช้วิธีแบบเดิม ผลก็เป็น แบบเดิม แล้วผลนั้นย่อมมีความรุนแรงที่เกิดขึ้น ท่านเห็นไหมครับนี่คือสิ่งที่โดนอำนาจ ฤทธิ์เดชของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ในการตัดออก แล้วเขาเพิ่มอะไรครับ เขาไปเพิ่ม อำนาจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งท่านก็ทราบดีนะครับ อย่าว่าแต่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เลยครับ วันนี้กฎหมายที่เข้าสู่สภาหลายฉบับไปเขียนใน โครงสร้างเลยนะครับ ให้รอง ผอ.รมน. จังหวัด นั่งเป็นบอร์ดในการแก้ไขปัญหา ท่านกำลัง ขยายอำนาจของฝ่ายทหารไปควบคุมการดำเนินการของกิจการของพลเรือนเยอะแยะ ไปหมด คำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ มีอย่างน้อยที่สุด ๒ ข้อด้วยกันที่สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลัง เดินผิดทาง เพราะท่านไม่ได้ตอบว่าวันนั้นท่านเลือกเดินเพราะอะไร ผมก็มีสิทธิตั้งข้อสังเกต และข้อสงสัยว่าเรากำลังเดินผิดทาง
ข้อที่ ๖ กำหนดให้ ศอ.บต. บูรณาการทำงานร่วมกับ กอ.รมน. ศอ.บต. มาจาก ภาคพลเรือน กอ.รมน. เราก็รู้ดีว่ามาจากภาคทหาร แต่ให้รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พูดง่าย ๆ ก็คือผู้บัญชาการทหารบกโดยตำแหน่งมีอำนาจวินิจฉัยสั่ง การในกรณีที่เลขา ศอ.บต. เห็นแย้ง นี่ครับสิ่งที่เกิดขึ้นจากคำสั่งปี ๒๕๕๙ ในขณะเดียวกัน กรณีที่น่าจะดูดีแต่ก็ไม่ตอบโจทย์เพราะว่าหลายครั้งที่เกิดปัญหาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วมล่าสุดที่เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส ไม่ว่ากรณีโรงงานพลุระเบิดที่บ้านมูโนะ ถ้าคำสั่งนี้ มัน Work วันนี้พี่น้องบ้านมูโนะที่จังหวัดนราธิวาสเขาต้องมีที่อยู่อาศัยพื้นฐานครับ เขาผ่าน หน้าฝนมาแล้ว เขาผ่านหนาวมาแล้ว เขาผ่านฝนซ้ำสองมาแล้ว เขากำลังเข้าสู่หน้าร้อน วันนี้ ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเลยจากสิ่งที่โดนพลุระเบิด ซึ่งแน่นอนจะตอบอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เราก็รู้ว่า รัฐปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ในกรณีละเลยปล่อยให้มีโรงงานที่เก็บพลุความรุนแรง ไว้ขณะนั้น ในภาษาอังกฤษเราเรียกหลักการแบบนี้ว่า Liability without Fault คือบางครั้ง คุณต้องรับผิดชอบแม้อาจจะไม่พิสูจน์การรับผิดใด ๆ ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ แต่กลับไปให้อำนาจ กอ.รมน. ในการเป็นผู้อำนวยการเมื่อเกิดสถานการณ์ บรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ แล้ว กอ.รมน. ก็เอาไปใช้ในการเบิกใช้จ่ายงบประมาณซึ่งเยอะมากนะครับ ผมเป็น สส. คนหนึ่งที่อภิปรายงบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วเส้นกราฟมันพุ่งขึ้นแบบนี้ครับ และยังจะพุ่งขึ้นต่อไป ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปก็คือว่ามรดกบาปของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ก็คือการไปยุติสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้และไปก่อให้เกิด โครงสร้างใหม่ที่เรียกว่าบทบาทของคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ และเพิ่มอำนาจก็ กอ.รมน. ในการแก้ไขปัญหา แต่จากปี ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบันปี ๒๕๖๗ ได้พิสูจน์แล้วว่าทิศทางการดำเนินการ แบบนี้ผมอยากจะสรุปให้เห็นอยู่ ๓ ประการสั้น ๆ
๑. ไม่ได้ตอบโจทย์ต่อการแก้ไขปัญหา ท่านอาจจะบอกว่าตัวเลขกราฟของ ความรุนแรงลดลง แต่ท่านอย่าลืมว่าความยากจน ความยากลำบาก ยังมีอยู่ ท่านอาจจะตอบ ว่ารัฐส่งเสริมการพัฒนาจำนวนมาก แต่ท่านอย่าลืมว่าการส่งเสริมการพัฒนานั้นเข้าใจบริบท ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงหรือไม่ ท่านอาจจะพูดถึงการส่งคน งบประมาณ การบริหารจัดการเยอะแยะไปหมด แต่ขาดมิติการเคารพอัตลักษณ์ความเป็นตัวตน วัฒนธรรมประเพณี แม้กระทั่งความเชื่อ แม้กระทั่งคนที่จะไปนั่งเป็นนายอำเภอ ผู้กำกับ สถานีตำรวจ หรือข้าราชการที่ไปละเมิด ผมไม่มีเวลาจะพูดถึงนะครับ ผมก็มีเรื่องร้องเรียน สมัยทำงานเป็น NGO เรื่องสิทธิเด็กหลายเรื่องที่มีข้าราชการไปละเมิดทางเพศต่อเด็กผู้หญิง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่ขยายบาดแผลให้มันรุนแรงยิ่งขึ้นครับ ฉะนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกลโดย คุณรอมฎอน ปันจอร์ และพวกผมเสนอในวันนี้ ซึ่งสอดคล้อง กับร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการในทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ ของท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งวันนี้ท่านกลับมาแล้วครับ เดี๋ยวท่านจะเป็นผู้เสนอถัดไป และเพื่อนสมาชิกจาก พรรคประชาธิปัตย์ คุณยูนัยดี วาบา ก็คือขอเถอะครับ ขอให้สภาแห่งนี้ช่วยกันรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ปิดบทบาทของ คณะกรรมการที่ปรึกษา ย้อนกลับไปใช้บทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งให้อำนาจครอบคลุมในทุกมิติของการแก้ไขปัญหาและลดบทบาท ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถึงเวลาแล้วครับที่จะคืนการตัดสินใจ เหล่านี้ให้กับภาคพลเรือน ถึงเวลาแล้วครับที่จะคืนสันติภาพให้กับพี่น้องในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่นี่เป็นอีกหนึ่งในเงื่อนไขที่เราจะทำ และถึงเวลาแล้วครับที่เรา จะเคารพการตัดสินใจของพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เขาจะมีสิทธิตัดสินใจอนาคต ของพวกเขาเอง ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ขอบพระคุณครับ