เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ขัดขวางการกระจายอำนาจ และผลักดันการปฏิรูปบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหาการจัดสอบเลื่อนตำแหน่งที่ล่าช้า ส่งผลให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเสียโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ และตั้งข้อสังเกตถึงความไม่คุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ในระบบสอบใหม่ ขณะเดียวกันได้เสนอให้คืนอำนาจการบริหารงานบุคคล เช่น การสอบคัดเลือกและบริหารตำแหน่ง ให้กับคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความยุติธรรม และลดอิทธิพลอุปถัมภ์ โดยให้การสนับสนุนร่างกฎหมายในวาระแรก พร้อมเสนอข้อสังเกตสำหรับการพิจารณาในวาระถัดไป
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยผมขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับระเบียบบริหารราชการบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นำเสนอโดยท่านพัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย แล้วก็เพื่อนสมาชิก ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ บรรดาผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานของท้องถิ่นกำลังจับตาดูแล้วก็รอคอยว่าท่านประธาน จะบรรจุเข้าสู่วาระเมื่อไร ก็ต้องขอขอบคุณทางท่านประธานสภาที่กรุณาบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ วาระ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกนำเสนอทุกร่างตรงกัน ก็คือ ว่าต้องการที่จะยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ ต้องยกเลิกฉบับนี้ก่อนครับ ผมกราบเรียนว่านี่คือผลไม้พิษที่เกิดจากการยึดอำนาจ การปกครอง เป็นหนึ่งในผลไม้พิษ แล้วก็เป็นมรดกบาปที่รัฐบาล คสช. ได้ทิ้งไว้ แล้วทิ้งไว้เป็น อุปสรรคต่อการกระจายอำนาจการปกครองของประเทศไทย ต้องรื้อออกไปก่อน เป็นหนึ่งใน ผลไม้พิษเพราะยังมีหัวใจสำคัญของมรดกที่ คสช. ทิ้งไว้อยู่ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก็คือรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ที่จะต้องรื้อออกเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่าน รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ เรื่อง การปกครองท้องถิ่น มาตรา ๒๕๒ บอกว่า สมาชิกสภาท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการเห็นชอบของ สภาท้องถิ่น หรือในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะมาด้วยวิธีอื่นใดก็ได้ ขีดเส้นใต้เลยครับ จะมาด้วยวิธีอื่นใดก็ได้ นี่คือ DNA แล้วก็แนวคิดของการยึดอำนาจครับ เพราะไม่ไว้วางใจประชาชน ยังเผื่อไว้ที่จะมีโอกาสในการแต่งตั้งเอาใครไปนั่งเป็นผู้บริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้อีก ผมจึงบอกว่าอันนี้ล่ะครับ ถ้าถึงเวลาที่จะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ขอเตือนความจำทุกท่านเลยว่าเราจะต้องรื้อกฎหมายข้อนี้ด้วย ท่านประธานครับ ฉันใดก็ฉันนั้น การยึดอำนาจการปกครองกับการยึดอำนาจการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นที่ คสช. ใช้คำสั่งที่ ๘/๒๕๖๐ ยึดเอามาจากคณะกรรมการระดับจังหวัดมา อยู่ที่ส่วนกลาง ตอนนั้นเขาใช้คำว่า เป็นเรื่องของการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๐ ใช้คำว่า ปฏิรูป มาเป็นข้ออ้าง แล้วก็ยึดอำนาจเข้ามา ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ ข้อเสนอในการที่จะเอาอำนาจมาจัดการในการบริหารงานบุคคลไว้ ที่ส่วนกลางมาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นกรมที่ควรจะเป็นหลักในการ ส่งเสริมการกระจายอำนาจ กลับเป็นการเสนอให้มีการยึดเอาอำนาจการบริหารงานบุคคลมาไว้ ที่ส่วนกลางเสียเอง แล้วเป็นอย่างไรครับ ผลที่เกิดขึ้นส่งผลเสียมากมายต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ต่อพี่น้องข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายข้อครับ
