ภาคภูมิ บูลย์ประมุข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ภาคภูมิ บูลย์ประมุข อภิปรายปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเนื่องจากขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าที่ซับซ้อนและซ้ำซ้อน ส่งผลให้เงินงบประมาณจำนวนมากถูกสะสมไว้แต่ไม่สามารถนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคได้ และเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนดังกล่าวโดยยกตัวอย่างกรณีจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมขอเสนอญัตติในการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แนวทางการลดขั้นตอนในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อทำประโยชน์ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ อาจจะยาวหน่อย ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ เรื่อง การเขาทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ และขอผ่อนผัน มติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ให้ขยายระยะเวลาการอนุญาตเข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าไม้อีก ๑๒๐ วัน ปรากฏว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งได้ยื่นขออนุญาตตามห้วงระยะเวลา และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกเป็นจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำ ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ และขอผ่อนผันได้ทันกำหนดตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ โดยเฉพาะการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าทำประโยชน์ตามความเป็นจริง ไม่มีสภาพเป็นป่าไม้ ไม่มี การแผ้วถางตัดต้นไม้ หรือทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในป่าได้รับความเสียหาย เสื่อมสภาพ หรือหมดสิ้นไป แต่เป็นเพียงการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หรือเพื่อให้บริการสาธารณะ ในเขตหมู่บ้าน เขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสภาพเป็นเขตชุมชน ที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน เช่น การปรับปรุงถนน การก่อสร้างระบบ ประปาในพื้นที่สาธารณประโยชน์ สิ่งที่เป็นสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิม การขุดลอกแหล่ง น้ำตามธรรมชาติมิให้ตื้นเขินถือเป็นการบำรุงรักษาแหล่งน้ำสาธารณะ หรือมิใช่เป็นการ ก่อสร้างใหม่ มีผลทำให้ของการจัดทำบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะ ประสงค์ใช้พื้นที่ต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการ จากปัญหาอุปสรรค ดังกล่าวเป็นเหตุให้องค์กรปกครองท้องถิ่นไม่สามารถจัดการบริการสาธารณะให้ประชาชน ได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากกระบวนการดำเนินการขออนุญาตและพิจารณาอนุญาตให้ใช้ ประโยชน์ในพื้นที่ป่ามีความยุ่งยากซับซ้อนและใช้ระยะเวลานาน จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนตามที่ร้องขอได้ จึงทำให้ประชาชนได้รับการบริการการแก้ไข อย่างทันต่อเวลา ทำให้เสียโอกาส เกิดความไม่พึงพอใจในการบริการของภาครัฐ เกิดความ ไม่แน่นอนในการใช้ประโยชน์ และอาจทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นผู้ใช้ประโยชน์ในการจัดบริการสาธารณะต้องถูก ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกครั้ง ไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุญาตให้ใช้ ประโยชน์และขาดการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้สู่ปัญหาความขัดแย้ง เช่น การให้ใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนร่วมกันดำเนินการต่าง ๆ ไม่มีกฎหมายให้ อำนาจ เป็นการใช้ดุลยพินิจตามหลักเกณฑ์ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าในสถานการณ์เฉพาะเรื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวดเร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาการขาดหน่วยงานกลางที่มี อำนาจในการจัดทำการดูแลเข้าทำประโยชน์จากพื้นที่ป่า ขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่าง หน่วยงาน ผู้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่กับกรมป่าไม้ ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการลดขั้นตอนในการ ขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าเพื่อทำประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียด จะชี้แจงต่อไป

ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่นานในการอภิปรายประกอบญัตติ ของผม ที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎร สมัยที่ ๒๕ ต่อเนื่องจากสมัยที่ ๒๖ ผมได้มีโอกาส หารือ ได้มีโอกาสอภิปรายในสภาหลายต่อหลายครั้ง ครึ่งหนึ่งเป็นการพูดเรื่องการขออนุญาต ใช้พื้นที่ป่าเป็นหลัก เช่นเดียวกับ สส. แม่ฮ่องสอน สส. ปกรณ์ จีนาคำ ท่านก็พูดเรื่องนี้ตลอด สาเหตุเนื่องจากจังหวัดตากกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็จะชิงกัน ๒ จังหวัดนี้ละครับที่มีพื้นที่ป่า เยอะมาก เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ฉะนั้นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก็ต้องอยู่กับป่า เขาออกไปไหนไม่ได้ ปัญหาคือที่ผ่านมานี้มันมีปัญหาการเหลื่อมล้ำทางสังคมอยู่แล้ว คนที่อยู่ ในพื้นที่ป่าขาดการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข เรื่องการสาธารณูปโภค การสื่อสาร ทุกอย่างมีปัญหาหมด เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีการตั้ง องค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล ที่อยู่ในพื้นที่ การสนับสนุนงบประมาณ จากภาครัฐไม่เคยทำได้เลย ปีนี้งบประมาณที่ลงจังหวัดตากในงบอุดหนุนเฉพาะกิจเท่าที่ ทราบมีหลายองค์กรท้องถิ่นไม่ได้รับ เนื่องจากปัญหาคือก่อนที่เขาจะได้รับงบประมาณ เขาต้องทำเรื่องไปยังหน่วยงานเบื้องบน การทำงานหน่วยงานเบื้องบนก็ต้องขออนุญาต ใช้พื้นที่ป่า ถ้าไม่ขออนุญาตใช้พื้นที่ป่างบปัดตกหมด หรือบางครั้งได้งบมาจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งมาแล้วต้องรอการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าก็ทำไม่ได้ งบก็ตกไป ชาวบ้านที่ขาดโอกาสอยู่แล้วในพื้นที่ก็ยิ่งขาดโอกาสไปเรื่อย ๆ เกิดความเหลื่อมล้ำ ยิ่งห่าง ยิ่งห่าง หลาย ๆ หมู่บ้านมีการอพยพออก ลูกหลานไม่อยู่กับพ่อกับแม่ ออกมาอยู่ ในเมือง หลาย ๆ ที่มีแต่คนแก่ เด็กเข้ามาทำงานในเมือง ถ้าท่านทำสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็น ถนนหนทาง ไฟฟ้า การสื่อสารให้เขา เขาจะกลับไปอยู่หมู่บ้านเขา หลาย ๆ แห่งมีพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์และเหมาะในการพัฒนา แต่พอท่านปิดกั้นอย่างนี้อย่างไรเขาก็ต้องเอาตัวรอด ของเขา การขออนุญาตพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นอย่างที่ผมบอก จะสร้างถนนหนทาง การจะพัฒนาคนอะไรต้องเริ่มจากการขออนุญาตทั้งนั้น สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ป่าที่ผมบอก การจะใช้งบตัวเองขององค์กรปกครองท้องถิ่นก็ทำได้ยาก อปท. ผมยกตัวอย่าง อบต. แม่สอง กับ อบต. แม่อุสุ ตำบลท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาดกับอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ๒ อบต. นี้มีงบประมาณประจำปีต่อปีประมาณ ๕๐ ล้านบาท ทั้งงบลงทุนแล้วก็งบประจำ ท่านประธานเชื่อไหมตอนนี้เงินสะสมเขามีเกือบร้อยกว่าล้านบาททั้ง ๒ อปท. เพราะอะไร รู้ไหมครับ ทุกปีเงิน ๕๐ ล้านบาท เขาก็จะได้ใช้แค่เป็นเงินเดือน เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ประเพณี จัดงบอะไรต่าง ๆ แต่งบลงทุนเขาไม่ได้ใช้เลย เพราะเขาขออนุญาตใช้พื้นที่ไม่ได้ พอจะทำ สตง. ก็มาตรวจ นักร้องก็เยอะ ทำให้มีปัญหา ครั้นนายกจะพลีชีพ จะให้เซ็น ช่างไม่เอาอีก ปลัดค้านอีก ผลเสียก็ตกกับชาวบ้าน ชาวบ้าน ไม่ได้มีการพัฒนา เงินก็กอง กอง กองเรื่อย ๆ พอกองเรื่อย ๆ กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นก็นึกว่า อบต. นี้รวย จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เขาไม่ได้ทำอะไรมานาน พอนึกว่ารวยก็ไม่ให้ งบเขา ปัญหาก็พ่วงไปอย่างนี้ครับ มันทำให้เกิดปัญหาที่ผ่านมา ที่ผ่านมานี้การขออนุญาต ตามกรอบเวลาใช้แค่ ๓ เดือน ผมเชื่อว่าเก่งสุดคือ ๑ ปี บางที ๒ ปีตีกลับไม่ได้เลย สาเหตุ ผมไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผมไม่โทษกรมป่าไม้ ผมไม่ได้โทษรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหามันเกิดจากขั้นตอนที่เราล็อกทุกอย่าง พื้นที่ลุ่มน้ำ ชั้น ๑ ลุ่มน้ำชั้น ๒ ลุ่มน้ำชั้น A มีไม่รู้กี่ลุ่มน้ำ แล้วท่านประธานเชื่อไหมครับ เอาเฉพาะป่า กรมป่าไม้ก็แบ่งเป็นป่าตาม ครม. ป่าสงวน ป่าตามมติ แล้วทุกป่ามีผู้อนุญาตไม่เหมือนกัน สักป่า อำนาจสูงสุดอยู่ที่ ครม. บางอันก็อยู่ที่ปลัดกระทรวง บางอันก็อยู่ที่รัฐมนตรี บางอัน อธิบดีเซ็นได้ก็จบ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้มันทำให้มีความซ้ำซ้อนยากที่จะแก้ไขได้ ที่ผมได้เสนอ ญัตติ ครม. ได้อนุญาตให้ทำคำขอที่โครงการที่ทำไปแล้วและให้ทำคำขอย้อนหลังมา จริง ๆ เหมือนเพื่อนสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่ว่าเหมือนนิรโทษกรรม หลังจากป่าวประกาศแล้ว เอาเฉพาะ อปท. ไม่นับหน่วยงานอื่น ๑๒๐,๐๐๐ กว่าโครงการที่ขอไป เมื่อตอนบ่ายนี้ ผมเข้าประชุมคณะอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๑ ท่านอธิบดีกรมป่าไม้เข้ามาชี้แจงงบพอดี ผมถามท่านว่าตั้งแต่ ๑๒๐,๐๐๐ โครงการทำได้เท่าไร ท่านเชื่อไหม ทำได้สัก ๒,๐๐๐ โครงการ อันนี้ขนาด ครม. อนุมัตินะครับ อนุมัติให้รีบทำ รีบเร่ง ๒,๐๐๐ โครงการ แล้วปรากฏ ผมก็ถามเขาอีกว่าแล้วปี ๒๕๖๗ นี้มีเป้าหมายอย่างไร ท่านบอกว่าปี ๒๕๖๗ เป้าหมายจะทำ อีก ๕,๐๐๐ โครงการ ท่านคิดดูครับ ๕,๐๐๐ โครงการ ขอมา ๑๒๐,๐๐๐ โครงการ ทำ ๒,๐๐๐ โครงการ ๕,๐๐๐ โครงการ ทำได้ ๗,๐๐๐ โครงการ เหลืออีก ๑๐๐,๐๐๐ โครงการ ผมว่าชาติหน้าก็ยังไม่เสร็จ แล้วที่สำคัญสำนักงบประมาณอนุมัติให้กรมป่าไม้ ๕,๐๐๐ คำขอ ในการลงพื้นที่เพื่อสำรวจพื้นที่ในการขออนุญาต คำขอละเท่าไร ๖๐๐ บาท ๕,๐๐๐ ให้คำขอละ ๖๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ให้เจ้าหน้าที่ ๒ คนออกไปก็ไม่พอแล้วครับ นอนก็ไม่รู้ว่า นอนที่ไหน กินก็ไม่รู้จะกินที่ไหน เป็นเรื่องที่มันต้องแก้ไข ขั้นตอนนี้สำคัญ ปัจจัยคนก็ต้อง สำคัญ อุปกรณ์ก็ต้องสำคัญ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่า ๒,๐๐๐ โครงการที่ได้รับการอนุญาตจาก กรมป่าไม้ สาเหตุหลัก ๆ มาจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะบางที่ผู้บริหาร ใจป้ำหน่อย อยากจะให้สำเร็จเร็ว ๆ เพราะเป็นฐานคะแนนของเขา เขาก็จัดรถ อบต. ไปรับ เจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกทุกอย่างมันถึงเกิดขึ้นได้ ถ้าที่ไหนไม่รอตามคิว ไม่ใช่ว่า มีการลัดคิวของกรมป่าไม้นะครับ เป็นการที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะออกแต่ไม่มีงบ ปีนี้ที่ผมบอกว่า ได้งบแล้ว ก็ได้ ๖๐๐ บาท และอย่างนี้จะไปได้อย่างไรครับ ฉะนั้นผมก็อยากจะให้ทาง หน่วยงานราชการต่าง ๆ มาพูดคุยกัน แต่ข่าวดีนะครับ ผมได้นำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ท่านได้ดำริ แล้วจะให้วาระนี้เป็นวาระของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น การขออนุญาตของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และโดยเฉพาะที่สำคัญที่เรา พูดนี่คือกรมป่าไม้ ตอนนี้กรมป่าไม้ได้วางกรอบแนวทางในการจะอนุญาตไว้หลายแนวทางมาก มาตรา ๑๙ ที่คน พูดกันเยอะ ๆ คือการร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้กับหน่วยงานที่งบประมาณทำ MOU ร่วมกัน แล้วทำ อันนี้ก็ทำส่วนหนึ่ง แต่การทำมาตรา ๑๙ นี้มันทำได้เฉพาะเป็นบางเรื่อง การขอ งบประมาณถ้าใช้มาตรา ๑๙ งบมันต้องมาจากส่วนกลาง ไม่อย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเป็นงบของ อปท. เอง โอเค มีโอกาสที่จะใช้มาตรา ๑๙ ได้ แต่ถ้างบจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านไม่มีสิทธิใช้มาตรา ๑๙ เลยครับ การไฟฟ้าที่จะเข้าไปทำงาน MOU กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการปักเสาพาดสาย อันนี้มาตรา ๑๙ ได้อยู่ แต่ถ้าหน่วยงาน อปท. จะไปของบจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น อปท. เอย จังหวัดเอย อะไรต่าง ๆ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วย กระทรวงมหาดไทยไม่มีสิทธิใช้มาตรา ๑๙ ฉะนั้นผมก็อยากจะเสนอแนะให้ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมาชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย รวมถึง หน่วยงานตรวจสอบ ปัญหาตอนนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และผมยืนยันเลยผมอยู่ในเหตุการณ์ มาตลอดมา ๑๐ กว่าปี เพราะผมอยู่องค์กรปกครองท้องถิ่น ปัญหามันเริ่มจากการร้องเรียน ท่านเคยได้ยินแล้วท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดหนึ่งโดนติดคุกเพราะไม่ได้ขออนุญาต ใช้พื้นที่ แต่ตอนนี้ท่านพ้นมลทินแล้วครับ ท่านฟ้องศาลท่านชนะ แต่อย่างไรก็ตามพอเกิด เหตุการณ์อย่างนี้หลาย ๆ ท้องถิ่นไม่กล้าขยับ สตง. ก็ดี ป.ป.ช. ก็ดี เวลาท่านจะตัดสินใจอะไร สักอย่างท่านต้องดูองค์ประกอบรวม ๆ ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าไม่ได้ขออนุญาต ไม่มี Tick ในช่องว่าขออนุญาตใช้พื้นที่หรือยัง ผิด เรียกค่าสินไหม ทดแทน ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้บริหาร ข้าราชการ ช่าง ปลัด ผมว่าอย่างนี้ไม่ถูก ท่านให้เขาทำแล้วท่านไปดูสิครับว่าเขาทุจริตอย่างไร ทำงานตรง Spec ไหม อย่างนี้มันจะ เหมาะกว่า ไม่ใช่ไปไล่จับการขออนุญาตใช้พื้นที่ ผมว่าท่านไม่น่าทำ ถึงท่านจะโดนร้อง อาจจะมีบุคคลที่สามร้องท่านก็ต้องแก้ไขให้เขาเพราะว่ามันไม่มีเรื่องทุจริต มันเป็นเรื่องไม่ทำตาม กรอบระเบียบนิดเดียว ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีเหตุผล การมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนในพื้นถิ่น นั้น ๆ ภูมิภาคนั้น เช่น ป่าไม้ก็มอบอำนาจให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑ ถึง ๑๐ กว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน แห่งชาติเขตนั้น หรือให้ดีท่านมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตากเลย ลงจังหวัดเลย โดยเฉพาะของผมท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากพร้อม ท่านได้ตั้งกลุ่มต่าง ๆ มาเพื่อจะรองรับ การอนุญาตใช้พื้นที่เรียบร้อย ท่านให้ความร่วมมือดีทุกอย่าง ฉะนั้นมอบอำนาจท่านผู้ว่าราชการ เลยครับ ให้ท่านผู้ว่าราชการยืนยันไปว่าพื้นที่นี้ไม่ได้เป็นป่าแล้ว ผู้ว่าราชการก็ไม่ต้องทำเลย ให้ทางนายอำเภอจัดประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกท้องถิ่น ทำประชาคมไป ถ้าชาวบ้าน บอกว่าถนนเส้นนี้ใช้กันมา ๑๐-๒๐ ปีแล้ว ถึงจะอยู่ในป่า ถึงจะทำถนนก็ไม่ใช่ปัญหา ผมว่า เรื่องนี้จบเร็ว แล้วที่สำคัญที่สุดผมอยากให้ ครม. นำเรื่องนี้เข้า ครม. และตัดสินใจอย่างใด อย่างหนึ่ง ปัญหาเหมือนที่บอก กฎหมาย ระเบียบ เอาไว้ป้องกัน แต่คนที่ร่างระเบียบคือ ผู้มีอำนาจ ถ้าท่านยกเลิกระเบียบไปเสีย ลดขั้นตอนไปเสีย ดูข้อเท็จจริง ป่ามันไม่ใช่ป่าแล้ว มันเป็นถนนแล้ว มันเป็นชาวบ้านแล้ว เป็นชุมชนแล้ว ท่านก็อนุญาต ไม่ต้องไปทำอะไร เยอะแยะ ก็ฝากนำเรียนท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจ และผมยืนยันว่าผมอยากให้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ ผมไม่อยากจะให้โยนไปถึงกรรมาธิการสามัญชุดใดชุดหนึ่ง แล้วก็มาตั้งคณะทำงาน ผมทราบว่ามีการตั้งคณะทำงานชุดนี้ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่แค่คณะทำงานไม่มีอำนาจครับ อนุกรรมาธิการก็ยังดี ท่านก็ยังไม่ได้ตั้งอนุกรรมาธิการ แต่จริง ๆ แล้วผมอยากให้ตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ หรือว่าท่านจะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้มันเกิดประโยชน์กับประชาชน เร่งรัดการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าให้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับ