เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือเรื่องการเติบโตของโลกในอนาคตและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยชี้ว่าโลกไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ และอาจมีปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตลดลง นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการเดินทางของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบท่าเรือฮัมบันโตตาในประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นของจีน และโครงการท่าเรือสิงคโปร์-ศรีลังกา โดยชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อมูล และเรียกร้องให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้อย่างละเอียดและรอบคอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล ผมก็ขออภิปรายสั้น ๆ เรื่องนี้นะครับ คือแค่ อยากจะถามจากใจจริง อยากให้ตอบเพราะว่าอ่านรายงาน แล้วก็จริง ๆ ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ เท่าไร แล้วก็ได้ดูตามข่าวบ้าง ซึ่งจริง ๆ ผมเองก็ติดตามเรื่อง Project ของ Belt and Road Initiative ของประเทศจีนอะไรอย่างนี้ หรือว่าการค้าระหว่างประเทศ Geopolitics อยู่บ้าง เพราะสนใจ หลายคนก็อาจคิดว่าผมสนใจแต่เรื่องเบียร์หรือเปล่า แต่จริง ๆ ในบาร์ก็ได้คุยกัน หลายเรื่อง ล่าสุดผมต้องบอกอย่างนี้ก่อนครับ ผมก็สงสัยในการเติบโตของโลกใบนี้ ไปในอนาคตที่หลายคนบอกว่าอันนี้จะสร้างเศรษฐกิจโน่น นี่ นั่น คือผมว่ามันมีหลายร้อย วิธีการที่จะทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้นได้ การทำ Digital Wallet ก็อย่างหนึ่ง การทำแลนด์บริดจ์ ก็อย่างหนึ่ง แต่ผมอยากจะให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ครับ จริง ๆ แล้วจากการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอสในปีนี้ CEO ของ Google ก็ได้บอกเลยครับว่าโลกใบนี้ ในปี ๒๐๑๓ หรือปี ๒๐๑๔ Productivity ทั้งโลกนี้ถ้าเอาเรื่อง Inflation อะไรสักอย่างไป คำนวณ เราไม่โตขึ้นแล้ว หมายความว่าเป็นครั้งแรกที่เรา Stackness โดย Productivity ก็เลยคิดว่า ทั้งหมดในเล่มนี้ที่คำนวณความเป็นไปได้ในอนาคตมันจะเป็นจริงได้หรือไม่ ผมไม่แน่ใจ ก็อยากให้ทุกคนคิดดี ๆ ว่าในอนาคตมันจะเติบโต เราจะมีตู้เพิ่มขึ้นหรืออาหาร น้อยลงอย่างที่ผู้ชี้แจงว่าผมก็คงไม่ก้าวล่วงเพราะไม่ได้นั่งในกรรมาธิการของท่าน
เรื่องที่ ๒ ตอนแรกผมก็ดีใจ เห็นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ขออนุญาตพาดพิง เพราะออกข่าวไม่ได้เสียหายอะไร ท่านก็ไปที่ประเทศศรีลังกา ผมก็ตาม Project นี้อยู่นานครับ มันชื่อท่าเรือฮัมบันโตตา ประเทศศรีลังกา ผมก็ดูกำหนดการ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมว่าเดี๋ยวท่านนายกได้ไปดูท่าเรือนี้แน่เลย พอดู Project นี้แล้วกลับมา น่าจะเปลี่ยนใจไม่ทำแลนด์บริดจ์แล้ว เพราะว่าท่าเรือดังกล่าวตอนนี้แล้วก็ติด Debt-Trap ที่ทางเพื่อนสมาชิกพรรคเป็นธรรมก่อนหน้าได้อภิปรายไป เป็นของจีน ๙๙ ปีไปแล้ว ก็นึกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ไปครับ บังเอิญทางการประเทศศรีลังกาใจดีครับ หรือว่าพาไป ท่าเรือนั้นไม่ได้เพราะเป็นของจีนไปแล้วก็ไม่ทราบ พาไปดู Colombo Port City ขึ้นภาพ ได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ซึ่งโครงการนี้ผมจะเล่าเป็น อุทาหรณ์ทั้งท่าเรือและอันนี้ มีนักการเมืองศรีลังกาอยากดัง บอกเป็น Megaproject ภาพ เป็นอย่างนี้ คือจะเป็นดูไบ จะเป็นสิงคโปร์ โน่น นี่ นั่นครับ อันนี้สิ่งฉันคิด ภาพต่อไปครับ สภาพความเป็นจริงครับ อันนี้คือกำหนดการเสร็จปี ๒๐๒๔ ผมว่ารูปจาก BBC แต่ก็อาจจะ ปี ๒๐๒๓ อันนี้ผมว่าเป็นอุทาหรณ์ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะไปเยี่ยมชมแล้วล่ะ ผมคิดว่า อาจจะมีนำมาคิดไตร่ตรองทบทวนให้ดีก็ได้ ขอบคุณสำหรับภาพครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ด้วยความเป็นห่วง แล้วผมเป็นนักกฎหมายไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แล้วผมอ่านรายงานนี้ ด้วยความเคารพ คืออาจจะมีข้อคำนึงถึงเรื่องทางกฎหมายอะไรน้อยมาก แล้วก็สิ่งที่ผมกังวล ได้กล่าวไปข้างต้นมันไม่มีคำตอบในนี้ เข้าใจอยู่ครับ บอกว่าเป็น PPP โน่น นี่ นั่น แต่รายละเอียด ของสัญญานี้ได้มีการพูดคุยหรือศึกษากันแค่ไหน หรือจะศึกษาแค่เรื่องความคุ้ม ไม่คุ้ม ต่าง ๆ นานา ซึ่งถ้าได้เพิ่มเรื่องกฎหมายไปในอนาคต เติมในข้อสังเกตไป ผมก็จะขอบคุณ เป็นอย่างยิ่ง และผมทราบว่ารายงานฉบับนี้ตัวท่านเองก็บอกว่ามันไม่ได้สมบูรณ์อะไร เพราะในรายงานนี้ บอกว่าให้ไปศึกษารายงานเพิ่มเติมอีกใช่ไหมครับ ถ้าคณะไหนหรือใครจะไปทำต่อก็อยากให้ ดูเรื่องสัญญาแล้วก็ข้อกฎหมายดี ๆ เพราะว่าไม่อยากให้ซ้ำรอยที่ประเทศศรีลังกาแล้วก็ หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แล้วผมยืนยันครับว่า Key Success ที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงมาก่อนมีหลายอย่างมาก และผมว่า Key Success แรกคือการทำรายงาน อย่างตรงไปตรงมา แล้ว Key Success ที่ ๒ จริง ๆ มันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขตัวเงิน หรอกครับ คือผมเชื่อว่าโครงการนี้มีโอกาสเดียวที่จะผ่านได้เลยคือเรื่องของ Geopolitics ผมว่า มันขีดเส้นได้ครับ มีไม่กี่ประเทศที่จะทำอันนี้แล้วก็ได้ประโยชน์ที่มันไม่ได้คูณเป็นตัวเงิน อย่างประเทศจีนเป็นต้นที่เขาสามารถมีทางออกอื่นถ้าหากช่องแคบมะละกาโดนมหาอำนาจ ทางตะวันตกปิด เป็นต้น อย่างไรก็เป็นรัฐบาลอยู่ใช่ไหมครับ ก็ให้กำลังใจรัฐบาลครับ หวังว่า ทำผ่านแล้วทุกอย่างจะโอเค แต่เนื่องด้วยเหตุผลที่ผ่านมาผมจึงไม่อาจที่จะให้รายงานเล่มนี้ ผ่านได้เนื่องจากข้อมูลผมว่าไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ ด้วยความเคารพครับ