ประเสริฐ บุญเรือง หารือปัญหาการรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูญเสียความเป็นอิสระ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและการจัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัว เรียกร้องให้คืนอำนาจการบริหารจัดการบุคลากรและงบประมาณแก่ท้องถิ่นอย่างแท้จริงตามหลักการกระจายอำนาจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ด้วยความผูกพันและดีใจแทนพี่น้องชาวท้องถิ่น เพราะผมเดิมเริ่มชีวิต การเมืองมาจากท้องถิ่น ในสมัยปี ๒๕๔๐ สมัยพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้กระจายอำนาจ เข้าไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตอนนั้นในปี ๒๕๔๐ ถือว่าเป็นการกระจายอำนาจ ครั้งแรกและจะถือว่าให้กำนัน ซึ่งผมเป็นกำนันในพื้นที่ดูแล ถือว่าสวมหมวก ๒ ใบ เป็นประธานคณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ตรงนั้น แต่ว่าวันนี้ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น และได้มาพิจารณาเรื่องระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่นนี้ ปัญหา มันเกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหารมันเกิดขึ้น เพราะว่าสมัยก่อนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะดำเนินการบริหารจัดการสอบเพื่อหาบุคลากรเข้ามาสู่องค์กร ของตนเองได้ การปกครองในรูปแบบของท้องถิ่นนี้ถือว่ามีความสำคัญ ซึ่งเป็นกลไก การกระจายอำนาจ กระจายทรัพยากรจากส่วนกลางเข้าไปสู่ชนบท เพื่อให้มีอำนาจในการ บริหารการจัดการตนเอง คือหัวใจสำคัญเงิน งาน อำนาจ จากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น นั่นคือ หลักการในเบื้องต้น จริง ๆ แล้วครับท่านประธานที่เคารพ ในความเป็นจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น ที่เรามองเรื่องของท้องถิ่น เรื่องการกระจายอำนาจ งานเอาให้ เงินไม่ให้ อำนาจบางส่วนถือไว้ ในส่วนกลาง หลักการของการกระจายอำนาจแท้จริงก็คือให้องค์กรที่เป็น อปท. ต่าง ๆ มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง มีศักดิ์ศรี มีจิตวิญญาณ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ปัญหามันเกิดขึ้นถึงมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่าคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ สาระสำคัญก็คือการรวบอำนาจการบริหารงานบุคคลเอา มาไว้ที่ส่วนกลาง ทั้ง ๓ ประเภท อบจ. องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เอามาดำเนินการ แทนเขา เรื่องการบริหารจัดการกำหนดตำแหน่งขึ้นมา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
มาบริหารโดยตั้งคณะกรรมการ คือ กสถ. เป็นคณะกรรมการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น แทนเขาทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วในแต่ละจังหวัดก็สามารถที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว สามารถดำเนินการเอง อาจจะมีเรื่อง ไม่ชอบมาพากลก็สามารถที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ในจังหวัดนั้นได้ รู้ความเป็นไปเป็นมานั้นได้ แต่ปัจจุบันที่สอบผ่านไปในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ กสถ. ได้ทำการจัดสอบบรรจุ แข่งขันที่ผ่านมา มีทั้งข่าวทุจริตการร้องเรียนเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการสอบครั้งนั้น อย่างมาก จนทำให้ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบว่ามีการเรียกรับในพื้นที่ทุกพื้นที่ที่ออกไปบรรจุ ไปบรรจุแล้วยังไปโดนสอบเรื่องบอกว่ามีข่าวการเรียกรับ ไม่ได้กำหนดตำแหน่ง แต่ว่าสอบข้อเขียนผ่านเข้าไปยังไม่กำหนดกรอบว่าจะไปอยู่ที่ไหน เอามา ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือถ้าเป็นลักษณะบอกว่ามีทั้งกำหนดตำแหน่งไว้ด้วยใน อปท. ต่าง ๆ นั้นเอาไป ๗๐๐,๐๐๐ บาท เรื่องอย่างนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น นี่คือปัญหาที่ส่วนกลาง จนบางครั้งเขาถือว่าเป็นกบกระโดดก็มี เพราะว่าไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ เรียกไปบรรจุแล้ว อย่างที่ท่านสมาชิกบางท่านได้บอก ไปบรรจุแล้วแต่ว่าคุณสมบัติไม่ผ่าน เรื่องอย่างนี้ มันไม่น่าจะเกิดขึ้นนะครับ มีข่าวหนาหูที่ว่า ก. กลางจัดสอบ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ตำแหน่งที่ขาด อยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง ก. กลางก็ยังไม่กล้าที่จะจัดสอบ โยนไปให้จังหวัด ก. จังหวัดต่าง ๆ ก็ไม่กล้าที่จะจัดสอบ เพราะอะไร เพราะว่ากลัวปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันพันกัน อยู่ ๖,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง ทำให้ขาดศักยภาพในการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกิดขึ้น สอบส่วนกลางปัญหาที่ตามมาก็คือ สมมุติว่าคนอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่ผม ไปบรรจุอยู่จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ผม เอาไปบรรจุอยู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็มี เงินเดือนเท่าไร Start ขึ้นมา ๑๕,๐๐๐ บาท Start ขึ้นมา ๑๘,๐๐๐ บาท จบปริญญาตรี ค่าใช้จ่ายมันเพิ่มขึ้น ปัญหาสังคมทั้งครอบครัว แล้วปัญหาที่มันขาดก็คือปัญหาวุฒิภาวะ การเดินทางแล้วทำให้บางคนท้อแท้ใจ ท้อแท้ใจเพราะอะไร เพราะว่าการกำหนดตำแหน่ง ต่าง ๆ ของ อปท. นั้นการโยกย้ายมันมีปัญหามากที่สุด มีปัญหามากจริง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น หลายเรื่องที่ส่วนกลางนำมาแล้วทำให้ท้องถิ่นมันมีปัญหา กระจายอำนาจไม่มีความจริงใจ กระจายอำนาจเพื่อกระจายให้เขามารองรับ แต่ว่าเงินยังถือไว้ ยังมีส่วนถือไว้ เช่น ในปัจจุบันนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จริง ๆ แล้วถ้าเป็นหลักการการบริหารงานจริง ๆ แล้วเขา กระจายเงินออกไป ท่านประธานครับ มันต้องเอาไปเฉลี่ยกันทั่วประเทศ อปท. ทั่วประเทศ ต้องบริหารจัดการเม็ดเงินของตนเอง ไม่ใช่มากระจุกอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น แล้วเขาก็จัดให้ จัดให้ จัดให้ ที่เรียกกันว่างบประมาณนะครับ หรืองบประมาณ ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดให้ เรื่องอย่างนี้ต้องแก้ไข หลายเรื่องหลายประเด็น ที่ปัญหามันเกิดขึ้นในยุคของ คสช. ไปกำหนดระเบียบวาระของผู้บริหารท้องถิ่นไว้ ๒ ปี ๒ สมัย อย่างนี้ ๘ ปีอย่างนี้ เขาก็ยังตั้งคำถามบอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปแล้ว ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านการเลือกตั้งทำไมไม่ออกระเบียบ ทำไมไม่ออก ระเบียบ บอกว่าอยู่ ๒ สมัย ๓ สมัย เหมือนที่ทำกับเขา เรื่องอย่างนี้ก็ต้องแก้ไข ก็เลยบอกว่า วันนี้ดีใจแทนท้องถิ่นที่หลายท่านได้มองเห็นความสำคัญ เพราะว่าทุก ๆ ท่านมา ไม่ว่า ท่านพัฒนา สัพโส ไม่ว่าท่านชัยชนะ เดชเดโช ท่านวรภพ ที่อยู่ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้อง ต้องกันว่าต้องเดินขับเคลื่อนเข้าไปให้การแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นที่มันหมักหมมอยู่ใน ปัจจุบันนี้ให้ได้รับการแก้ไข ผมเห็นชอบด้วยนะครับ ชั้นคณะกรรมาธิการอีกส่วนหนึ่งก็คงจะ ไปพิจารณาแก้ไข ฝากในประเด็นอื่น ๆ ไปด้วยในกรณีที่ทั้งระเบียบวาระกำหนดอายุของ ฝ่ายบริหาร ด้วยความเคารพครับท่านประธาน