ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือร่างแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นมีอำนาจจัดสอบแข่งขันเอง และสามารถโอนข้าราชการระหว่างองค์กรท้องถิ่นได้ เพื่อคืนอำนาจการบริหารทรัพยากรบุคคลแก่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ลดการแทรกแซงจากส่วนกลางและป้องกันการทุจริต พร้อมผลักดันการกระจายอำนาจให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ร่วมกับ เพื่อนสมาชิก ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียดเพื่ออภิปรายเสริมผมขออนุญาตที่จะอ่าน หลักการและเหตุผลได้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้น ในการทำกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ หลักการที่ผมยื่นขึ้นมา ก็คือแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังต่อไปนี้
๑. กำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลมีอำนาจจัด และดำเนินการสอบแข่งขันคัดเลือกข้าราชการและพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบลได้เอง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓)
๒. กำหนดให้คณะกรรมการกลาง ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พิจารณา และมีมติให้ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดโอนไปสังกัดองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดอื่นได้ เพิ่มความเป็นวรรคสาม และวรรคสี่ ของมาตรา ๑๗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อแก้ไขปัญหาการรวมศูนย์อำนาจ การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการกลางข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการกลาง พนักงานส่วนตำบล และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ในการจัด และดำเนินการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก และคัดเลือกข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมาตรการและกลไกดังกล่าวขัดหลักการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งควรกำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลมีอำนาจ จัดและดำเนินการสอบแข่งขันก็เลือกบุคคลเข้าเป็นข้าราชการและพนักงานองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล พนักงานส่วนตำบลได้เอง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลน บุคลากรของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีความคล่องตัว รวดเร็ว และสอดคล้อง กับความต้องการและความจำเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ แต่ทั้งนี้ ยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานทั่วไปที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น – นอกจากนี้การโอนข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้ การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่และไม่สามารถดำเนินการโอนข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามหลักและความสมัครใจได้ ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการกลางพนักงาน ส่วนตำบลพิจารณาและให้มีมติให้ข้าราชการพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโอนไป สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือหลักการและเหตุผลที่ผมเสนอ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้เราพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจ แล้วการกระจายอำนาจก็เป็นนโยบายหนึ่ง ที่พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอกับพี่น้องประชาชนมา ไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจสู่ ส่วนท้องถิ่นก็ดี การกระจายอำนาจในเรื่องของการศึกษาก็ดี ถ้าท่านประธานจำได้หลังจากมี การปฏิวัติ คณะปฏิวัตินี้ผมเข้าใจได้ครับ วันนั้นมันเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ก็เอาอำนาจต่าง ๆ ที่ กระจายไปยังองค์กรต่าง ๆ เอากลับมาไว้ส่วนกลางหมด แม้กระทั่งเรื่องของครู ในสมัยที่แล้ว ผมอภิปรายเรื่องผู้แทนครู เรื่องที่มาของการสอบ การโอน การย้ายของครู จนเราแก้ กฎหมายประสบผลสำเร็จไปในระดับหนึ่ง ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นั้นยังเหลือ วันนี้พอมาดูเรื่องท้องถิ่น ซึ่งเมื่อสักครู่นี้หลายประเด็นที่คุณชัยชนะ เดชเดโช ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ซึ่งไม่เสียหาย ได้เล่าในฐานะที่ท่านเองก็เคยมาจากท้องถิ่นแล้วก็สัมผัส กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็แม่เองก็เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครศรีธรรมราช ผมเองนั้นไม่ได้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นหรือเป็นบุคลากรหรือเป็นนายก มาก่อน แต่ผู้แทนต่างจังหวัด ผู้แทนชนบทเราหนีไม่พ้นหรอกครับ ไม่ว่าจะเรื่องการปกครอง ไม่ว่าจะเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าทุกสารพัด เราแบกไว้ทุกเรื่อง เราแบกไว้ทุกโรคครับ แล้วก็ ได้เห็นว่าหลายเรื่องที่ส่วนกลางเอามาไว้ที่ส่วนกลางวันนั้นแทบจะว่าได้ล้มเหลว เช่น เรื่องของการสอบบรรจุพนักงานราชการของท้องถิ่นนี่ละครับ ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากยึดจังหวัดเขามาแล้วมาสอบท้องถิ่นนั้นก็มีขบวนการเดินวิ่ง ตกเบ็ด หาสตางค์ ตำแหน่งนั้น ๗๐๐,๐๐๐ บาท ตำแหน่งนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตำแหน่งนั้น ๖๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ได้ยินข่าวมันก็สลดใจ หว่านแหเอาครับ คนที่สอบได้ก็คิดว่าเขาช่วยได้ คนที่สอบไม่ได้ ก็แล้วไป เพราะจำนวนมาก จำนวนมหาศาล แล้วก็ข้อสอบก็ไม่ได้คิดกันเองครับ ไปเอาจาก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลบ้าง ไปเอามาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา เดี๋ยวจะเสียหาย แล้วก็ไปบอกว่ารู้ข้อสอบ มันจะมีกระบวนการตกเบ็ดเยอะแยะ นั่นเป็น ประการที่ ๑ ที่เราเจ็บปวด ฉะนั้นวันนี้มันถึงเวลาแล้วที่คืนอำนาจไปให้เขาเถอะครับ ในเรื่องของบุคลากร ท้องถิ่นจัดการตัวเอง อาจจะมีการพูด อาจจะมีการติฉินนินทาบ้างว่า คนนั้นเป็นคนของนายก คนนี้เป็นคนของรองนายก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ นายก เหล่านี้มาจากการเลือกตั้งครับ ถ้าชื่อเสียงเขาไม่ดี ๔ ปี เขาจะกลับเวทีเดิมไม่ได้ อันนี้เป็น มาตรฐานเลยนะครับ ฉะนั้นผมเชื่อแน่ว่าเขาก็อยากได้บุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อมาช่วยทำงาน ให้กับเขา แล้วสิ่งที่มีปัญหาอีกเรื่องของการโอน เรื่องของการย้ายนี่ก็มีกระบวนการตกเบ็ดครับ วิ่งบอกว่าจะช่วยได้ จะช่วยได้ ถ้าเกิดว่าย้ายเขาเรียกว่าตกเบ็ดได้ปลาครับ แต่ถ้าไม่ได้ย้าย ก็คืน อ้างติดขัดโน้นติดขัดนี้ ท่านประธานครับ ภารกิจอีก งานในภารกิจต่าง ๆ วันนี้ต้องให้ โอกาสเขาครับ มันถึงเวลาที่ท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจที่จะต้องดำเนินการไปตามภารกิจตาม เหตุผลของเขาแล้วบ้านเมืองมันก็จะเดินไป นี่คือการกระจายอำนาจที่แท้จริง ถ้าเมื่อไร ท้องถิ่นยังไม่มีอำนาจที่แท้จริงแล้ว ผมคิดว่าการพัฒนาประเทศชาติมันเป็นไปได้ช้า จริง ๆ ก็มีหลายเรื่อง แต่ว่าบังเอิญมันอยู่นอกเหนือใน พ.ร.บ. ที่เราเสนอไว้ แต่บังเอิญผมได้ฝากกับ เจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการกองที่ได้เจอกันบอกว่าให้คุณไปยกกฎหมายขึ้นมาใหม่ เช่นว่าด้วย การดำรงตำแหน่งของปลัด อบต. บางทีปลัด อบต. ถ้าได้คนดีก็โชคดีไป ถ้าได้คนไม่ดี อยู่ ๑๐ ปี ๑๕ ปี เพราะไม่รู้จะได้ย้ายไปไหน อยู่จนเป็นเจ้าพ่อ เป็นเจ้าแม่ เป็นมาเฟียของตำบลนั้น ๆ ครับ นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ นอกจาก เรื่องของบุคลากรข้าราชการระดับล่างที่สอบแล้วเรื่องปลัดก็เป็นเรื่องใหญ่ ฉะนั้นวันนี้ก็ฝาก โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นไปศึกษารายละเอียดข้อมูลแล้วก็ทำให้เกิด ความสมบูรณ์ให้ดีที่สุดแล้วก็ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมา อย่างน้อย ๆ ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. ผู้บริหารก็เขาจะได้หายใจสะดวกในการทำงานใน ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน