เชตวัน ชี้รัฐประหารทำลายการกระจายอำนาจ ยันยกเลิก คสช. 8/60

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

เชตวัน เตือประโคน อภิปรายร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 8/2560 โดยวิพากษ์การรวมศูนย์อำนาจที่ทำลายการกระจายอำนาจและเรียกร้องคืนความเป็นอิสระให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส.พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ผมขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ขอเป็นปากเสียง ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานี ทั้ง ๖๕ แห่ง และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศทั้งเกือบ ๘,๐๐๐ แห่ง ท่านประธานครับ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเป็น ๑ ในสิ่งที่ยืนยันกับเรา ครับว่า การรัฐประหารไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา ตรงกันข้ามครับ กลับเป็นสิ่งที่ยิ่งสร้าง ทำลายหลักการกระจายอำนาจที่พวกเราอยากเห็น ที่พวกเราอยากให้เกิดขึ้นในแบบที่ ประเทศที่เจริญแล้วเขาเป็นอยู่ การกระจายอำนาจคือรากฐานประชาธิปไตยท้องถิ่นครับ ประชาชนสามารถเลือกผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตัวเองได้ สามารถเลือกสภา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตัวเองได้ มีการถ่ายโอนการบริหารงบประมาณจากรัฐบาล กลางมาสู่ท้องถิ่น เป็น Local Government หรือรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งทำให้ประชาธิปไตย ในท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้นครับ นี่คือประเด็นสำคัญ โครงสร้างรัฐไทยครับท่านประธาน แต่ไหน แต่ไรมา รวมศูนย์แบบแนวดิ่งจากบนลงล่าง บริหารกันแบบนี้นะครับ จากบนลงล่างก็ได้ ค่อย ๆ เปลี่ยนไป และกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีครับ ถ้าไม่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเป็นแค่การระงับพัฒนาการการกระจายอำนาจ แผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจแค่ชะงักเท่านั้น แต่รัฐประหาร วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดย คสช. ไม่ใช่แค่ระงับยับยั้ง หากแต่เป็นการทำลายประชาธิปไตยท้องถิ่นทุกระดับ เพราะมีการรวบ อำนาจทางการเมืองกลับไปสู่ส่วนกลาง คือรัฐราชการรวมศูนย์แบบในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรืออย่างในงานศึกษาพลวัตรการกระจายอำนาจในประเทศไทยเล่มนี้ ใช้คำว่า อำมาตยาธิปไตยรอบใหม่ ระบอบ คสช. หรือระบอบประยุทธ์ หรือจะเรียกระบอบอะไร ก็ตามแต่มีหัวใจสำคัญเรื่องหนึ่ง คือการรวบอำนาจ เป็นระบอบรวบอำนาจครับท่านประธาน ชัดเจนในคำแล้วว่า รวบอำนาจ ตรงกันข้ามกับกระจายอำนาจ แล้วก็เป็นสิ่งที่ขัดกับหลัก ความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ความเป็นอิสระของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมายถึงอะไร ผมมาพลิกดูในเล่มนี้ของอาจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ เรื่อง ท้องถิ่นอิสระ ก็บอกว่า ความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายถึง การให้ความสำคัญและการรับรองอำนาจตัดสินใจของประชาชนผ่านกลไกการเมือง การปกครองท้องถิ่น มาตรการทางกฎหมาย และกลไกเชิงสถาบันที่จะสนับสนุนให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบในการจัดบริการสาธารณะได้อย่างมี ประสิทธิภาพประสิทธิผล และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน Highlight ตรงนี้ ครับท่านประธาน โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำหนดวิธีการบริหารจัดการ การจัดโครงสร้างองค์กร วิธีการได้มาซึ่งทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรการเงินการคลัง วิธีนำมาใช้และสามารถควบคุมผลสำเร็จจากการปฏิบัติงานได้ด้วยตนเอง โดยที่รัฐให้ การสนับสนุนและกำกับดูแลท้องถิ่นเท่าที่จำเป็น ย้ำนะครับเท่าที่จำเป็น และเป็นการกำกับดูแล ไม่ใช่สั่งการอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ประเภทหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด จากนายอำเภอถึงผู้บริหารท้องถิ่นนั้น คำว่า ขอความร่วมมือนี้ต้องยกเลิกได้แล้วครับ เพราะนั่นมันแค่เป็นข้ออ้าง สุดท้ายจริง ๆ แล้วมันคือการสั่งการ ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร ก็ตามแต่ ตราบใดที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอยังมีอำนาจในการให้คุณให้โทษกับ ผู้บริหารท้องถิ่นได้ ท่านประธานครับ พอเรามาดูคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เราก็จะ พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้มีอำนาจในการจัดสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่น หรือบุคลากรท้องถิ่นได้ด้วยตนเอง อำนาจที่เคยมีตาม พ.ร.บ. บริหารงานบุคคลท้องถิ่น ปี ๒๕๔๒ คือแม้จะเป็นในระดับจังหวัด แต่ก็ยังดีกว่าที่เป็นอยู่ กลับถูกรวบเอาไปไว้ส่วนกลาง โดยอ้างตามคำปรารภอย่างสวยหรูในคำสั่งนี้ว่า เนื่องจากการสอบแข่งขัน เลื่อน โอน ย้าย ข้าราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น มีการใช้ระบบอุปถัมภ์ มีการเรียกรับผลประโยชน์ และต่อมาก็มีการตั้งคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ขึ้น อ้างคำใหญ่คำโตอีกเช่นกันว่า เพื่อให้การสอบแข่งขันเป็นไปตามระบบคุณธรรม คุณธรรมใน ความหมายนี้แท้จริงแล้ว คือเขาไม่ไว้ใจท้องถิ่นครับ คือท้องถิ่นพวกคุณไม่ต้องทำแล้ว พวกคุณนักการเมืองท้องถิ่น นักเลือกตั้ง เป็นคนที่ไม่มีคุณธรรมต้องเอามาไว้ที่ส่วนกลาง เอามาไว้ที่คนดีเป็นคนดำเนินการ นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ระบอบ คสช. ตีตราท้องถิ่น ให้ภาพ ท้องถิ่นอย่างเลวร้ายมาก ๆ ท่านประธานครับ ทีนี้ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นี้ สุดท้ายเมื่อให้ส่วนกลางจัดสอบผลเป็นอย่างไรครับ หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว การเอา มากองรวมสอบที่เดียวทั้งประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นและมีคดีความเยอะแยะวุ่นวายนั้น ก็ปรากฏว่า ๑. การตรวจข้อสอบที่ไม่เป็นมาตรฐาน ๒. ข้อกล่าวหาที่บอกว่าจะมีการใช้เงินเพื่อกันทุจริต ในการจัดสอบแข่งขันก็ยังคงดำรงอยู่ และ ๓. สถาบันที่จัดสอบก็ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องของ ระเบียบบริหารท้องถิ่น เรื่องการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นอะไรเลยครับ การออกข้อสอบมา ก็จึงเป็นหลักการที่กว้างมาก ๆ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นต้องมีความผูกพัน กับท้องถิ่นที่ตัวเองทำงานอยู่ ไม่ใช่ว่าให้ส่วนกลางมาจัดสอบแล้วได้ไปบรรจุยังที่อื่นไกลบ้าน ไปอยู่ในพื้นที่ ในประเพณีวัฒนธรรมที่พวกเขาไม่รู้จักไม่คุ้นเคย ทำงานไปก็หาแต่โอกาส โอนกลับไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบ้านของตัวเองไป อย่างนี้ไม่เป็นประโยชน์เลยครับ เสียหายกันทุกฝ่าย ประเทศชาติเสียหายครับ ประชาธิปไตยท้องถิ่นถูกทำลาย ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข ท่านประธานครับ ประเทศไทย ต้องได้รับการกระจายอำนาจอย่างเต็มสูบ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วนะครับ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ที่ผมอยากให้เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะนั้นไม่ต้องระดับ อบจ. หรอกครับ ระดับเทศบาล บางทีก็จะสามารถบริหารพื้นที่ ๖๒๕ ไร่ตรงนี้ได้ ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยจะให้มีการยกเลิก ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ นี้ครับ ขอบคุณครับ