กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือปัญหาการรวมอำนาจบริหารงานบุคคลท้องถิ่นไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้า ขาดแคลนผู้บริหาร และขัดขวางการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้คืนอำนาจการสรรหาบุคลากรแก่ท้องถิ่นอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมผลักดันการจัดสอบบรรจุข้าราชการด้วยข้อสอบกลางมาตรฐานทั่วประเทศ การรวมกลุ่มจังหวัดเพื่อจัดสอบร่วมกัน การปรับค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องต้นทุน และเปิดช่องให้ท้องถิ่นร่วมสนับสนุนงบประมาณ เพื่อส่งเสริมความยุติธรรม ลดภาระจังหวัดขนาดเล็ก และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณ ท่านประธานนะครับ ที่ได้กรุณาให้โอกาสในการร่วมพิจารณา พ.ร.บ. ที่เสนอโดย เพื่อนสมาชิกหลายฉบับครับ ผมขอสนับสนุนการเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหาร งานบุคคลส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๓-๔ ฉบับ ที่เสนอต่อสภาในวันนี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายแล้วก็ให้เหตุผลถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งของ คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ไปแล้ว การรวบเอาอำนาจจากท้องถิ่นรวบกลับไปไว้ที่ส่วนกลาง เข้าใจ ในเจตนาครับ ณ ขณะนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องการทุจริต อาจจะมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส อาจจะมีปัญหาเรื่องการจัดสอบ ซึ่งมีการเรียกร้องผลประโยชน์ต่าง ๆ ทำให้รัฐบาล ในขณะนั้นคิดว่าการรวบอำนาจกลับเข้าไป และเอาไปไว้ที่ส่วนกลางจะสามารถแก้ไขปัญหา เหล่านี้ได้ น่าเสียดายครับ เวลาวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ตามที่ตั้งใจเอาไว้ได้เลย นอกจากไม่แก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังไปสร้างปัญหาใหม่ ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย วันนี้จึงไม่แปลกใจครับ ที่เพื่อนสมาชิกจากหลากหลายพรรคการเมือง ได้เห็นตรงกัน แล้วก็เสนอกฎหมายฉบับนี้ผ่านสู่สภาผู้แทนราษฎรเข้ามา เพื่อที่จะเอามา พิจารณา ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน ท้องถิ่นจากทั่วประเทศเราจะเห็นข่าว วันนี้ผมเชื่อ ว่าไม่ใช่เฉพาะจังหวัดอ่างทองบ้านผมอย่างเดียว ผมเองได้รับคำร้องเรียนได้พูดคุย กับทีมผู้บริหารขององค์การองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายตำบล ทั้งเทศบาล ทั้ง อบต. ทั้ง อบจ. ครับ หลายที่มีปัญหา เรื่องของการขาดแคลนผู้บริหาร ไล่มาเลยครับ ตั้งแต่ปลัด รองปลัด ผอ. การคลัง ผอ. กองช่าง หลากหลายตำแหน่งที่วันนี้บางคนต้องควบครับ บางคน ต้องควบหลายตำแหน่ง ทั้ง ๆ ที่งานที่ตัวเองถนัดนั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ ไม่ได้มีความ ชำนาญ แต่ก็จำเป็นที่ต้องไปควบเพื่อรักษาการในตำแหน่งต่าง ๆ สุดท้ายคนที่ได้รับ ผลกระทบก็หนีไม่พ้นประชาชนละครับ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็ล่าช้า การตัดสินใจ การที่ จะทำอะไรต่าง ๆ จากหน่วยงานของการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้อำนาจนั้นกลับไปอยู่ใกล้ กับมือของประชาชนมากยิ่งขึ้น จึงคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์ มากกว่า แต่ที่สำคัญก็คือต้องทำให้โปร่งใส ต้องเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ผมอยากจะ สะท้อนปัญหาให้ท่านประธานได้รับทราบในวันนี้ครับ ผมเองได้คุยกับทางท้องถิ่นจังหวัด อ่างทอง มีหนังสือครับ จากสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ส่งไปยังประธาน ก.จ.จ. ก.ท.จ. จากทั่วทั้งประเทศ ส่งไปบอกว่า มีมติล่าสุดครับ ทาง ก.จ. ก.ท. ก.อบต. จากส่วนกลาง มีมติล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม เห็นชอบให้คณะกรรมการข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น กจจ. กทจ. ก.