ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อภิปรายประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพื้นที่ป่าระหว่างเอกชนกับประชาชน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาสาธารณูปโภคในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีต พรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ครับ ขออภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา การเข้าถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานของ ชุมชนท้องถิ่นในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ ซึ่ง สส. มานพ คีรีภูวดล เป็นผู้เสนอ รวมทั้งท่าน สส. สาธิต ทวีผล จากพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ ญัตตินี้มีความสำคัญมากครับ ท่านประธาน เพราะว่าเป็นปัญหาความเรื้อรังของการขอใช้พื้นที่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งบ้านผม มันเกี่ยวข้องกับป่าชายเลนด้วย ไม่ใช่ป่าไม้บนภูเขา บนดอย หรือว่าเป็นพื้นที่ราบทั่วไป ในเขตเหล่านั้น ในเขตอุทยานเอย เขตพื้นที่ป่าไม้เอย ในพื้นที่จังหวัดกระบี่หรือภาคใต้ หลายจังหวัดมีการขอใช้โดยเอกชนมาแล้วครับ แล้วก็การอนุญาตโดยกรมป่าไม้ให้เช่าพื้นที่ เป็นหลักหมื่นไร่ก็ยังมีนะครับ ที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดตรัง จังหวัดชุมพร เขาทำอะไรครับ ปลูกปาล์มครับ แล้วได้สัมปทานสัญญาเช่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือกรมป่าไม้ในอดีตเป็น ๒๐-๓๐ ปีครับ เอกชนเหล่านั้นสร้างเนื้อสร้างตัว จากการเช่าเป็นบริษัทหรือเป็นรูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคลเล็ก ๆ จนกระทั่งสร้าง ความร่ำรวยเป็นบริษัทจดทะเบียนมหาชนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ สร้างความร่ำรวย เอกชน เหล่านั้นสามารถใช้พื้นที่ป่าได้ครับ แถมเวลาหมดสัญญาสัมปทานก็ได้สิทธิตามระเบียบของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วยว่าถ้าทำถูกต้องได้สิทธิต่อ และตอนนี้ ก็ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงสำนักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ เขตที่ ๑๒ สาขากระบี่ที่ดูแลเรื่องนี้ ณ ขณะนี้มีความพยายามเสียเหลือเกินในพื้นที่ ที่หมดสัญญาสัมปทานไปแล้วแต่ก็พยายามจะอยู่อาศัยต่อ ยึดพื้นที่และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ในเขตพื้นที่ของตัวเองที่เคยเช่าอยู่ และมีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ ผมเปรียบเทียบ เหล่านี้เพื่อให้ท่านประธานได้เห็นว่าพวกบริษัทเอกชนสามารถได้ใช้พื้นที่ป่าสงวน ได้ใช้พื้นที่ป่า ได้ใช้พื้นที่ป่าโกงกางสบาย ๆ แต่เวลาเอกชนอื่น ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาจะไปขอใช้ประโยชน์เพื่อทำหน้าที่ของตนเอง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในอดีตที่ผ่านมา ที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่บ้านผมมีเส้นถนนอยู่ในเขตครับ ที่ทำสะพานข้ามไป เกาะลันตานั่นละครับ ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่า แต่ไม่สามารถที่จะไปลาดยางในระยะทางแค่ ๒ กิโลเมตรตอนนั้นได้ ต้องอาศัยถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งเดินทางไปราชการที่จังหวัดกระบี่ แล้วก็มี การประชุมแล้วก็สั่งฟันธงว่าลาดยางได้ นั่นหมายความว่าอุปสรรคของการใช้ดุลยพินิจของ คนในพื้นที่โดยเฉพาะข้าราชการส่วนภูมิภาคเกรงกลัวอะไรกันนักหนา เวลาของเอกชนอื่น ๆ ที่เขาร่ำรวยอนุญาต อนุมัติกันรวดเร็ว จะขออนุญาตสร้างท่าเรือในเขตป่า จะขออนุญาต ทำถนน ทำได้ครับในเขตอุทยาน ผมไปร้องเรียนหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่เขตอุทยานคลองสน ใกล้ ๆ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง ณ วันนี้เจ้าของเรื่อง ยังไม่สามารถที่จะไปติดตามได้เลยครับ แล้วล่าสุดพี่น้องชาวบ้านส่ง LINE มาบอกผมว่ามี การบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอำเภอเกาะลันตา ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อยู่ในเขตป่าสงวนชัด ๆ เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินงาน ไม่เข้าไป ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ แต่กรณีนายทุนใหญ่ก็ปล่อยเลยตามเลยกันไป แต่กรณีของ ชาวบ้านนี่ เปล่า ไม่มีทางครับ ยากมาก ยังมีอีกหลายเคส ไม่ว่าจะเป็นเคสการบุกรุกทำสนาม กอล์ฟที่ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่จัดการเต็มที่ ผสมโรงกับ หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย เผลอ ๆ ไปออกโฉนดทับที่ของป่าสงวนได้ด้วย เรื่องแบบนี้ รัฐบาลต้องให้ความสนใจและให้นโยบายอย่างจริงจัง ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะมันมีความเหลื่อมล้ำอยู่ และเมื่อสักครู่ผมได้ยินว่า รัฐบาลมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และผมก็ยังกังวลว่าจะเป็นช่องว่างอาศัยให้ท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผมอยากให้ท่าน ระมัดระวังว่าข้าราชการมีโอกาสที่จะเสนอต้มท่านได้ เพราะเขาจะอาศัยช่องนี้ให้เอกชน ได้เช่าสัญญาที่หมดสัมปทานต่อหลักพันไร่ หมื่นไร่ แต่ในขณะที่พี่น้องประชาชนจะเข้าไปใช้ พื้นที่ตาม พ.ร.บ. ป่าชุมชนก็ตาม ทำยากเหลือเกินครับ นี่คือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งที่สะพานข้ามคลองที่จังหวัดระนองที่วันนี้มีการพูดถึงหลายครั้ง ที่หมู่บ้าน มอแกนก็เช่นเดียวกันครับ ทำไมอนุญาตกันยากเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ไปก่อสร้างค้างคาเอาไว้ และล่าสุดสะพานท่าเรือที่เกาะกำนุ้ย อำเภอเกาะลันตา มีการอนุญาตให้สร้างได้ สร้างสะพาน ให้เอกชนรายเดียวใช้ได้ แต่เวลาชาวบ้าน ชาวประมงพื้นบ้านขอใช้พื้นที่ป่าทำสะพาน ให้ประมงพื้นบ้านให้เรือลำเล็ก ๆ ได้เข้าจอดขนถ่ายกุ้ง หอย ปู ปลา ทำไม่ได้ครับ ข้าราชการ ภูมิภาคเขาถือกฎหมายเป็นใหญ่เสียเหลือเกิน แต่ในขณะกับเอกชนที่ร่ำรวยก็ให้ความสำคัญ กับเอกชนที่ร่ำรวยมากกว่าชาวบ้าน ท่านประธานครับ ขณะนี้ผมคิดว่าเรามาไกลถึงขนาดที่ ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ภาคประชาชนโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขา อยากจะพัฒนาพื้นที่ของเขาเอง และอยู่ในพื้นที่เขตป่าเหมือนที่ท่าน สส. มานพของผม ได้อภิปรายไปแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้ง ๆ ที่อยู่ในหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่อยู่ ในเขตป่าแล้วก็ไปประกาศทับที่ที่ชาวบ้านอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านผมครับ ยกตัวอย่างอีก เคสหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะลันตา เกาะศรีบอยา เกาะปู เกาะจำ พี่น้องประชาชนถือ น.ส. ๓ ถือ ส.ค. แต่เวลาไปขอออกโฉนดไม่ได้ครับ แต่นายทุนไปดูเลยวันนี้ ออกโฉนดสร้างโรงแรม สร้างที่พักได้สบาย ๆ ครับท่านประธาน เรื่องนี้คือความเหลื่อมล้ำที่อยากจะอภิปรายทิ้งไว้ว่า กรรมาธิการหรือกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นมาครั้งนี้ผมคิดว่าอย่าผลักภาระไปให้ กรรมาธิการสามัญการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลยครับ งานเขาเยอะ อยู่แล้ว ถ้าได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะผมคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชนได้ นี่หลักคิดแบบ Win Win นะครับ รัฐบาลได้หน้า ฝ่ายค้านเสนอปัญหาเข้าไป พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ แต่ถ้ารัฐบาลยังนิ่งเฉย เพิกเฉย หรือปล่อยให้เอกชน อาศัยช่องว่างเอาเปรียบชาวบ้านต่อ ผมรับไม่ได้ ผมคิดว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ คงจะได้ยินการอภิปรายของพวกเราครับ ขอบพระคุณครับ