จุลพงศ์ อยู่เกษ ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์รายงานโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเฉพาะการเลือกใช้ข้อมูลจากหน่วยงานเฉพาะฝ่ายที่ขาดความโปร่งใสและไม่เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจอย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อกังวลต่อความเหมาะสมของโครงการจากมุมมองสิ่งแวดล้อมและต้นทุนทางสังคม โดยอ้างข้อมูลว่าการขนส่งทางบกปล่อยคาร์บอนสูงกว่าทางเรือถึง 14 เท่า รวมถึงตั้งคำถามต่อแรงจูงใจในการลงทุนและการกู้ยืมเงิน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนรายงานอย่างรอบด้าน ไม่รีบผลักดันข้อเสนอที่ยังไม่สมบูรณ์ และพิจารณาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างรอบถ้วน โดยเห็นว่าการศึกษาเพิ่มเติมอีก 20 ด้านอาจทำให้ใช้งบประมาณเกินความจำเป็น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สวัสดีท่านกรรมาธิการทุกท่าน ขอบคุณในความร่วมมือตลอดเวลาที่เราเป็นกรรมาธิการ ร่วมกันมา ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ เราเห็นว่ามีหลายประเด็นในรายงานที่เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายไปแล้ว ผมเข้าใจดีว่า โครงการแลนด์บริดจ์นี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โครงการนี้ จะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นกับรัฐบาล รัฐบาลสามารถทำให้โครงการนี้เกิดก็ได้ หรือทำให้ไม่เกิดก็ได้ ก่อนอื่นผมต้องขอย้ำว่าพรรคก้าวไกลเราไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาภาคใต้ แต่ที่ผมลาออกจาก กรรมาธิการเพราะผมไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ ไม่ใช่เพราะผมเป็นเด็กอย่างที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่อยากทะเลาะกับเด็ก ผมหวังว่าท่านคง หมายถึงผม แล้วทำไมเราถึงไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ เวลาที่ใครได้รับมอบหมายให้ทำ รายงานหรือศึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเราจะต้องศึกษาให้รอบด้าน คนทำรายงานต้องทำใจ กลาง ๆ ทำการศึกษารอบด้าน อย่าไปตั้งคำตอบไว้ก่อนแล้วค่อยหาข้อมูลที่สนับสนุนคำตอบ มาใส่ไว้ในรายงานครับ สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์มีรายงานการศึกษาของหน่วยงานสำคัญ ของรัฐบาล ๒ หน่วยคือ ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งถือเป็น มันสมองของรัฐบาล และอีกหน่วยงานหนึ่งคือสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร หรือ สนข. สภาพัฒน์ได้ว่าจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาและผลสรุปออกมาว่าไม่คุ้มทุนกับ การลงทุน ส่วน สนข. จ้างเอกชนศึกษาและผลการศึกษาออกมาว่าคุ้มทุน ในบรรณานุกรม หรือการอ้างอิงเอกสารที่อยู่ตอนท้ายรายงานทำไมถึงอ้างแต่รายงานการศึกษาโครงการ แลนด์บริดจ์ของ สนข. เท่านั้น ทำไมเลือกเอาผลการศึกษาของ สนข. มาใส่ในรายงานนี้ และโยนผลการศึกษาของสภาพัฒน์ทิ้งไปครับ ทำไมไม่นำผลการศึกษาของทั้ง ๒ หน่วยงาน มาใส่ในรายงานเพื่อเปรียบเทียบกัน และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วคณะกรรมาธิการจะตั้ง ข้อสังเกตหรือข้อเสนอเช่นใดก็เขียนไว้ในรายงานก็ได้ รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า รายงานผล การพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง โครงการแลนด์บริดจ์ ผมขอตั้งคำถามว่าใครศึกษาครับ รายงานนี้มาจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการเอง หรือรายงานนี้เลือกเอาผลการศึกษาของ สนข. มาใส่ครับ ตอนประชุมกรรมาธิการครั้งแรก เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการจาก พรรคก้าวไกลของผมก็เสนอต่อท่านประธานว่าให้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อศึกษาในเรื่องย่อยเป็นเรื่อง ๆ ไปเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับการศึกษาของสภาพัฒน์ และ สนข. แต่การร้องขอนั้นก็ถูกปฏิเสธ เลิกเอาตัวเลข GDP มาอ้างถึงการเจริญเติบโตของ ประเทศเถอะครับ เพราะตัวเลข GDP ไม่ได้เป็นตัวเลขชี้ความเหลื่อมล้ำหรือชี้ความสุขของ ประชาชน เลิกความคิดเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษเสียทีครับ มันล้าสมัยมากแล้ว โครงการ EEC เป็นอย่างไรเห็นกันอยู่ พื้นที่ประเทศไทยอื่น ๆ ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องดูแลเหมือนกันหรือครับ คุ้มหรือไม่คุ้ม มีเรือกี่ลำมันเป็นตัวเลขที่จำเป็นที่ต้องมาเทียบเคียงให้เห็นกันนะครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายประเด็นแล้ว ผมขอลงไป Macro ในรายงานสักนิดครับ ผมจะขอยกตัวอย่างตัวเลขคณิตศาสตร์ที่ที่ปรึกษา สนข. ทำตัวเลขขึ้นมาแล้วใส่ไว้ในรายงาน ว่าผลตอบแทนทางการเงิน หรือ FIRR ที่ ๘.๖๒ เปอร์เซ็นต์นั้นคุ้มทุน ๒๔ ปี ในที่ประชุม คณะกรรมาธิการผมขอตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิรายปีจากที่ปรึกษามาคำนวณ ขอแค่ ๓ ปี นะครับ นับแต่วันที่เปิดโครงการ ไม่ต้องถึง ๒๔ ปี แต่ที่ปรึกษาก็ให้คำตอบผมไม่ได้ ทำไมผม ต้องขอตัวเลขเงินสดสุทธิครับ ท่านที่ทำงานการเงินจะรู้เลยเพราะตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิ คือตัวเลขที่นำไปคำนวณผลตอบแทนทางการเงิน แล้วตัวเลขกระแสสุทธิมาจากไหน ตัวเลขกระแสสุทธิก็คือมาจากรายได้ของโครงการ เช่น สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ตัวเลข กระแสสุทธิคือรายได้ที่มาจากค่าผ่านแลนด์บริดจ์และค่าบริการอื่น ๆ นะครับ ตัวเลข ค่าผ่านทางและค่าบริการอื่น ๆ มาจากไหน ก็มาจากการคาดการณ์ว่ามีเรือสักกี่ลำที่จะมาใช้ แลนด์บริดจ์ ตรงนี้ที่ทำให้เราเห็นว่าการคาดการณ์ตัวเลขของสายการเดินเรือมาใช้ แลนด์บริดจ์นั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ หรือมีความไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ในเมื่อท่านมีตัวเลข ตอบแทนทางการเงิน FIRR ทำไมท่านจะตอบที่มาของตัวเลขนี้ไม่ได้ครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ยกเอาตัวเลขนี้ไปขายโครงการ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงเชื่อว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลข ที่ถูกต้อง ท่านประธาน เวลาเราซื้อของเราดูที่ไหนครับ เพราะเราเชื่อใจ Salesman ใช่ไหม เราถึงซื้อ ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็บอกว่าท่านเป็น Salesman ประเทศไทย เพราะฉะนั้น คนที่เขาจะซื้อนี้เขาต้องมีความเชื่อถือในท่านนายกรัฐมนตรีและตัวเลขครับ
ในประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมได้ให้ผู้เชี่ยวชาญทางสิ่งแวดล้อมคำนวณดู ให้เทียบระหว่างจำนวนคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการขนส่งบนโครงการแลนด์บริดจ์ ผมต้องขอ เวลาเกินนิดหนึ่งครับท่านประธาน จำนวนคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการขนส่งผ่านแลนด์บริดจ์ กับจำนวนคาร์บอนที่การขนส่งทางเรือโดยช่องแคบมะละกา การขนส่งทางแลนด์บริดจ์ผลิต คาร์บอนสูงกว่าการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกาถึง ๑๔ เท่า อันนี้ผมไม่ได้คำนวณเอง เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสิ่งแวดล้อมคำนวณ ผมถามท่านกรรมาธิการที่ทราบเกี่ยวกับการกู้เงิน ระหว่างประเทศว่าสภาพตลาดการกู้เงิน สภาพนักลงทุนในขณะนี้ โครงการที่ผลิตคาร์บอนเครดิต มากมายขนาดนี้มีใครเขาจะให้กู้ครับ ผมเรียนถามตรง ๆ เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถรับรอง รายงานฉบับนี้ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์นี้ได้
สุดท้ายครับท่านประธาน เลิกพูดตัวเลขครับ เลิกพูดถึงความคุ้มทุนครับ เรามาพูดถึงความเป็นมนุษย์ดีไหมครับ ตั้งแต่โครงการนี้เกิดขึ้นมามีการวัดแนวทาง ผมลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการ ประชาชนมาบ่นว่านอนไม่หลับ กินไม่ได้ ไม่รู้จะตายที่ไหน นี่คือความเป็นมนุษย์ของประชาชนในโครงการที่เราจะต้องดูแลมากกว่าการคุ้มทางการเงิน มากกว่าสิ่งอื่นใดครับ ขออีกนิดเดียวครับ ในรายงานนี้เอาเข้าจริง ๆ ผมก็ถึงบางอ้อว่าทำไม ถึงมีการเขียนรายงานนี้ออกมา เพราะในข้อเสนอแนะในรายงานนี้มีข้อเสนอแนะว่าจะต้อง ไปทำการศึกษาอีกประมาณ ๒๐ เรื่อง หมายความว่าเราจะต้องตั้งงบประมาณไปใช้ ในการศึกษาอีก ๒๐ เรื่องใช่หรือไม่ เฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ที่ผ่านมานี้เราใช้ไป ๖๘ ล้านบาทแล้วที่ทำการศึกษา แล้วเราจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปทำการศึกษาอีก ๒๐ เรื่องหรือครับ เพราะฉะนั้นผมเองไม่สามารถรับรายงานฉบับนี้ได้ ขอบคุณครับ