ฐิติกันต์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ปัญหาจัดสอบท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล หารือปัญหาการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้คำสั่ง คสช. ที่ 8/2560 ซึ่งก่อให้เกิดความไม่โปร่งใส ขัดหลักการกระจายอำนาจ และเรียกร้องให้คืนอำนาจการบริหารบุคคลแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากคำสั่งของ หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้น เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็นอุปสรรคในการ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและขัดกับหลักการกระจายอำนาจขององค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่นอย่างมาก ประกอบกับการที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งนี้ในการจัดสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเข้ารับ ราชการและสอบคัดเลือกข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นสายงานบริหารเพื่อบรรจุ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา รวม ๓ ครั้ง ได้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายในทางปฏิบัติ จนนำไปสู่การฟ้องศาลปกครองในปัจจุบัน กว่า ๕๐๐ คดี ท่านประธานครับ การจัดสอบ ๒ ปีต่อครั้งนั้น ทำให้ไม่ทันต่อสถานการณ์ของตำแหน่ง ที่ว่างลงในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ อบต. มีจำนวน ๕,๓๐๓ แห่ง เทศบาลตำบล มีจำนวน ๒,๒๔๗ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙๔ แห่ง เทศบาลนคร ๓๐ แห่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด อีก ๗๖ แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานครหรือพัทยา อีก ๒ แห่ง ด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้และบริบทที่ต่างกัน ดังนั้น การจัดสอบที่ส่วนกลางจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหาร การบริการประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา คนน้อยกว่างาน บางคนตำแหน่งจริงเป็นรองปลัด อบต. แต่ต้องควบตำแหน่งรักษาการปลัด อบต. ที่ต้องควบอีกตำแหน่งหนึ่ง คือรักษาการนายก อบต. จะเห็นได้ว่าในพื้นที่นั้น ๆ การบริการประชาชนจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเป็นหัวหน้า คสช. นี้รวยเละแล้วนะครับ รับเงินเดือนหลายทาง แต่นี่ได้แค่เดือนปกติด้วยภาระงาน และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็ต้องบริหารจัดการงานกันต่อไป ท่านประธานครับ หากท่านประธานต้องบริหารองค์กร ท่านประธานก็ต้องจัดการจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง กล่าวคือกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เป็นผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่าง ๆ นะครับ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ มีผู้บริหารสูงสุดคือนายกที่มาจากการ เลือกตั้งในแต่ละตำบลในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ กระทรวงมหาดไทยทำได้ เพียงแค่กำกับดูแล ไม่ได้มีอำนาจบริหารนะครับ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพคือคนละนิติบุคคลกัน ดังนั้นหลักการคือแต่ละนิติบุคคลต้องอิสระ สามารถบริหารจัดการองค์กรได้เอง และที่สำคัญ ต้องตรวจสอบได้ ด้วย คำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้น ความวรรคแรกกล่าวว่า โดยที่ในปัจจุบัน ปัญหาการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการสอบแข่งขัน การเลื่อนตำแหน่ง การโอน และการย้าย รวมถึงมีการเรียกรับผลประโยชน์ ท่านประธานครับ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าหลังจากที่ คำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้น จะไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ๕๐๐ กว่าคดี คือเครื่องพิสูจน์ครับ ใช่ครับ ข้อหาประเภทนี้จะเกิดขึ้นทันทีหากไม่มีความโปร่งใสในการ จัดการแข่งขันใด ๆ การสอบใด ๆ ดังนั้นหลักการที่ดีที่สุดคือต้องให้กระบวนการโปร่งใส และใกล้ชิด ต้องมีคณะกรรมการที่มาจากสัดส่วนต่าง ๆ ต้องให้สถาบันการศึกษาเป็นคน ดำเนินการสอบแข่งขันด้วยข้อสอบที่เป็นมาตรฐานทั้งประเทศ ออกโดยคณาจารย์ จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต้องสามารถตรวจสอบคะแนนได้ว่าคนที่ได้ที่ ๑ มีการตอบคำถาม อย่างไร เพื่อความโปร่งใสเป็นแนวทางให้กับผู้ที่ทำงานได้ไม่ดี เพื่อปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ในการสอบใหม่ในอนาคต หรือมีการรับสมัครแบบ Online เป็นต้น การจัดสอบในจังหวัด ทำให้มีความคล่องตัวในการจัดสอบ เมื่อตำแหน่งว่างลงและหากจังหวัดใด ๆ ที่มีตำแหน่ง ว่างแต่ไม่มากพอที่จะมีการจัดสอบ ก็ให้สามารถขอใช้บัญชีผู้สอบได้จาก อบจ. จังหวัดอื่น ๆ ก็ทำมาบรรจุเป็นข้าราชการของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ โดยถามความสมัครใจว่าต้องการจะได้ ตำแหน่งที่สมัครสอบแต่อยู่คนละจังหวัดหรือไม่ นอกจากนี้ที่กล่าวมาข้างต้นก็ยังส่งผลให้เกิด ความขัดแย้ง จากการที่สอบส่วนกลางก็ส่งผลในหลาย ๆ พื้นที่เช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการ กลั่นแกล้งกัน การไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน หรือถึงขนาดใช้ความรุนแรงตามที่เป็นข่าว อย่างต่อเนื่องและยังไม่มีทางออก นอกจากเรื่องการบริหารงานส่วนบุคคลของท้องถิ่นแล้ว ขอเพิ่มเติมสั้น ๆ ครับ ว่าอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนและส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้ปรับ อัตราเงินเดือนมาเกือบ ๑๐ กว่าปีแล้วครับ สรุปง่าย ๆ ครับว่าคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นั้น ทำให้การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ราบรื่น จึงสมควรที่จะคืน อำนาจการบริหารงานบุคคลกลับไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามหลักการ ปกครองท้องถิ่นเช่นเดิม จากเหตุผลที่กล่าวมา ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ ดังกล่าว ขอบคุณครับ