ราชิต เสนอเร่งพัฒนาแลนด์บริดจ์-SEC พร้อมทบทวนผลกระทบอย่างรอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ราชิต สุดพุ่ม อภิปรายเสนอแนะผลการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในภาคใต้ โดยเฉพาะโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน พร้อมเรียกร้องให้เร่งผลักดันโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องมีการทบทวนบทเรียนจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด และศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกร และชุมชนอย่างรอบด้าน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส รวมถึงเสนอแนวทางเพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เปราะบางต่อภัยน้ำท่วมและการตัดขาดทางกายภาพ

นายราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายและเสนอแนะการรายงานผลการพิจารณา ศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้คำย่อว่า โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ Southern Economic Corridor ใช้คำว่า SEC และโครงการขนส่งอ่าวไทยอันดามัน ใช้คำว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ถ้าดูจาก เอกสารก็จะพบว่ามีการดำเนินการก่อสร้างและมีการสร้างแรงจูงใจอยู่ ๔-๕ ประการ

ประการแรก มีการสร้างท่าเรือ ๒ แห่งที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร มีการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ ขนาด ๖ ช่องจราจร ๙๐ กิโลเมตรเชื่อมระหว่างท่าเรือ การสร้าง รถไฟ การเตรียมพื้นที่ขนส่งทางท่อ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณท่าเรือและ ตามเส้นทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การกำหนด BOI เพื่อดึงดูดนักลงทุน ท่านประธาน ผมยอมรับว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่ดีที่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภาคใต้ และของประเทศได้ แล้วก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนโครงการ SEC แล้วก็ได้ดูจากรายงาน ก็พบว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับโครงการ มีเป็นส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วย มีความกังวล อันนี้จากรายงานนะครับ มีความกังวลว่าจะไปคาบเกี่ยวทำลายพื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ มีความกังวลเกี่ยวกับการเวนคืนค่าที่ดิน ค่าอาสิน ค่าตอบแทน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ของภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ปลูกทุเรียน มังคุด ไม้ผล ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ แต่สิ่งที่ผม มีความกังวลและที่อยากจะเสนอแนะเพิ่มเติมในการศึกษาดังกล่าว ผมเองไม่ได้มอง ในประเด็นเป็นเรื่องธุรกิจ เป็นเรื่องการลงทุนของกลุ่มนายทุน แต่ผมพยายามที่จะเสนอแนะ เพื่อช่วยเหลือการพัฒนาภายในประเทศ ช่วยเหลือดูแลผลกระทบภายในประเทศ ตลอดจน สภาพพื้นที่ภาคใต้เพื่อเป็นข้อสังเกต ทั้งนี้มุ่งหวังเพื่อพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชน รากหญ้าให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมมีข้อเสนอแนะดังนี้ครับท่านประธาน

ประการที่ ๑ โครงการ SEC ที่บอกว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับแลนด์บริดจ์นั้น ไม่ได้มีบอกรายละเอียดว่ามีรายละเอียดอย่างไร มีพัฒนาพื้นที่ใดบ้าง อุตสาหกรรมที่มีเป็น อะไร แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่าง SEC กับแลนด์บริดจ์เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

ประการที่ ๒ โครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว ที่หลาย ๆ ท่านบอกว่าเป็นอนุสาวรีย์นั้น มีเฉพาะถนนนั้น เช่น โครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ท่าเทียบเรือ การขนส่งทางน้ำ ถามว่า จะพัฒนาควบคู่กับแลนด์บริดจ์ไปได้อย่างไร ไม่มีการบอก ไม่มีการศึกษา

ประการที่ ๓ ควรจะมีการถอดบทเรียนความล้มเหลวของโครงการ เซาท์เทิร์นซีบอร์ด ดูผลกระทบจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดมาเป็นบทเรียนกับโครงการ แลนด์บริดจ์ที่จะทำ

ประการที่ ๔ ผมคิดว่าเป็นการขนส่งเป็น เป็น Logistics เพราะฉะนั้น ต้องมองภาพรวมว่าในการเชื่อมการขนส่งทางบกจากใต้สุดของประเทศไทย จากภาคกลาง หรือที่อื่น ๆ จะมาสอดรับสัมพันธ์ สอดคล้อง และเกิดประโยชน์กับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ศึกษานี้ได้อย่างไร

ประการที่ ๕ การจัดทำโครงการแลนด์บริดจ์มีการก่อสร้างท่าเรือ ถมทะเล ทั้ง ๒ ฝั่ง ประมาณ ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ไร่ มีการสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์ ๖ ช่องจราจร ทำอุโมงค์ นิคมอุตสาหกรรม การพาณิชย์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป อย่างมากมาย โดยเฉพาะในทางทะเล ในพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ Ramsar Sites จะต้องมี การประเมินผลอย่างละเอียด มีการศึกษาผลกระทบอย่างละเอียด และที่สำคัญครับ ท่านประธาน การกัดเซาะชายฝั่งมีแน่นอน ท่านดูอะไรครับ สร้างท่าเรือสงขลาเพียงท่าเรือ เดียวผลกระทบตอนนี้ยังแก้กันหมดเลย นี่ท่านไปถมทะเลทั้งอ่าวไทย ทั้งอันดามัน ผลกระทบ ใหญ่หลวงแน่นอน ท่านต้องศึกษารายละเอียด แล้วก็นำมาแก้ไขให้ได้

ประการที่ ๖ ที่สำคัญ การให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ศึกษาจัดทำโครงการ ต้องตรงไปตรงมากับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นที่ท่านต้องบอกพี่น้องประชาชน อย่างตรงไปตรงมา พี่น้องประชาชนจะได้ตัดสินใจต่อโครงการที่ท่านทำอยู่

ประการสุดท้าย ลักษณะพื้นที่ภาคใต้มีลักษณะเป็นด้ามขวาน แคบและยาว บริเวณกลางพื้นที่ก็จะเป็นภูเขา เป็นที่ราบสูง เพราะฉะนั้นในช่วงฤดูฝน ในช่วงหน้าน้ำก็จะเกิด อุทกภัยตลอด เนื่องจากพื้นที่จากที่ราบสูงไปสู่ทะเลทั้ง ๒ ฝั่งมีระยะสั้น แล้วจะเกิดน้ำท่วมขัง และพื้นที่ภาคใต้จะมีการถูกตัดขาดเสมอมา ตัวอย่างที่ท่านเห็นก็คืออุทกภัยปลายปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ อันนี้ควรที่จะเป็นบทเรียนให้ท่านศึกษา ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้ท่านไม่ศึกษา ผลกระทบต่อโครงการมีอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นผมขอฝากสิ่งที่ผมเสนอไปทั้ง ๖-๗ ประการ ทั้งนี้มุ่งหวังให้ โครงการเกิดประโยชน์ที่สุดของประเทศ แล้วก็ทั้งนี้มุ่งหวังเพื่อให้พี่น้องประชาชน ให้เกษตรกรพี่น้องชาวรากหญ้าได้กินดีอยู่ดี ถ้าโครงการสำเร็จเขาก็ได้ประโยชน์ แต่ถ้า โครงการนี้ล้มเหลวเขาจะไม่เหลืออะไรเลยครับท่านประธาน ขอขอบคุณท่านประธานครับ