ธีระชัย สนับสนุนร่าง พรบ.ถ่ายโอนอำนาจท้องถิ่น เสริมประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น โดยวิพากษ์การรัฐประหารปี 2557 ที่ส่งผลให้การกระจายอำนาจถูกย้อนกลับ ท้องถิ่นสูญเสียความเป็นประชาธิปไตยจากการแทรกแซงของ คสช. ผ่านประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่จำกัดอำนาจการบริหารบุคคล และทำให้ข้าราชการท้องถิ่นอยู่ภายใต้การควบคุมส่วนกลาง ซึ่งขัดกับหลักการปกครองตนเองและก่อให้เกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย.

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะอภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ที่เสนอโดยท่านพัฒนา สัพโส พรรคเพื่อไทย และครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ตลอดจนเพื่อนสมาชิก อีก ๒ ท่าน รวมเป็น ๔ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะย้อนไปถึงประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เราบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดในขณะนั้น สาเหตุหนึ่งก็เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจไปสู่พี่น้อง ประชาชน โดยกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น มี อบต. ผันจาก อบต. เป็นเทศบาล เป็นอะไรเยอะแยะ มีการเลือกตั้งจาก อบจ. ผมเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นมาเก่า แต่เป็น รุ่นหลังสุดก่อนที่จะเริ่มต้น เพราะฉะนั้นก็พอที่จะรู้เรื่องนี้พอสมควรในการกระจาย คือการกระจายอำนาจมันแบ่งครึ่ง ๆ กลาง ๆ ท่านประธานครับ มีการเลือกตั้งผู้บริหาร และสมาชิกสภาท้องถิ่น มีการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นเพื่อดูแลบริการพี่น้องประชาชน ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยสู่ท้องถิ่นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ต่อเนื่องมาจนถึงเกือบ ๑๐ ปี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ความเป็นประชาธิปไตยในภาพรวมของประเทศได้พัฒนา มาด้วยดีตลอด แต่ก็สะดุดหยุดลงเพราะมีเรื่องฉุดรั้งความเจริญของระบอบประชาธิปไตย คือมีการรัฐประหารท่านทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี ๒๕๔๙ ทั้งการยึดอำนาจการปกครอง จากรัฐบาล ทั้งมีการยุบพรรคการเมืองที่มาจากความเชื่อใจของพี่น้องประชาชน ทั้งมีการตั้ง องค์กรขั้วปฏิปักษ์มาดำเนินคดีอุ้มเรียกตัวไปปรับทัศนคติ พวกเรานักการเมืองระดับชาติ มากมายก็โดนพอสมควรในขณะนั้น แต่รัฐประหารในครั้งนั้นยังไม่ได้ทำลายระบอบ ประชาธิปไตยของท้องถิ่นมากเท่ากับการยึดอำนาจ เมื่อปี ๒๕๕๗ ก็คือ คสช. นั่นละครับ มันไม่ได้เอ่ยไม่ได้ครับ คสช. เพราะฉะนั้นรัฐประหารยึดอำนาจก็เริ่มใช้วิธีการทำลายระบอบ ประชาธิปไตยท้องถิ่นมาเรื่อย ๆ ถ้าท่านจำได้ท่านจะเห็นมีประกาศ คสช. มากมาย ทั้งแผน นายกรัฐมนตรี ทั้งแผนผู้บริหารสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่สอบสวนต่าง ๆ นานา เป็นร้อย ๆ คน ทั่วประเทศหลาย ๆ ท้องที่ โดยให้ปลัดเทศบาล ปลัด อบจ. ปลัด อบต. รักษาการ ท่านประธานครับ ก็เสมือนว่าเป็นรัฐราชการ ท่านประธานเชื่อไหมว่าราชการเหล่านั้น ที่รักษาการนายก รักษาการโกงไม่เป็นครับ ผมไม่เชื่อว่าโกงไม่เป็นแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้ว มาตรการของ คสช. ที่ออกมาควบคุมท้องถิ่นในช่วงครองอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งห้ามจากหัวหน้า คสช. ซึ่งรวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐ ฉบับ รวมเยอะแยะไปหมด ซึ่งผมไม่สามารถจะบรรยายที่นี่ได้ คือประกาศของ คสช. โดยพระราชบัญญัติก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่จนทุกวันนี้ แล้วยังมีการแทรกแซงการบริหารงาน ส่วนบุคคล ดึงเอางานบริหารส่วนบุคคลเข้ามาส่วนกลาง ทั้งมีอำนาจในการจัดการ สอบแข่งขัน บรรจุแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการ พนักงานท้องถิ่น รวมทั้งอำนาจใน กระบวนการเลือก การคัดเลือกตำแหน่งประเภทอำนวยการท้องถิ่น ประเภทบริหารท้องถิ่น สายงานบริหารสถานศึกษา และอำนาจพิจารณาในการโอนไปสังกัดกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ยิ่งยึดเข้าไปอีกครับ ท่านประธานครับ พวกอำนาจที่ถูกแทรกแซงพวกนี้เท่ากับการยกเว้นพระราชบัญญัติระเบียบ การบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น เมื่อปี ๒๕๔๒ โดย คสช. อ้างว่าเป็นไปตามระบบคุณธรรม ในการแก้ไขกฎหมาย ในการเปลี่ยนเพื่อที่จะแยกแยะไม่ให้เป็นระบบอุปถัมภ์ เรียกรับ ผลประโยชน์ อ้างเป็นการลดความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น และกลุ่มผู้นำชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกลับนึกถึงเหตุผลข้ออ้าง พวกนี้ว่ามันได้ผลจริง ๆ หรือเปล่าที่จะเอาไปเป็นรัฐราชการ ทุกวันนี้ระบบอุปถัมภ์เรียกรับ ผลประโยชน์ หมดไปจากสังคมไทยหรือไม่ มันหมดหรือยังครับ มันก็ยังไม่หมด และความ ขัดแย้งท้องถิ่นหมดไปหรือไม่ มันก็ยังไม่หมดตามที่ท่านใช้วิธีการนี้ไปหมดจริงหรือไม่ ท่านครับ เวลาสอบส่วนกลางนี้เมื่อก่อนก็กล่าวหา ซีละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท พอมาส่วนกลาง ซีละ ๗๐๐,๐๐๐ บาทครับ อันไหนมันเลวกว่ากันครับประธาน ขออนุญาตถอนคำพูดก็ได้ครับ คำว่า เลว ครับ เหลือเพียงว่าท่านต้องการทำลายความคิดเห็นต่างจากท่าน หรือต้องการบีบ ให้คนที่เห็นต่างความต้องการ ประชาธิปไตยยอมศิโรราบหรือครับ นายก อบจ. หลายท่าน เจอเรียกเข้าไปปรับทัศนคติ ทั้งฝ่ายการเมือง ทั้งฝ่ายประจำ ร้องทุกข์ร้องเรียนผมมาตลอด เลยครับ มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องมาตลอด เพราะเห็นว่าเรื่องการรวบอำนาจ การบริหารงานบุคคลท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งการกระจายอำนาจทำให้การบริหารงานบุคคล ของท้องถิ่นไม่ราบรื่น บางคนตั้งใจทำงานกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ก็ไม่สามารถเข้าสู่ ตำแหน่งได้ เส้นไม่มีครับ นี่ก็คือปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้ผ่านมาพิจารณา แล้วทีนี้มันก็จะมี อีกหลายเรื่องที่การกระจายอำนาจมันถูกบั่นทอนไป การสอบแข่งขันคัดเลือกข้าราชการ พนักงานท้องถิ่น สายงานบริหารเพื่อบรรจุแต่งตั้งดำรงตำแหน่งให้สูงขึ้นภายในกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น มีการฟ้องร้องคดีเท่าที่ดู เท่าที่ Check ดู ๕๐๐ กว่าคดีที่คดีอยู่ที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ณ เวลานี้ เนื่องจากมีข้อบกพร่อง ไม่โปร่งใส จนเป็นข้อ ครหานินทา อาจจะมีการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ผมเชื่อว่าเรียกจริงครับ ปัญหาการขาด แคลนบุคลากรท้องถิ่นที่มีกำลังไม่เพียงพอในการดูแลพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสนอโดยท่านพัฒนา สัพโส และเพื่อนสมาชิก ร่างขึ้นมาเพื่อแก้ไข ให้คณะกรรมการข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการขององค์การบริหาร มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการบริหารในการปกครองของเขาเอง ทั้งการจัดการ ในการสอบแข่งขันและคัดเลือกข้าราชการพนักงานของเขา เขาคัดเลือกเขาควรจะได้ มีการปกครองของเขาได้เองครับ โดยเราเขียนได้ใน (๖) ท่านประธานครับ ร่างฉบับนี้ได้เพิ่ม ว่า ให้คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นสามารถจัด และดำเนินการจัดสอบแข่งขัน สอบคัดเลือกและเลือกข้าราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ แล้วยังให้ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่งมีโอกาสได้ไปปฏิบัติหน้าที่ใน องค์การบริหารส่วนจังหวัดของแต่ละแห่ง ซึ่งเป็นผลดีต่อในการโยกย้ายอะไรต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นในการปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ระหว่างข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและแก้ไข ปัญหาโอนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่อ องค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เป็นไปตามหลักและความสมัครใจ ดังนั้นกระผมจึงขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการที่จะออกมาเป็น พระราชบัญญัติ แล้วก็ยกเลิกสิ่งที่มันไม่ดีออกไปเสีย ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน