มนพร เจริญศรี ชี้แจงความคืบหน้าการยกระดับถนนและมาตรการป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการถ่ายโอนถนนท้องถิ่นให้กรมทางหลวงชนบทดูแล หลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดงบประมาณและศักยภาพ พร้อมเรียกร้องให้บรรจุโครงการซ่อมแซมถนน ทล.4058 ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและแผนยกระดับถนนเพื่อการป้องกันระยะยาวไว้ในงบประมาณปี 2568
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านพิมพ์พิชชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย และต้องขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณาถามคำถามนี้ เพราะคำถามนี้เป็นคำถาม ที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาอย่างยาวนานค่ะ ดิฉันขออนุญาตทวนคำถามของท่านสมาชิก อีกครั้งหนึ่งนะคะ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทมีแผนการก่อสร้างยกระดับ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ๒ สายคือ ถนนสายบ้านวังแดง ตำบลบางระกำ ไปถึงบ้านบางบ้า ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และถนนสายบ้านหนองพะยอม บ้านตระแบกงาม ตำบลชุมแสงสงคราม บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก หรือไม่อย่างไร รวมทั้ง ท่านสมาชิกได้ถาม ๒ คำถามคือ ความคืบหน้าและมีแผนการอย่างไร ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะตอบคำถามของ ท่านสมาชิกทั้ง ๒ คำถามเลยนะคะ
คำถามแรก กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบท โดยเฉพาะ ถนนช่วงแรกเป็นถนนสายช่วงบ้านวังแดงหรือบ้านบางระกำ ตำบลบางระกำ อำเภอบางบ้า ตำบลชุมแสงสงคราม จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตขึ้นสไลด์ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตามสไลด์ ก็จะเห็นว่าเส้นสีเขียวดังแสดงที่เห็นในแผนที่เป็นถนนท้องถิ่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ช่วงบ้านบางระกำถึงบ้านบางบ้า ซึ่งถนนดังกล่าว เป็นการก่อสร้างถนนยกระดับดังกล่าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นภารกิจของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกและอยู่ในความรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดก็มีงบประมาณที่จะต้องสร้างและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ดังกล่าว พอมาดูสายที่ ๒ เป็นถนนสายบ้านหนองพะยอมถึงบ้านตระแบกงาม คือเส้นสีแดงที่ แสดงในแผนที่ ซึ่งเดิมเป็นถนนท้องถิ่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. พิษณุโลก ประทานโทษค่ะ เส้นดังกล่าวเป็นเส้นอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล ชุมแสงสงคราม ก็คือ อบต. และไม่ได้เป็นเส้นทางที่กรมทางหลวงชนบทถ่ายโอนนะคะ แล้วก็ เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องดูแลรับผิดชอบ ประกอบกับองค์การบริหาร ส่วนตำบลชุมแสงสงครามมีงบประมาณไม่เพียงพอและบุคลากรที่จำกัดที่ไม่สามารถดูแล รับผิดชอบในถนนสายดังกล่าว จึงมีมติโดยใช้ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ถ่ายโอนเส้นทางดังกล่าวมาอยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ เมื่อปีที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้มีถนนหลายสายที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่มีศักยภาพที่จะดูแลบำรุงรักษาหรือมีงบประมาณไม่เพียงพอ กรมทางหลวง ชนบทได้มีการประสานความร่วมมือแบบบูรณาการโดยประสานกับคณะกรรมการกระจาย อำนาจนะคะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าถนนเส้นใดที่มีงบประมาณไม่เพียงพอและ ไม่สามารถที่จะดูแลเส้นทางให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ใช้มติที่ประชุมสภา แล้วนำเสนอท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ๆ เพื่อประสานงาน ต่อที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด สามารถส่งมอบเส้นทางนี้มาให้ทาง กรมทางหลวงชนบท ก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมแล้วก็ประสานร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นั่นก็คือภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมี การถ่ายโอน ขณะนี้มีอยู่หลายเส้นทางนะคะ ซึ่งขณะนี้ในเส้นทางดังกล่าว ขอยกตัวอย่าง กรณีภารกิจนี้เรามีการริเริ่มทำที่จังหวัดบึงกาฬ โดยเอาเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่เรานำร่อง คาดว่าถ้าเราได้ดำเนินการนำร่อง ไปแล้วเราจะได้รู้ว่าข้อไหนที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ข้อไหนที่ต้องมีการปรับปรุง ก็จะนำเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงการถ่ายโอนภารกิจเหล่านั้นกลับคืนมาให้ กรมทางหลวงชนบทในอนาคตต่อไปค่ะ ต่อมาเมื่อกรมทางหลวงชนบทได้รับมอบและบรรจุ เป็นโครงการทางหลวงชนบทแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ปี ๒๕๖๗ เราก็จะขึ้นทะเบียนเป็น ทางหลวงชนบท ก็จะมีหมายเลข ยกตัวอย่างเช่น หมายเลข ๑๒๙๓ ที่บ้านหนองพะยอม ไปจนถึงบ้านตระแบกงาม ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็น ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ตลอดแนวเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเส้นทางนี้ก็จะมีพี่น้องประชาชนที่ใช้ สัญจรไปมา ประกอบไปด้วย ๔ หมู่บ้านก็คือ บ้านหนองพะยอม บ้านบางบ้า บ้านชุมแสงสงคราม และบ้านตระแบกงามค่ะ กรมทางหลวงชนบทเมื่อได้สำรวจแล้ว เพิ่งรับโอนเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อสำรวจแล้วเราก็ได้รับทราบว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อน ตามที่ท่านสมาชิกได้ถามกระทู้ วันนี้ กรมทางหลวงชนบทก็จะบรรจุลงไปในแผนเพื่อขอรับงบประมาณปี ๒๕๖๘ ก็ขออนุญาต นำเรียนเบื้องต้นในคำถามแรก
คำถามที่ ๒ ขณะนี้กรมทางหลวงชนบทได้ซ่อมบำรุงบริเวณที่ชำรุดเสียหาย ดังขึ้นในภาพ ก่อนการปรับปรุง ขณะการปรับปรุง แล้วก็หลังการปรับปรุงแล้ว ซึ่งปกติ การบำรุงเส้นทางที่ชำรุดเสียหายจากน้ำท่วมก็จะเป็นงานปรับปรุงอำนวยความสะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันนี้เส้นทางนี้เราเรียกว่าเส้นทาง ทล.๔๐๕๘ ก็สามารถใช้สัญจรไปมาได้แล้ว อาจจะเพราะว่าตอนที่ท่านสมาชิกได้ตั้งกระทู้ ถามแยกเฉพาะก็คงเป็นเวลาก่อนที่ทางหน่วยงานจะเข้าไปดำเนินการ ขณะนี้เส้นทาง ดังกล่าวได้ทำการปรับปรุง แล้วก็พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนการแก้ไข ปัญหาในระยะยาว เราก็จะมีการยกระดับมาตรฐานของถนนพร้อมกับก่อสร้างระบบระบายน้ำ อาทิเช่น ท่อลอดกลม ท่อลอดเหลี่ยม หรือว่าสะพาน เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้อย่าง เพียงพอกับปริมาณที่น้ำมาแต่ละปี โดยกรมทางหลวงชนบทได้พิจารณาเข้าแผนงบประมาณ ตามลำดับ ซึ่งความสำคัญของถนนสายนี้ก็จะอยู่ในลำดับต้น ๆ ที่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ในระยะยาวต่อไปได้ค่ะ โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นกรมที่ได้มีโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่พี่น้องประชาชนในระดับอำเภอซึ่งเป็นตำบล แล้วก็อำเภอเล็ก ๆ เราก็จะเข้าใจดีว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาขนพืชผลการเกษตรเป็นสิ่งที่จำเป็น และขณะเดียวกันโครงข่ายของทางหลวงชนบทเองก็ได้มีการปรับปรุงเส้นทางต่าง ๆ ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นระดับ อบจ. หรือว่าระดับเทศบาล หรือว่า อบต. กรมทางหลวงชนบทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาถนนหนทางเหล่านี้จะสร้างความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน