วรภพ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องการยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและเรียกร้องการคืนอำนาจการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นกลับไปที่ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องตำแหน่งข้าราชการบุคลากรท้องถิ่นที่ขาดแคลนและเรียกร้องการคืนอำนาจการคัดเลือกการสอบแข่งขันบุคลากรท้องถิ่นกลับไปที่ท้องถิ่นอีกครั้ง
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอเป็นผู้แทนเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ครับ ซึ่งเป็นร่างเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น สาระสำคัญของมันคือการคืน อำนาจการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นกลับไปที่ท้องถิ่น จากตัวคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ในคำสั่งนั้นก็ชัดเจนว่าคือการรวบอำนาจ การคัดเลือกบุคลากรของท้องถิ่นจากท้องถิ่นมาสู่ ส่วนกลาง เท้าความไปนิดหนึ่งว่าสาเหตุที่สมัยนั้นต้องออกคำสั่ง คสช. นี้ออกมาก็ด้วยเหตุผล ข้ออ้างว่า ท้องถิ่นเมื่อไปจัดสอบแข่งขันคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นแล้วมีการทุจริตจำนวนมาก แต่เมื่อมีการรวบอำนาจกลับมาที่ส่วนกลางเป็นเวลากว่า ๖ ปี ก็พิสูจน์แล้วเช่นกันว่าการรวบ อำนาจกลับมาที่ส่วนกลางก็สร้างปัญหาที่ไม่แตกต่างกันกับที่ให้ท้องถิ่นทำ ดังนั้นปัญหาทุจริต ที่เกิดขึ้นในการสอบแข่งขันคัดเลือกมันไม่ได้อยู่ที่ว่าท้องถิ่นเป็นคนทำหรือส่วนกลางเป็นคนทำ มันอยู่ที่มาตรฐานครับ มาตรฐานในการจัดสอบแข่งขันให้มีความโปร่งใส ให้ตรวจสอบได้ มี มาตรฐานที่ชัดเจนเพื่อให้ข้าราชการท้องถิ่นนั้นสามารถเติบโตก้าวหน้าได้ สามารถบรรจุ ข้าราชการที่ชดเชยทดแทนตำแหน่งที่หายไปได้นะครับ
แต่อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเมื่อมีการรวบอำนาจมาที่ส่วนกลางแล้ว ปัญหาหนึ่ง ที่เป็นที่ประจักษ์ชัด ก็คือตำแหน่งของข้าราชการบุคลากรท้องถิ่นที่ขาดแคลนไป ปัจจุบันนี้ ๖,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง เหตุผลง่าย ๆ เมื่อจากเดิมที่ท้องถิ่นเป็นคนจัดสอบนี้ส่วนใหญ่แล้ว ก็จะจัดกันปีละ ๔ ครั้ง แต่พอรวบอำนาจเข้ามาสู่ส่วนกลาง กลายเป็นว่าส่วนกลางจัดสอบ ๒ ปีครั้งนะครับ นี่คือต้นตอของปัญหาที่ว่าทำไมพนักงานท้องถิ่นจำนวนมากยังขาดการบรรจุ ยังเป็นรักษาการจำนวนมาก ซึ่งสุดท้ายมันก็จะไปกระทบกับปัญหาบริการสาธารณะให้กับ พี่น้องประชาชน ดังนั้นอันนี้จึงเป็นต้นตอสำคัญที่ว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะผลักดันไปสู่ การกระจายอำนาจมากขึ้นด้วยการคืนอำนาจการคัดเลือกการสอบแข่งขันบุคลากรท้องถิ่น กลับไปที่ท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่งนะครับ นี่คือสาระสำคัญที่ผมคิดว่าทุกพรรคการเมือง ที่ยื่นกฎหมายเข้ามาในวันนี้เราเห็นตรงกันว่าปลดล็อกข้อแรก คือยกเลิกคำสั่ง คสช. แต่ใน รายละเอียดที่อาจจะเห็นแตกต่างกัน ที่ผมก็ต้องขออภิปรายเป็นหลักการรับไว้ในสภานี้ นั่นก็คือว่าหลายฉบับที่ยื่นเข้ามาในเรื่องของการแก้ไขร่างระเบียบบริหารงานข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นนี้ มาตรา ๑๓ ก็คือจะมีการเพิ่มเติมว่าจากเดิมถ้าเรายกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เพียงอย่างเดียว อำนาจในการสอบแข่งขัน การคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นก็จะ กลับไปที่ท้องถิ่นตามกฎหมายเดิม แต่ถ้าเกิดว่าในร่างที่มีผู้เสนอหลายท่านยื่นเข้าสู่สภา จะมีการกำหนดเพิ่มเติมในมาตรา ๑๓ (๖) ก็คือเพิ่มให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการจังหวัด ในการสอบแข่งขันคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นแทนที่ท้องถิ่นเลย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็น ในรายละเอียดที่ผมคิดว่าอาจจะขอเป็นตัวแทนของพรรคก้าวไกล ในการแสดงให้เห็นถึง ความเห็นที่แตกต่างกันเล็กน้อยว่าการคืนอำนาจกลับไปที่ท้องถิ่นเลย มีความยืดหยุ่นและ เหมาะสมมากกว่าและยึดหลักการกระจายอำนาจ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นได้ดีกว่า เหตุผลเพราะว่าในท้องถิ่นเองก็ต้องยอมรับว่ามันมีความพร้อมที่แตกต่างกัน เรามีท้องถิ่น ขนาดเล็ก ท้องถิ่นขนาดใหญ่ ท้องถิ่นที่มีศักยภาพที่สามารถจัดสอบแข่งขันคัดเลือกให้จบ เสร็จสิ้นภายในตัวท้องถิ่นได้เอง และเช่นเดียวกันเรามีท้องถิ่นอีกจำนวนมากที่อาจจะมี ขนาดเล็ก ที่จะต้องมีการรวมกลุ่มเพื่อการจัดสอบเพื่อประหยัดของขนาด ดังนั้นการคืน อำนาจกลับไปที่ท้องถิ่นโดยตรงให้ท้องถิ่นเป็นคนตัดสินใจว่าท้องถิ่นถ้ามีศักยภาพ ก็จัดสอบได้เอง ย่อมดีกว่าการที่จะกำหนดล็อกไว้ในชั้น พ.ร.บ. เลยว่าให้เป็นอำนาจ ของคณะกรรมการจังหวัดในการจัดสอบแข่งขัน เพราะถึงแม้ว่าในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ้าเอาตามกฎหมายเดิมก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางที่สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ ให้คณะกรรมการจังหวัดเป็นการจัดสอบคัดเลือกไปพลางก่อน จนกระทั่งเรามีมาตรฐานที่เรา มั่นใจได้ว่าให้ท้องถิ่นจัดสอบได้เอง ดังนั้นอันนี้ก็เป็นในรายละเอียดที่ว่าทำไมผมในฐานะ ตัวแทนของพรรคก้าวไกลยื่นแค่ร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ แล้วก็คิดว่ามาตรา ๑๓ ในส่วน (๖) ยังคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องล็อกในชั้น พ.ร.บ. ก็ขอเป็นตัวแทน ของพรรคก้าวไกลยื่นเสนอร่างต่อสภาแห่งนี้ในหลักการและเหตุผลครับ ขอบคุณครับ