อบต. ของจังหวัดให้เป็นหน่วยดำเนินการสรรหา ผู้มาดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารครับ ส่งหนังสือไปเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม และบอกให้ แต่ละจังหวัดเขาไปตั้งอนุกรรมการสรรหาข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดขึ้นมา ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ วันพรุ่งนี้ครับ ผมได้สอบถามไปปรากฏพบว่าหลายจังหวัดไม่ทำครับ หลายจังหวัดตอบกลับไปส่วนกลางว่า ไม่มีความพร้อม ผมก็แปลกใจว่าทำไมในเมื่ออยากที่จะเอาอำนาจตรงส่วนนี้ในการคัดหา ในการจัดสอบกลับไปที่จังหวัด ปรากฏว่ามีปัญหาครับ มีปัญหาคือพอจะไปให้จังหวัด เอาแต่ ภารกิจไป ไม่ได้ให้งบประมาณไป การจัดสอบ การเก็บค่าธรรมเนียมในการสอบเก็บได้เพียง แค่ ๔๐๐ บาท จังหวัดเล็ก ๆ อย่างอ่างทองบ้านผมพอจำนวนข้าราชการตำแหน่งที่ว่าง เมื่อคนมันน้อย การจัดเก็บมา ผมยกตัวอย่างถ้าสมมุติมีขาดสัก ๑๐๐ คน ๑๐๐ คน เก็บคนละ ๔๐๐ บาท ก็ได้เพียงแค่ ๔๐,๐๐๐ บาท ไม่พอครับ กับการจัดสอบ นอกจากนั้น ปัญหาที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือระยะเวลาที่มันกระชั้นชิดเหลือเกิน สั่งเขาช่วงสิ้นเดือน มกราคมให้เสร็จ ตั้งคณะกรรมการเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ จัดสอบเดือนมีนาคม เพื่อที่จะให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน เตรียมจะบรรจุกลางปีนี้ ทำไม่ทันครับ อันนี้ คือเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน จากการที่สื่อสารจากทางส่วนกลางออกไป ผมมี ข้อเสนอแนะ ๒-๓ ประการ ที่อยากที่จะให้สะท้อนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่กำลังจะตั้งขึ้นในการร่างกฎหมายฉบับนี้
ประการแรกครับ เรื่องของมาตรฐานในการทำข้อสอบ เราอยากจะเห็น ตรงกันเลยครับ นั่นก็คือการสอบที่ยุติธรรม โปร่งใส เพราะฉะนั้นจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่จะมี ข้อสอบกลาง หรือข้อสอบที่มันเป็นมาตรฐานที่สามารถที่จะวัดผลให้เหมือนกันกับผู้ที่สมัคร สอบทั่วทั้งประเทศ เพื่อที่จะลดคำครหาว่าจังหวัดนั้นสอบแบบหนึ่ง จังหวัดนี้สอบแบบหนึ่ง ภาคนั้นเลือกอย่างหนึ่ง ภาคนี้เลือกอย่างหนึ่ง ทำให้มันเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทั้งประเทศ
ประเด็นที่ ๒ อยากให้คำนึงถึงจังหวัดเล็ก ๆ ด้วย ในการกำหนดจังหวัดใน ตามร่างที่ยกร่างขึ้นมานี้ อ่านดูแล้วก็เหมือนกับว่าจะให้จังหวัดใครจังหวัดมันไปพิจารณา กันเอง จังหวัดเล็ก ๆ ล่ะครับ ในบางปีมีตำแหน่งว่าง ๒๐ คน ๓๐ คน ท่านจัดเก็บคนละ ๔๐๐ บาท มันจะไปพออะไรครับ ที่จะไปจัดสอบจังหวัดใครจังหวัดมัน ดังนั้นข้อเสนอก็คือ เป็นไปได้ไหมครับ ให้จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกันรวมกลุ่มจังหวัดกัน จังหวัดอ่างทอง จังหวัด สิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดที่อยู่ติดกันตรงนี้ ให้เขาจัดสอบรวมกันได้ แล้วก็ขึ้นบัญชีรวมเอาไว้ อย่างน้อยการเดินทางก็อยู่ภายในภูมิภาค ในจังหวัดที่ใกล้เคียง
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของงบประมาณ ทุกวันนี้ค่าสมัครสอบเพียงแค่ ๔๐๐ บาท อย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบไป สอบ ๑๐๐ คน ก็เพิ่งจะ ๔๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐ คนก็เพิ่งจะ ๘๐,๐๐๐ บาท ไม่พอครับ เปิดช่องให้ทางท้องถิ่นเขาสามารถที่จะใช้เงิน เข้ามาสมทบ เงินเข้ามาอุดหนุนตามที่เขาต้องการบุคลากรได้ไหม หรือเปิดช่องในการ แก้ระเบียบในการจัดเก็บค่าสอบจาก ๔๐๐ บาท ขยับขึ้นมาเป็น ๖๐๐ บาท มาเป็น ๘๐๐ บาท เพื่อที่จะให้มันสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการจัดสอบของแต่ละจังหวัดได้ไหม
ท้ายที่สุดครับ ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะเอาอำนาจ ตรงนี้กลับคืนไปให้ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นนั้นเขาสามารถที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามเราต้องให้หลักประกันกับพี่น้องประชาชนครับ ต้องให้หลักประกัน กับข้าราชการที่จะมาเข้าสอบถึงความโปร่งใส ถึงความยุติธรรมและมาตรฐานเดียวกัน ทั้งประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน