กันต์พงษ์ ชี้โครงการแลนด์บริดจ์เสี่ยงเศรษฐกิจถล่ม ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทบทวนงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความยั่งยืนและความคุ้มค่าของโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเฉพาะในแง่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และชุมชน พร้อมเสนอให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน รวมถึงเน้นการท่องเที่ยวและการเกษตรแทนการถมดินสร้างท่าเรือที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายระยะยาวทั้งทางกายภาพและเศรษฐกิจ

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคก้าวไกล วันนี้ขอร่วมอภิปรายโครงการแลนด์บริดจ์ จากชื่อโครงการก็คือ แลนด์บริดจ์ แต่ทำไปทำมา อ.เอท กลัวว่ามันจะกลายเป็น Landslide คำว่า Landslide ก็คือแผ่นดินถล่ม ก็กลัว แบบนั้น ทีนี้เหตุการณ์มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ก็เลยขออนุญาตให้ข้อสังเกต แล้วก็เป็น ข้อสงสัย คำว่า Landslide นี้มันก็คือคำว่า Slide ทั้งหมดมี ๕ ตัวอักษร เรามาเริ่มที่ตัวแรก เลยครับ

ตัวที่ ๑ คือตัว S เราเน้นคำว่า Sustainable Economy ซึ่งก็แปลว่าเป็นการ ทำเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ท่านประธานครับ เราจะยั่งยืน โครงการแลนด์บริดจ์มันมีมา ๓๐๐ ปีแล้ว และนอกจาก ๓๐๐ ปี เมื่อสัก ๕๐ ปีที่ผ่านมาเราก็จะมีโครงการที่เรียกว่า คอคอดกระ หรือเป็นเหมือนกับขุดคลองกระ ซึ่งก็มีการศึกษามาเยอะแยะมากมาย สุดท้ายแล้วจาก ขุดคลองเรามาเปลี่ยนเป็นเรื่องของการสร้างเป็นถนน หรือเป็น Railway ก็คือเป็นการใช้ รถไฟแทน ถามว่ามันจะคุ้มค่าหรือมีความยั่งยืนไหม คำตอบเมื่อสักครู่นี้เรื่องของ GDP มีท่านสมาชิกได้ตอบแล้วครับว่าจะเพิ่มประมาณ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ อ.เอทถามว่ามันคุ้มค่า จริง ๆ ไหม เพราะว่ารายงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานจาก สนข. หรือรายงาน จากสภาพัฒน์ก็ได้บอกแล้วว่ามันจะคุ้มค่าจริงหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ อ.เอท ก็เป็นห่วง เพราะฉะนั้นเราต้องมานั่งคิดให้ดีว่า สุดท้ายแล้วโครงการนี้มันจะทำให้พวกเราที่เป็นผู้ใช้ แรงงานหรือกับดักของคนที่มีรายได้ปานกลางหลุดออกมาจากรายได้ปานกลางไหม อันนี้คือ สิ่งสำคัญครับ เราจะปลดล็อกให้พวกเรามีรายได้ที่สูงขึ้นเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาได้ หรือเปล่า นี่คือตัว S แรก เรียกว่า Sustainable Economy เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

ต่อมาตัวที่ ๒ คือตัว L L ในที่นี้คือ Logistic หลายท่านครับ เพื่อนสมาชิก อ.เอท พูดเยอะมากครับ คุ้มทุนไหม หรือเวลามันจะสั้นลงจริงไหม เดี๋ยวเรามาคำนวณกันเลย เรือปกติประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เรือ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เราก็จะบรรทุกได้ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ T ก็คือเรื่องของ Twenty Equality เรื่อง Unit ก็คือเป็นเหมือนกับตู้ ๒๐ ฟุต เรือลำหนึ่งสมมุติ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ก็จะมีตู้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตู้ เวลาเอาตู้ขึ้นตู้ลงจาก ฝั่งหนึ่งคืออันดามันไปอีกฝั่งหนึ่งของชุมพร ถ้าเราเอาตู้ขึ้นตู้ลง Load และ Unload รวมกัน ก็ประมาณ ๔ ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ต่อทั้งหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเอาขึ้น เอาลง แล้วก็ ผ่านทางรถไฟ เฉลี่ยแล้วประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ยูเอสดอลลาร์ ถ้าไปเปรียบเทียบกับอีกที่หนึ่ง ก็คือที่ช่องแคบมะละกา เขาจะใช้ประมาณ ๓,๐๐๐ หรือประมาณสัก ๑๐๐ ดอลลาร์ ท่านสังเกตไหมว่าค่าใช้จ่ายถูกลงแล้ว นี่คือเฉพาะแค่ค่า Load กับ Unload ทีนี้เรามาคิดต่อ แล้วเวลาล่ะ เวลามันจะคุ้มค่าไหม เราบอกว่ามีเวลาประมาณสัก ๕ วัน ๗ วัน ไม่ต้องอ้อม สมมุติท่าเรือจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง มีเรือมาจอดสัก ๑๐ ลำ เรือ ๑ ลำมีอยู่ ๑๐,๐๐๐ ตู้ ๑๐ ลำก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตู้ ๑๐๐,๐๐๐ ตู้ที่ต้องคอยขึ้นลง ๆ เสร็จไม่พอต้องผ่านทาง รถไฟ รถไฟ ๑ ขบวนประมาณ ๕๐๐ TEU หรือ ๕๐๐ ตัวที่เป็นตัว Load ฉะนั้นขบวนหนึ่ง ๕๐๐ ตู้ แต่เรามีรออยู่ ๑๐๐,๐๐๐ ตู้ อ.เอทคำนวณแล้วครับ วันหนึ่งต้องใช้ ๒๐๐ เที่ยว แล้วเราจะเอาเวลาตรงไหน มันจะ Save จริงไหม นี่คืออีกหนึ่งปัจจัย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ถามครับ เวลา Save ไหม ๒. ต้นทุนถูกไหม ๒ อย่างนี้ถ้าเราคำนวณแบบเล่น ๆ ก็ไม่ถูกแล้ว เห็นไหมครับ นี่คือ L ตัวที่ ๒ ที่ อ.เอทอยากที่จะชี้แจง

ต่อมาตัว I ครับ I คืออะไร I คือ Infrastructure อ.เอทอยากจะแนะนำว่าเรา เอาไปทำอย่างอื่นก่อนดีไหมครับ สนามบินให้ดีขึ้นกว่านี้ดีไหม หรือจะทำระบบที่เป็น Network รถไฟจาก ๑๔ จังหวัดเลยครับ ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ถนนให้ดีขึ้นกว่าเดิม ระบบราง รถเมล์ครับ ตอนนี้รถเมล์ภาคใต้ถามว่ามีจริงหรือเปล่า นี่คือ สิ่งที่ อ.เอทอยากจะเห็นว่าเราไปทำ Infrastructure อย่างอื่นจะดีกว่าไหม หรือตอนนี้ Infrastructure ที่เราจะทำอีก ปี ๒๕๖๘ ก็คือท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส ๓ เอาอีกแล้ว ทีนี้มีเฟส ๓ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง แล้วมาเจอตรงจังหวัดระนองอีก เจอกับจังหวัดชุมพรอีก เราจะแข่งกันเองไหมครับ นี่คือคำถามหรือข้อสังเกตที่ อ.เอทอยากจะฝากไป

ต่อมาครับ ๑ ตัวก็คือตัว D D ที่นี้คือ Domestic ครับ Domestic คืออะไร แปลว่าท้องถิ่น เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก แม้กระทั่งคณะกรรมาธิการเองก็บอกกับ อ.เอทว่าเรามี การประท้วงเยอะจากพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านั้นที่เขาประท้วงเพราะอะไรครับ เพราะพี่น้อง ในคนท้องถิ่นเขาไม่อยากได้ ถามว่าเขาอยากได้อะไร แน่นอนครับ เรื่องของเทคโนโลยีการ ทำยาง เรื่องของการเกษตร เรื่องของภาระ เรื่องของการใช้น้ำถูกไหมครับ เรื่องของพลังงาน ในอนาคต เมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. ก็คือพิธาก็ได้พูดไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้นเรามาลงทุน ด้านอื่น ยังมีเงินเหลืออีกมหาศาล นี่คือสิ่งที่ อ.เอทอยากที่จะบอกว่าเราได้ปรึกษาแล้วหรือยัง กับคนที่เป็นพี่น้องประชาชนว่าเขาอยากได้จริงไหม หรือเราแค่อยากทำเพื่อเอาใจนักลงทุน นี่คือสิ่งที่อยากจะเน้น เพราะว่าตอนนี้นายกรัฐมนตรีของเราก็ไป Salesman ขายทุกที่ งาน BI ล่าสุดที่เขาครบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาก็ยังคงไปนำเสนออยู่ ขออนุญาตครับ นำเสนอให้กับ พี่น้องที่เป็นท้องถิ่นก่อน นี่คือตัว D ครับ

สุดท้ายครับ SLIDE ตัว E สุดท้ายก็คือ Environment ซึ่งก็แปลว่าสิ่งแวดล้อม อันนี้สำคัญครับ เมื่อสักครู่เพื่อน สส. ร่มธรรมก็ได้พูดมาครับ ท่านครับ ถ้าเราจะทำท่าเรือ ต้องถมดินฝั่งซ้ายและฝั่งขวาทางตะวันออก ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอันดามันหรือจะอ่าว ไทย ถ้าเป็นฝั่งอันดามันต้องถมอีก ๗,๐๐๐ ไร่ ถ้าฝั่งของอ่าวไทยอีกประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ ถมที่ลงไปในทะเล ทีนี้ใครเดือดร้อน ปลาใช่ไหมครับ สิ่งแวดล้อมใช่ไหมครับ ป่าชายเลน ใช่ไหมครับ อีกเป็นหมื่น ๆ ไร่ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้สิ่งแวดล้อม ทำให้การท่องเที่ยว GDP ของภาคใต้ ๑.๓ ล้านล้านบาทเราดีอยู่แล้ว เสริมเกี่ยวกับอะไรเข้าไปครับ เสริมเกี่ยวกับ เรื่องของการท่องเที่ยวเข้าไป เสริมเรื่องการเกษตรเข้าไป อ.เอทคิดว่าน่าจะดีกว่า อย่างมหาศาล เพราะภาคใต้ก็คือไข่มุก ก็คือเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในการที่จะท่องเที่ยว หนึ่งในประเทศไทย ฉะนั้นสุดท้ายนี้ อ.เอทอยากที่จะเห็นแลนด์บริดจ์คือการลงทุนแห่งชาติ ไม่ใช่หายนะของชาติในอนาคต ขอบพระคุณครับ Respect