อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ หารือปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งในช่วงที่กระจายอำนาจและช่วงที่ส่วนกลางรับผิดชอบเอง พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจการจัดสอบให้ ก. ท้องถิ่นแต่ละแห่งพร้อมการสนับสนุนงบประมาณ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการโอนย้ายข้าราชการ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเป็นธรรมในระบบราชการท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ตามที่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ท่านพัฒนา สัพโส ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ผมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยในการอภิปราย ของผม ผมจะขออนุญาตแบ่งตามระยะเวลาการเกิดเหตุการณ์ออกเป็น ๓ ช่วงเวลาดังนี้ นะครับ ช่วงเวลาที่ ๑ เกิดขึ้นระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จนกระทั่งถึง ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ในช่วง เวลาดังกล่าวเรามีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ก็คือการให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงาน ส่วนท้องถิ่น หรือเรียกว่า กสถ. ดำเนินการสอบแข่งขัน แต่คณะกรรมการ กสถ. นี้ก็ไม่ได้ จัดสอบเอง ด้วยหลักกระจายอำนาจจึงได้ออกประกาศต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อมอบอำนาจให้กับ ก. ท้องถิ่น แต่ละจังหวัดดำเนินการจัดสอบกันเองดังประกาศที่อยู่ในมือผมนี้นะครับ แต่ว่าเมื่อในช่วงเวลา ๒๕๔๒-๒๕๖๐ นี้ เมื่อหลายจังหวัดได้ดำเนินการจัดสอบท้องถิ่นกันเอง ก็ปรากฏข่าวมีการทุจริตเกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคอีสาน ในช่วงเวลาดังกล่าวมีนายหน้า มีกลุ่มบุคคล ได้ไปบอกกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากว่า หากอยากให้ลูกหลานมีงานทำ อยากรับราชการใน อบต. ในเทศบาล ก็จ่ายเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒-๒๕๖๐ มาถึงช่วงระยะเวลาที่ ๒ ก็คือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน จากปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงแรก คณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องการแก้ไขปัญหานี้ จึงได้มีการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยให้ ก. กลาง อบจ. เทศบาล อบต. และ กสถ. ดำเนินการสอบ คัดเลือก พูดภาษาชาวบ้านสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือให้ท้องถิ่น ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการจัดทำจัดสอบเองทั้งหมด ปรากฏว่าเมื่อให้ส่วนกลางดำเนินการจัดสอบ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเอง การทุจริตไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย แถมปรากฏว่าการทุจริต ยังหนักหนาสาหัสขึ้นมาอีก ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เฉพาะที่บ้านของผม จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มบุคคลไปพูดกับพี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษว่า หากอยากให้ลูกหลาน รับราชการในท้องถิ่นก็เอาเงินมา ๗๐๐,๐๐๐ บาท ในอดีตปี ๒๕๔๒-๒๕๖๐ ตอนนั้น ๓๐๐,๐๐๐ บาท มาวันนี้ ๗๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว แล้วพี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ตาม ต่างจังหวัด จะหาเงินจากไหนมา ๗๐๐,๐๐๐ บาท เขาก็ต้องเอาที่นาของเขาไปขาย เพราะอยากให้ลูก เขาอยากให้หลานเขาได้มีงานทำ อยากให้ลูกหลานได้รับราชการ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเองเมื่อทราบปัญหานี้ก็ได้นำเรื่องนี้กราบเรียนให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ทราบว่าทำอย่างไรเราจะป้องกันการทุจริตวงจรอุบาทว์นี้ ไม่ให้มันเกิดขึ้น ซึ่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อได้รับทราบปัญหาจึงได้จัดทำ MOU ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือแม้กระทั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มาร่วมสังเกตการณ์ร่วมตรวจสอบตั้งแต่การออกข้อสอบ การจัดสอบแม้กระทั่งการตรวจข้อสอบ เพราะอะไร เพราะเราไม่อยากให้มีการทุจริตเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านหัวหน้าอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวชัดเจนว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น จะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ช่วงเวลาที่ ๓ ก็คือวันนี้ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยสาระสำคัญของร่างฉบับนี้ ก็คือ ข้อ ๑ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ซึ่งได้สร้างปัญหาการทุจริตเป็นอย่างมาก ข้อ ๒ ก็คือ การกำหนดให้คณะข้าราชการ อบจ. หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ก. อบจ. ก. เทศบาล ก.อบต. มีอำนาจจัดและดำเนินการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก และคัดเลือกข้าราชการและพนักงาน ส่วนท้องถิ่น โดยเป็นการไปแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม ในมาตรา ๑๓ ในการระบุข้อความเหล่านี้ เข้าไปให้ชัดเจนก็เพื่อที่ว่าเมื่อเราโอนภารกิจการจัดสอบให้กับ ก. ท้องถิ่นแต่ละจังหวัดไปแล้ว กรมก็ต้องโอนเงินงบประมาณเข้าไปให้เขาด้วย หากโอนแต่ภารกิจไม่โอนงบประมาณ แล้วท้องถิ่นจะไปดำเนินการจัดสอบเองได้อย่างไร นี่ก็คือสาระสำคัญข้อที่ ๒ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ สาระสำคัญข้อ ๓ ก็คือการกำหนดให้ ก. กลาง อบจ. เทศบาล และ อบต. พิจารณา และมีมติให้ข้าราชการ อบจ. เทศบาล และ อบต. โอนไปสังกัดหน่วยงาน อบจ. เทศบาล และ อบต. อื่นได้ โดยการไปแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๗ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานให้ทราบนะครับ ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการโอน อำนาจให้ท้องถิ่นแต่ละจังหวัดจัดสอบเองได้ ซึ่งตรงกับหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับหลักการกระจายอำนาจเป็นอย่างยิ่ง ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทุกคนต่างเห็น ตรงกันก็คือต้องการคืนอำนาจการสอบให้กับท้องถิ่นดำเนินการเอง แต่ผมอยากจะฝากท่าน ประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะตั้งขึ้นหลังจากจบวาระนี้แล้วเพื่อไปพิจารณา กฎหมาย ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้การทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดขึ้น มาอีก การไปยกเลิกคำสั่ง คสช. และให้ท้องถิ่นจัดสอบ หากเราไม่มีมาตรการกลไกป้องกัน การทุจริตมันก็จะย้อนกลับไปเหมือนกับช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์การทุจริตตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ จนกระทั่งถึง ๒๕๖๐ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการแก้ไขกฎหมายนี้ ก็คือการจัดสอบด้วยความ สุจริต เที่ยงธรรม เพื่อให้ลูกหลานของพวกเราที่เรียนจบมา ต้องการรับราชการ อยากทำงาน ท้องถิ่นจะได้มีโอกาสที่เท่าเทียมด้วยการสอบที่ปราศจากการทุจริตอีกต่อไป ผมจึงเห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอ ในสภาในครั้งนี้ ขอบคุณครับ