ศุภณัฐ มีนชัยนันทัน แสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากเห็นว่าขาดความสมบูรณ์ ไม่โปร่งใส และมีข้อมูลขัดแย้งกันเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการศึกษาดังกล่าวขาดความน่าเชื่อถือ มีการคัดลอกข้อมูลโดยไม่วิเคราะห์เพิ่ม และเสนอตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกัน จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานอย่างรอบด้านและโปร่งใส รวมถึงต้องรู้ต้นทุน รายได้ และผลตอบแทนของโครงการอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้ประเทศเสียเปรียบหรือสูญเสียโอกาสในการลงทุนอย่างเป็นธรรม
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ บางเขน จตุจักร หลักสี่ พรรคก้าวไกลครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมต้องชี้แจงว่าตัวผมเอง เป็นอีก ๑ คนที่อยู่ในกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็ตัดสินใจลาออก เพราะว่ารายงานที่ไม่สมบูรณ์ คืออย่างนี้ครับ ส่วนตัวผมเคารพรักกรรมาธิการทุกท่าน เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทั้งท่านประธานวิสุทธิ์เอง ทั้งคุณหมอศรีญาดา ทั้งพี่อิ่ม พี่เอ ทั้งพี่เจมส์ ทั้งครูมานิตย์ก็ไม่มี ปัญหาอะไรกันเลยครับท่านประธาน แต่ต้องตัดสินใจอภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ โดยมี ๔ ประเด็นที่ต้องแจ้งให้ทราบตรงกัน
ประเด็นที่ ๑ ไม่มีใครคิดขัดขวางความเจริญของภาคใต้ และส่วนตัวผมยังไม่เคย พูดสักครั้งว่าผมคัดค้านโครงการ ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการนโยบายอื่น ๆ ที่ทำ ให้คนใต้รวยได้ผมยินดีและยินดีสนับสนุน แต่ตอนนี้ที่ต้องการคือพิสูจน์ความจริงที่มาของ ตัวเลขของรายงานฉบับนี้ที่ท่านจะเอาเข้ามาผ่านสภาชุดนี้ และสุดท้ายก็ส่งต่อไปให้รัฐบาล ผมต้องการแค่ความถูกต้องเท่านั้นครับ
ประเด็นที่ ๒ หน้าที่และเป้าหมายของกรรมาธิการชุดนี้ครับ พิจารณาศึกษา โครงการแลนด์บริดจ์ทั้งรูปแบบโครงการ รูปแบบการลงทุน จะลงทุนแบบไหน อย่างไร ความคุ้มค่า กำไรขาดทุนเท่าไร เหตุผลที่ต้องทำแลนด์บริดจ์เพราะอะไร ใครได้ประโยชน์ โอกาส อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ของภาคใต้คืออะไร แลนด์บริดจ์จะพลิกชีวิตคนใต้ได้จริง หรือเปล่า ผลกระทบต่อประชาชน ต่อธรรมชาติ ความมั่นคง และแนวทางแก้ไขคืออะไร แต่ตัวรายงานที่กรรมาธิการส่งสภากลับรวบรัดการศึกษาและไม่มีการค้นหาความจริง ให้รอบด้าน ผมคิดว่ามันไม่ตอบโจทย์กับภารกิจที่เราได้รับจากสภาแห่งนี้เพื่อทำหน้าที่ หาคำตอบให้กับพี่น้องประชาชนครับ
ประเด็นที่ ๓ ผมขอเรียกรายงานฉบับนี้ว่า รายงานแห่งความย้อนแย้ง ตัดแปะ และใช้ไม่ได้จริง ดูหน้า ฉ ครับ ผลการศึกษา ขีดเส้นใต้ ย้ำนะครับ นี่คือผลการศึกษา ของกรรมาธิการแล้ว หน้าต่อไปหน้า ฉ ครับ จุดแข็งของโครงการ ดูข้อที่ ๓ สีม่วงครับ หลีกเลี่ยงปัญหาติดขัดการเดินเรือในช่องแคบ แต่ความจริงกรรมาธิการท่านใดไปพิสูจน์ว่า ช่องแคบมันติดขัด เราเห็นกับตาแล้วหรือครับ เอกชนคนเดินเรือเขาก็พูดกับท่านแล้วว่า มันไม่ได้แออัด มันไม่ได้คับแคบ ที่มันตันจริง ๆ มันคือท่าเรือสิงคโปร์ มันไม่ใช่ตัวช่องแคบ และท่านก็ไม่ไปพิสูจน์ แล้วทุกวันนี้ท่าเรือสิงคโปร์เขาก็มีแผนขยายท่าเรือเพื่อรองรับเรือเพิ่ม ถ้ามันแคบจนมันไปไม่ได้เขาจะลงทุนเพิ่มทำไมครับ ถ้าง่ายที่สุดส่งคนไป Live สดครับ ท่านประธานครับ เอาให้จบตรงนี้เลยครับ ส่งคนไป Live สดจะได้จบ ๆ ครับ จะได้รู้จริงว่า มันแออัด ไม่แออัดครับ เถียงกันอยู่แบบนี้แล้วมาใส่ในรายงาน ดูข้อที่ ๒ อาจจะสามารถ ลดระยะเวลาและต้นทุน ประหยัดต้นทุนได้ แต่ไปต่อครับ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม สีเขียวครับ แปลว่ายังไม่แน่ใจว่าลดระยะเวลาและต้นทุนได้จริงหรือไม่ แต่หน้าเดียวกัน ข้อ ๔ ครับ เพราะสามารถลดระยะเวลาเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ นี่มันรายงานแห่งความย้อนแย้ง หน้าเดียวกัน ข้อ ๒ ข้อ ๔ ก็ย้อนกันเองแล้วครับ ต่อไปหน้า ๒๓ หน้า ๒๔ ผลการศึกษา ย้ำนะครับว่านี่คือผลการศึกษา แต่ดูสีเขียวครับ สนข. สนข. สนข. ครับ นี่ก็อบปี้ นี่ท่าน พิจารณาหรือก็อบปี้ครับ หมดนี้ถ้าท่านประธานดูนะครับ ทุกหน้า Reference อย่างดี สนข. หมดเลยครับ หน้า ๓๐ หน้า ๓๑ รูปแบบการลงทุน ท่านบอกต้อง ๕๐ ปี จังหวัดระนองต้อง ๓ เฟส ต้องรองรับตู้ให้ได้ ๒๐ ล้านตู้ จังหวัดชุมพรก็ ๒๐ ล้านตู้ สีเขียวเหมือนกันครับ สนข. มาหมดเลย ก๊อบปี้อย่างเดียว ท่านทำแบบมีวิชาการ คือท่านมี Reference ครับ แต่ศึกษา ไม่เป็นตามหลัก เพราะท่านต้องเป็นกลาง ศึกษารอบด้าน ศึกษาของทุกฝ่าย แต่ท่านไม่ค้นหา ความจริงท่าน Copy Paste สนข. หมดเลยครับ กรรมาธิการมีหน้าที่เพื่อหาความจริงให้กับ ประชาชน ผมถามว่าผมขอไว้ตั้งแต่วันแรก Breakdown Excel เราอยากเห็นว่ารายได้ของที่มา จำนวนเรือมีเท่าไร ค่าก่อสร้างเท่าไร ๑ ล้านล้านบาทที่ สนข. บอกมันจริงหรือเท็จ โชว์มาหน่อย ตั้งแต่วันแรกผมขอยันวันสุดท้ายผมก็ไม่ได้คำตอบครับท่านประธาน หน้า ๓๔ ต่อครับ มาอีกแล้ว ลดระยะเวลาได้ ๕ วันครับ เมื่อสักครู่ ฉ ยังบอกเลยว่าอาจจะย่นระยะเวลาได้ให้ ไปศึกษา แต่ตอนนี้มาบอกลดเวลา ๕ วันครับ ต่อไปหน้า ๖๑ บอกว่าจะลดเวลาจาก ๙ วัน เหลือ ๕ วัน ถ้าคำนวณเลขออกนี่คือ ๔ วันครับ สรุปเมื่อสักครู่บอก ๕ วัน ตอนนี้บอก ๔ วัน ก่อนหน้าบอกไปศึกษาเพิ่มเติม สรุปย้อนไปย้อนมาครับท่านประธาน สรุปว่าท่านจะเอา อย่างไรครับ และช่องแคบก็เหมือนเดิม เขียนว่าช่องแคบแออัดก็ไม่ได้พิสูจน์ครับ จำนวน คนจ้างงาน ๒๘๐,๐๐๐ คน นี่ไม่รู้เอาตัวเลขมาจากไหน จะจ้างงาน Full Time Part Time จ้างเขาเงินเดือนเท่าไร ไม่มีใครครับ ใครก็มโนขึ้นมาได้ครับ วันนี้ผมบอก ๓๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ก็ทำได้ครับ ต่อไปหน้า ๒๒ จำนวนตู้ อันนี้ก็มาจาก สนข. เหมือนกันครับ จำนวนตู้และ หน้าต่อมา หน้า ๓๕ เอาจำนวนตู้ไปทำอะไร มาคำนวณครับ NPV Net Present Value ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท BEC Ratio ๑.๓ EIRR ๑๗ เปอร์เซ็นต์ FIRR ๘ เปอร์เซ็นต์ Payback Period ๒๔ ปี GDP บอกอีกว่าจะโตจาก ๔ เปอร์เซ็นต์ ไป ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน GDP รายไตรมาสท่านมีปัญญาคำนวณล่วงหน้าขนาดนั้นเลยครับว่าจะ ๔ เปอร์เซ็นต์ ไปเอา ตัวเลขมาจากไหน แล้วค่าเสียโอกาส Opportunity Cost ทั้งรายได้เรื่องจากการท่องเที่ยว ที่หายไป อาชีพประมงทั้งหลายที่เขาต้องเสียไป สิ่งแวดล้อม รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต ไม่เคยถูกเข้ามาคำนวณในโครงการนี้แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ผมบอกท่านตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ให้คำนวณแต่ก็ไม่คำนวณครับ ต่อไปหน้า ๗๖ สรุป มาเขียนในสรุป โครงการนี้จะเป็น แม่เหล็กที่จะดึงดูดการลงทุน และท่านใช้ตัวหนามากเลยนะครับ กะให้คนเห็นชัด ๆ ต่อไป หน้า ๗๘ นี่หน้าเดียวกันครับ ท่านเขียน แม่เหล็ก ๒ รอบเลยครับ ย้ำ ๆ ชัด ๆ ครับ แต่พอไปดู หน้า ๗๙ ท่านแนะนำ ครม. ให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ของปริมาณตู้ที่จะผ่านโครงการ และต่อครับ ทบทวนข้อมูลต้นทุนขนส่ง แล้วท่านไปเขียนไปได้อย่างไรครับว่าจะเป็นแม่เหล็ก ท่านไปเอาตัวเลขมาจากไหนครับ EIRR เท่านั้น เท่านี้ FIRR GDP จะโต ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านมาถามว่าจำนวนตู้ให้ไปตรวจสอบก่อน ข้อมูลต้นทุนขนส่งให้ไปตรวจสอบใหม่ ตัวเลข พวกนี้ต้องใช้หมดในการ Forecast Demand นี่คือ Factor หลัก ๆ เลย จำนวนตู้มันบอก ได้หมดเลยครับ กำไร ขาดทุน ระยะเวลาคืนทุนเท่าไร แต่ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริง ๆ มันคือ เท่าไร แล้วก็ไปห้อยท้าย ๆ ครับว่าให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ของจำนวนตู้และทบทวนข้อมูล ต้นทุน ไปแอบ ๆ อยู่แค่นั้น มีอยู่แค่นั้นทั้งหมด ๑๕๐ หน้ามีอยู่แค่นี้ครับ แล้วถ้าท่าน สส. ท่านอื่นสงสัย อยากทราบอื่น ๆ ก็ดูที่หน้า ๕๒-๕๗ ได้ครับ มีเอกชนทั้งหลายเขาเขียนมา หมดแล้วครับว่ามันคืออะไร ตัวเลขมันไม่น่าใช่ ซึ่งกรรมาธิการควรจะพิจารณาศึกษาและ พิสูจน์ความเป็นจริงครับ แต่เราไม่ได้ทำเลยตลอด ๙๐ วัน ไม่ได้ถามครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คนถามเยอะครับ ทำไมต้องรู้ว่ากำไร ขาดทุนเท่าไร เราไม่ได้จ่ายเงินนี่ ต่างชาติเขาลงทุนศึกษาเอง ไม่ดีเดี๋ยวเขาก็ไม่เอา เราจะเอา ไปทำไม อย่างนั้นต้องถามกลับตั้งแต่วันแรกครับ แล้วจะตั้งกรรมาธิการมาศึกษาทำไมครับ ถ้าจะ Copy Paste สนข. ถ้าไม่อยากรู้อะไรเลยจะตั้งกรรมาธิการมาทำไม แต่ตอบคำถาม ว่าทำไมเราจำเป็นต้องรู้ เพราะแลนด์บริดจ์คือการลงทุนร่วม คำว่า ร่วม ขีดเส้นใต้นะครับ สัมปทานที่ดิน สิทธิรอบท่าเรือ เดี๋ยวท่านก็ต้องให้ครับ แนวรถไฟ สิทธิของตัวท่าเรือ ถ้าเกิด มีท่อน้ำมัน มีโรงกลั่นน้ำมันเดี๋ยวท่านก็ต้องให้ครับ ถมทะเลเสียรายได้ท่านก็ต้องคำนวณครับ ค่าเวนคืนท่านก็ไม่นับหรอกครับ ค่าชดเชยชาวบ้านที่เสียรายได้ก็ไม่คำนวณหรอกครับ ไม่ใช่ พูดลอย ๆ นะครับว่าเราไม่ลงทุน เราไม่มีต้นทุน เราไม่ลงเงิน ไม่จริงครับ เราลงทั้งเงิน ลงทั้งที่ดิน ให้ทั้งสัมปทานครับท่านประธาน Deal ธุรกิจจะชวนใครมาลงทุนก็แล้วแต่เพื่อแลกกับ สัมปทานเราจำเป็นต้องรู้ต้นทุน รายได้ ค่าเสียโอกาส ค่าเสียหายของโครงการว่ามันเท่าไร เพราะจะเจรจาร่วมทุนมันต้องมีการต่อรองครับ นักธุรกิจทุกคนต้องมีการต่อรอง ถ้าตัวเลข ในมือท่านมั่วจะมีการต่อรองได้อย่างไร มันไม่มีหลักฐานครับ ท่านรู้ไหม EEC ทุกวันนี้ ออกข่าวลงทุนกันหมื่นล้านเพื่อแลกกับสิทธิ BOI ลงทุนจริง ๆ ถึงหมื่นล้านหรือเปล่า BOI เคยไปตรวจหรือเปล่าครับว่าลงทุนจริง ๆ เท่าไร เราเล่นประกาศข่าวเสร็จ ให้สิทธิเสร็จ จบครับ และท่านนายกรัฐมนตรีต้องบอกว่าเป็น Salesman ที่เก่ง ท่านตั้งใจหาคนมาร่วม ลงทุน อันนี้ดีครับ แต่ท่านไปบอกทุกคนว่ากำไร ๆ แต่เอาจริง ๆ ถ้าเกิดต่างชาติไปศึกษามาแล้ว บอกว่าขาดทุน เขาจะมองท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไร และตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไพ่ในมือของ ตัวเราเองมันเลขอะไรด้วยซ้ำ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรต่อรองราคาที่เท่าไร ไม่รู้ว่าอะไรคุ้มหรืออะไร ไม่คุ้ม ถ้าเขาขอที่ดินรอบท่าเรือ ๒ กิโลเมตร ท่านให้เขาทันไหม ถ้าขอ ๓ กิโลเมตรละครับ ขอ ๔ กิโลเมตรละครับ ขอ ๕ กิโลเมตรละครับ ขอ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปี ท่านไม่รู้อะไรเลย ท่านไม่รู้จริง ๆ ครับ ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำ เราจะถอยได้ถึงเมื่อไร นักลงทุนเขาต้องรู้ครับ เรารู้แล้วว่า เราอยากได้เงินจากนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนเขาก็รู้ครับว่าเราอยากได้เงินจากเขา เพราะฉะนั้นเขาต่อรองขอสัมปทานเยอะอยู่แล้ว แล้วยิ่งถ้าเราไม่มีตัวเลขในมือเขาต่อ อย่างเดียว เราไปไม่รอดแน่นอนเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มออก Start แล้วครับ เพราะเอาข้อมูลไม่จริง มาอยู่ในรายงานแบบนี้ ไม่พิสูจน์ความจริง ความไม่รู้คือความเสี่ยงของการลงทุนที่ตกอยู่ กับประเทศไทย ผมคิดว่าเอารายงานกลับไปทำใหม่ดีกว่าไหมครับ ศึกษาให้มันสมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยเอากลับเข้ามาก็ไม่สาย ถ้าข้อมูลตรงไหนพิสูจน์ไม่ได้ ตัดออกก่อนเถอะครับ อย่ามาใส่ กันหลอก ๆ เลย ไม่มีประโยชน์ ตัวรายงานออกไปแบบนี้ เสียชื่อกรรมาธิการ เสียชื่อสภา แห่งนี้ เสียชื่อประเทศไทยครับขอบคุณครับ