อนุสรณ์ ยันโครงการแลนด์บริดจ์โปร่งใส หนุนดึงดูดการลงทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ชี้แจงถึงบทบาทและความชอบธรรมของการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ย้ำถึงความรอบด้านของรายงานและเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน หลักสิทธิมนุษยชน และการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของโครงการที่ดึงดูดความสนใจจากบริษัทข้ามชาติ และยืนยันจุดยืนในการสนับสนุนเพื่อผลักดันโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนในอนาคตโดยไม่ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงตัวประกาศตนว่าผมนั้นไม่ได้เป็นผู้ที่ขอลาออกจากคณะกรรมาธิการ วิสามัญแลนด์บริดจ์และไม่เคยคิดจะลาออกแต่อย่างใด เหตุที่ไม่คิดจะลาออกเพราะว่า ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการชุดนี้ตั้งแต่ต้น

ประการที่ ๒ ผมศึกษา ผมอ่านรายงานรู้ ดูรายงานเป็นครับ ชื่อเขาก็บอกว่า รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาโครงการ นี่เขาบอกว่าเขาศึกษาครับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยง การขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ผมต้องขอเรียนว่าผมอ่าน อยู่ ๒ รอบผมก็เห็นว่าครบถ้วนรอบด้าน ไม่ได้เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศชาติอะไร เลยครับ เป็นการทำงานของกรรมาธิการที่สมศักดิ์ศรี ครบถ้วนรอบด้าน ภายใต้กรอบภารกิจ กรอบงบประมาณ เราก็ทำกันได้เต็มที่ครับ แต่ถ้ากรรมาธิการวิสามัญแลนด์บริดจ์จะไปจ้าง บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกแพง ๆ อันนั้นต้องเป็นประเด็นคำถาม แต่พวกเราซึ่งเป็น กรรมาธิการวิสามัญเป็นศูนย์รวมจากทุกพรรคการเมือง มีนักปราชญ์ราชบัณฑิต มีนักคิด ผู้รู้ มีภาครัฐ เอกชน มี สนข. ที่ท่านโดนพาดพิง ผมยึดสุภาษิตช่างตัดผมครับท่านประธาน หลายหัวดีกว่าหัวเดียวครับ เป็นไปได้อย่างไรที่คนขนาดนี้จะมารายงานแล้วใช้ไม่ได้เลย

ประการที่ ๓ ในการคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในรายงาน ไม่ได้มีธงครับ และไม่ได้สรุป ไม่ได้ชี้ชัด ไม่ได้บังคับกดดันรัฐบาลว่าจะต้องเดินหน้าทำ โครงการนี้หรือไม่ทำ ชื่อก็บอกว่าศึกษา และเมื่อศึกษาจบแล้วก็ส่งไปให้รัฐบาลเท่านั้นเอง

ประการที่ ๔ เรื่องผลกระทบและการเยียวยาประชาชน ในพื้นที่ผมเห็น ในกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็มีตัวแทนจาก สส. ครับ ในพื้นที่และพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่อง เขาก็ น่าจะมีความเป็นตัวแทนในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ และหากจะมีการชดเชยเยียวยา เขาเหล่านั้นก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ต่อสู้ปกป้องสิทธิประโยชน์ ดูแลรักษาวิถีชุมชน หากต้อง มีการเวนคืน หากต้องมีการเยียวยา ผมเชื่อครับว่าการดำเนินการนั้นจะต้องเป็นไปตาม หลักการทั้งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและสวัสดิการพื้นฐานภาครัฐที่พึงมี พึงได้รับ ครั้นจะไปดูผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จะ EIA EHIA ศึกษาไม่พอ ศึกษาเพิ่มครับ ไปเปิดเวที ทำประชาพิจารณ์ ฟังเสียงประชาชน ถ้าฟังไม่พอรัฐบาลก็ไปฟังเพิ่มได้ครับ แต่ถ้าชี้เฉพาะ กรอบการทำงานของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ผมเห็นว่าครบถ้วนรอบด้าน

