ทิพา เปิดปัญหาป่าไม้กีดขวางท้องถิ่น ขอตีความกฎหมายใหม่-เร่งแก้ที่ดินลำปาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ทิพา ปวีณาเสถียร หารือปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดลำปางได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของกฎหมายป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งกีดกันการพัฒนาของท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างกรณีการถูกฟ้องร้องจากการสร้างถนนสาธารณะแม้มีเอกสารสิทธิและได้รับอนุญาตแล้ว พร้อมเสนอให้มีการตีความกฎหมายใหม่ กระจายอำนาจ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้ายและป่าสงวนนิคมพัฒนาอย่างเป็นระบบและร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องคนลำปาง ดิฉันลงพื้นที่ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาหลายกรณี แต่มันเรื่องเยอะมาก วันนี้ดิฉันขอยกตัวอย่างมา ๓ กรณี นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดิฉันอยากผลักดันการแก้ปัญหาข้อจำกัด พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ที่ส่งผลให้การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องมีความล่าช้า อยากให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชน สืบเนื่องมาจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งประเทศไทยได้ทำหนังสือยื่นไปยังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครอง ส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ และคณะกรรมาธิการการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการดำเนินการแล้ว อีกทั้ง ยังได้เสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กฤษฎีกาตีความกรณีโครงการบ้านเอื้อม อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึง ในพื้นที่ป่าสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตดำเนินการเพราะเป็นการทำ สาธารณูปโภค แต่การทำถนนในพื้นที่ป่ากลับต้องขออนุญาต ทำให้เกิดกรณีพิพาทและเกิด ความล่าช้าในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดิฉันยกตัวอย่างกรณีพิพาท เกิดจากการดำเนินโครงการสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายบ้านนายโต้ง บ้านทุ่งเกวียน หมู่ที่ ๖ ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เป็นเหตุให้ทางเทศบาลตำบลเวียงตาล ถูกกรมป่าไม้ฟ้องร้องและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า พุทธศักราช ๒๔๘๔ จากการ ปรับปรุงพื้นที่ทำโครงการทำถนนสาธารณะ ทั้งที่เป็นพื้นที่นอกเขตป่าสงวน เป็นที่ดินที่มี เอกสารสิทธิ เป็นโฉนดที่ชาวบ้านอุทิศให้ แต่กลับถูกตีความว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เบื้องต้นรับทราบข้อมูลว่าช่วงดำเนินการก่อสร้างถนนนั้นได้ทำการ ขออนุญาตกรมป่าไม้และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อำเภอ และทางจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ทางป่าไม้แจ้งว่าอยู่นอกพื้นที่ป่า ที่ดินดังกล่าว ๒ ข้างทางมีโฉนดที่ระบุว่าเป็นทางเข้าบ้าน และเป็นพื้นที่สาธารณะ

กรณีที่ ๒ เรื่องของการขอเอกสารสิทธิที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้าย จังหวัดลำปาง หรือป่าแม่เมาะแปลง ๒ พื้นที่ ๒๕,๕๘๐ ไร่ ออกจากป่าไม้ถาวร คณะรัฐมนตรีได้ลงมติว่าได้จำแนกที่ดินพื้นที่ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้ายหรือป่าแม่เมาะแปลง ๒ ในพื้นที่ จังหวัดลำปางออกจากป่าไม้ถาวรให้เป็นพื้นที่ทำกินของราษฎร ในพื้นที่บางส่วนของ ๔ ตำบล ได้แก่ ตำบลต้นธงชัยบางส่วน ตำบลบ่อแฮ้วบางส่วน ตำบลบ้านเป้าบางส่วน และตำบล บ้านเอื้อมบางส่วน ได้ทำการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินสำหรับที่ดินในพื้นที่ ป่าแม่ตุ๋ยฝั่งซ้ายหรือป่าแม่เมาะแปลง ๒ มาก่อนการประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๓ แต่ว่าในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถทำการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน ให้กับประชาชนในพื้นที่ ทำให้พวกเขาเดือดร้อน ไม่มีที่ดินทำกิน ที่ดินดังกล่าวไม่สามารถ ทำนิติกรรมต่าง ๆ ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารก็ไม่ได้ แบ่งแยกให้ลูกหลานก็ไม่ได้ ทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำในสิทธิที่ดินทำกินและการดำรงชีวิตของผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว ซึ่งเรียกร้องกันมานับ ๓๐ ปีผ่านมาแล้ว กรณีที่ ๓ ปัญหาพื้นที่จัดสรรที่ดินทำกินของ ตำบลนิคมพัฒนาและตำบลบุญนาคพัฒนา เกิดปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ปัจจุบัน ได้ยื่นเรื่องไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงความเดือดร้อน อยากให้เจ้าหน้าที่ออกพื้นที่ทำกิน ให้กับประชาชนที่ยากจนเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในที่ดินป่าสงวนของหมู่บ้านนิคมพัฒนา ที่ไม่ได้ทำประโยชน์แล้วนั้นเป็นนิคมสร้างตนเองกิ่วลม หมู่บ้านเวียงทอง หมู่ที่ ๑๓ ตำบล นิคมพัฒนา ให้สามารถทำประโยชน์ในที่ดิน ปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัย มีสาธารณูปโภคครบครัน โดยที่ไม่มีค่าเช่า ซึ่งภาครัฐเริ่มเก็บค่าเช่ากับพวกเขาในปี ๒๕๖๓ หากชาวบ้านไม่มีกำลังจ่าย เจ้าหน้าที่ก็ขอให้ออกจากที่อยู่อาศัย ซึ่งพวกเขาได้อยู่อาศัยที่นี่มานานนับ ๑๕ ปีค่ะ และขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวน ส่งผลต่อปัญหาโฉนดที่ดินในการ ทำธุรกรรมการเงิน ทางตัวแทนชุมชนได้ร้องเรียนว่าในอดีตนั้นสามารถนำโฉนดที่ดินที่ได้รับ การจัดสรรเมื่อครั้งสละที่อยู่อาศัยบ้านของพวกเขาเพื่อให้ภาครัฐไปสร้างเขื่อนกิ่วลม ก่อนหน้านี้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารได้ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ นำโฉนดที่ดินฉบับเดิมไปขอกู้ธนาคารแต่ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากธนาคารแจ้งว่าต้องไปขอ หนังสือรับรองที่ดินจากกรมป่าไม้เพื่อยืนยันว่าโฉนดที่ดินนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า เพราะธนาคาร แจ้งว่าตาม DSI MAP ทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ทรายคำใต้ จึงไม่สามารถ อนุมัติสินเชื่อได้ จากข้อเรียกร้องและการร้องเรียนที่ดิฉันได้รับมา ๓ เรื่องนั้นจะเห็นได้ว่า ปัญหาเกิดจากขั้นตอนการดำเนินงานการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของที่ดินป่าสงวนและการใช้ พื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งมีขั้นตอนระหว่าง ๒ หน่วยงาน ที่ต้องประสานงานกัน ส่งเรื่องต่อกันไปมาแต่ละหน่วยงานทำให้ใช้ระยะเวลานานกว่าเรื่องจะ ไปถึงขั้นตอนของการอนุมัติของอธิบดี ทำให้เกิดความล่าช้า ประชาชนได้รับผลกระทบต่อ การดำรงชีวิต ดิฉันจึงเห็นควรและสนับสนุนทุกญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดพื้นที่ในเขตป่าสงวนเพื่อลดขั้นตอน การอนุมัติของอธิบดีตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๐๗ ขอบพระคุณมากค่ะ