ประการแรกเลยครับ ทำให้พนักงานหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นสูญเสีย โอกาสครั้งสำคัญของชีวิต บางคนควรจะได้เป็นปลัดเทศบาล ปลัด อบจ. ไปแล้ว ปรากฏว่า ไม่สามารถจัดสอบได้ในระยะเวลา ๑ ปีเศษที่ผ่านมา บางคนก็ใกล้จะเกษียณแล้วก็พลาด โอกาสนี้ไป เสียโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตไป
ประการต่อมาครับ ภาครัฐเองต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการจัดการสอบ ซึ่งจะมีผู้มาสอบเป็นหมื่นคน ใช้งบประมาณไม่น้อย ต่างจากรูปแบบเดิม แล้วเดี๋ยวผมจะ บอกว่ารูปแบบเดิมดีกว่าแบบไหน
ประการต่อมาครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา มีอัตราว่างแล้วไม่มีผู้ไปครองตำแหน่ง หมายความว่าจะไม่มีผู้บริหารที่จะมาทำหน้าที่ในการ บริการสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชนหลายตำแหน่ง บางครั้งมีการสอบ คนที่สอบได้ ภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสานต้องไปรับราชการอยู่ที่ ภาคใต้ บางคนอยู่จังหวัดเลยบ้านผมไปรับราชการอยู่ภาคกลางจังหวัดอ่างทอง ทิ้งครอบครัว ไปกว่าจะกลับบ้านได้ ๑ เดือนครั้งหนึ่ง นี่คือผลเสียของการจัดการสอบที่ส่วนกลาง ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะขอสนับสนุนให้มีการคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลส่วน ท้องถิ่นกลับไปไว้ที่จังหวัด กลับไปไว้ที่คณะกรรมการระดับจังหวัด ถ้าเป็น อบจ. เขาเรียกว่า คณะกรรมการ อบจ. หรือเรียกว่า ก. อบจ. ถ้าเป็นเทศบาล เขาเรียกว่าคณะกรรมการเทศบาล หรือ ก. เทศบาล ถ้าเป็น อบต. เขาเรียกว่าคณะกรรมการ อบต. หรือ ก.อบต. ให้เขาจะ ดำเนินการสอบคัดเลือกเพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งสายบริหาร หรือเลื่อนระดับของพนักงานทั่วไป ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เอง ผมสนับสนุนเลยครับ เพราะที่ผ่านมาเขาใช้ระบบนี้ พอมีตำแหน่งว่างแจ้งตำแหน่งเข้าไปที่ ก. จังหวัด ก. จังหวัดก็ประกาศสอบใช้เวลาสอบ แล้วก็บรรจุเข้าสู่ตำแหน่งใช้เวลาไม่เกิน ๒ ปีเสร็จเรียบร้อย เพราะฉะนั้นถ้าดำเนินการแบบนี้ ก็จะเกิดประสิทธิภาพ ผมมีข้อสังเกตสักเล็กน้อยเพื่อประกอบในชั้นของคณะกรรมาธิการ ในวาระที่ ๒ เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก็คือว่า ต้องเปิดโอกาส ให้คนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ เขาได้รับโอกาสในการสอบและก็ได้รับการพิจารณา คัดเลือกครับ อย่าให้มีระบบอุปถัมภ์ และที่สำคัญต้องพิจารณาเรื่องของข้อสอบ กระบวนการ วิธีการสอบ เกณฑ์ในการให้คะแนนให้ดีต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับ ผู้ที่เข้าสอบแข่งขันแล้วก็เข้าสู่ตำแหน่ง ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลมีความไว้วางใจพี่น้องประชาชน ไว้วางใจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เขาดำเนินการกันเอง จัดการกันเองไว้วางใจประชาชน ผมเชื่อว่าถ้าทำแบบนี้จะเกิดประสิทธิภาพและเกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประชาชนครับ ขอสนับสนุนแล้วก็รับรองกับวาระที่ ๑ ณ ตอนนี้ด้วยครับขอบคุณครับ