ประการที่ ๕ มีการไปบอกว่าไปเปรียบเทียบกับหลายประเทศของเรา ยังห่างไกล ผมก็ติดตามภารกิจท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา มีบริษัทเอกชน เอาเฉพาะสัญชาติ อเมริกาที่ให้ความสนใจในโครงการแลนด์บริดจ์ประเทศไทยครั้งนี้ ผมไล่เอาเฉพาะบริษัท ที่เป็นระดับ Big 5 ของประเทศเขาครับ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท SSA Marine บริษัทผู้ให้บริการ ทางทะเลรายใหญ่ที่สุดในโลก เขาบอกเขาสนใจโครงการนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น บริษัทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน เขาบอกว่าเปิดเมื่อไร ขอให้บอกครับ บริษัท จาค็อบส์ บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและบริการบอกว่าน่าสนใจ บริษัท Amazon Web Services (AWS) บริษัทในเครือของ Amazon.com เขาบอกว่าเพิ่งมาบอก แต่จะรีบมาดูครับ eBay Website Shopping Online รายใหญ่ของอเมริกาบอกว่าสนใจ โครงการนี้ครับ บริษัท The Port of Long Beach หน่วยงานท่าเรือ Long Beach ของ แคลิฟอร์เนีย Wabtec ผู้ให้บริการอุปกรณ์ระบบ Solution Digital ชั้นนำระดับโลกและ บริการเสริมสำหรับภาคการขนส่งสินค้าและบริการของสหรัฐอเมริกาเขาบอกเขาสนใจ ไหนละครับ เสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศ ทำประเทศชาติเสียโอกาส ถ้าท่านพยายามจะเข้าใจ ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งท่านจะเข้าใจ แต่ถ้าท่านพยายามจะไม่เข้าใจ ท่านจะขยับห่างไกลและ หนีห่างจากความเข้าใจไปเรื่อย ๆ ครับ

ประเด็นที่ ๖ มีคำถามในเชิงลักษณะว่านายกรัฐมนตรีเศรษฐาไปต่างประเทศ ไปเอาโครงการที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไปพูด ผมถามว่าถ้าไม่พูดตอนนี้จะพูดตอนไหนครับ เปิดสัก ๓ ปีแล้วโครงการไม่ประสบผลสำเร็จ แล้วก็ไปเร่ขายโครงการอย่างนั้นหรือครับ ในการไปพบปะประเทศเจรจาการค้า คุยเรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคตครับ แน่นอนครับ อดีต ปัจจุบันแก้ไม่ได้ แต่เอาอนาคตไปขายได้ครับ และผมเชื่อมั่นว่าบริษัทชั้นนำของโลก เห็นในโอกาสนี้ มันมีศัพท์ในทางการลงทุนเขาบอกว่า แม้โครงการยังไม่เกิด แต่เขารับรู้ โอกาส และเมื่อรับรู้โอกาสส่งสัญญาณจะลงทุน เกิดดัชนีความเชื่อมั่นที่เรียกว่าการรับรู้ รายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประเด็นที่ ๗ คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า ได้คุ้มเสียหรือไม่ เราไม่สามารถมองได้ จากจุดนี้ครับ หลายโครงการขนาดใหญ่ก็เกิดคำถามแบบนี้ แต่วันนี้ก็ประสบผลสำเร็จ เพราะมองไกล มองไปถึงอนาคต วันนี้ถึงจุดที่เราต้องเลือกว่าเราจะเป็นคนประเภทไหน เราจะเป็นคนที่เห็นโอกาสในทุกปัญหาหรือเราจะเป็นคนที่เห็นปัญหาในทุกโอกาส ตัดสินใจ ได้ครับ แต่ในชั้นนี้ผมชี้ชัด ๆ ว่าผมเห็นชอบ และยืนยันอีกรอบว่าไม่คิดจะลาออกจาก กรรมาธิการวิสามัญแลนด์บริดจ์ครับ ขอบคุณครับ