อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือเรื่องการถวายความปลอดภัยในขบวนเสด็จ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวด มีการฝึกซ้อม และสื่อสารกับประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยและถวายเกียรติแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเน้นให้แยกประเด็นความมั่นคงของสถาบันออกจากปัญหาการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมต้องขอใช้สิทธิของ ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในการอภิปรายปิดญัตติที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาให้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ แบบแผนในการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จให้เหมาะสม ทันสมัย มีการฝึกซ้อม และมีการประชาสัมพันธ์สื่อสารกับพี่น้องประชาชนนะครับ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิก ทั้งฝั่งรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้านอภิปรายกัน ผมกับท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รวมถึง สส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง ๓๖ ท่าน ที่ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา แล้วก็เป็นมติของ วิปรัฐบาลที่ให้พวกเราได้มีการใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาทาง ออกให้กับประเทศในระยะเวลาที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้มีความกังวลใจ แล้วก็วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมกับท่านเอกนัฏพยายามวางกรอบของการอภิปรายในญัตตินี้ ให้เป็นประเด็นเดียว ก็คือเรื่องการถวายความปลอดภัย ซึ่งประเด็นตรงนี้เป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนมีความ วิตกกังวลในความปลอดภัยของบรมวงศานุวงศ์ เราจึงกำหนดกรอบไม่ให้ไปอภิปรายถึงกลุ่มคนที่มีการปะทะกัน เมื่อมีเพื่อนสมาชิกได้มี การอภิปรายไปถึงกลุ่มคนที่มีการปะทะกันหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์นี้ ผมก็ได้ลุกขึ้นทักท้วงท่านประธานในขณะนั้น เพราะคิดว่าถ้ามีการอภิปราย ถึงกลุ่มคนนั้น ซึ่งเป็นนอกญัตติหรือนอกประเด็น มันก็จะทำให้สภาของเราเป็นการอภิปราย ที่ไม่ราบรื่นก็เกิดความวุ่นวาย ก็ได้ทักท้วงไป แต่น่าเสียดายประธานในที่ประชุมในขณะนั้น ไม่ฟังผม ก็ปล่อยให้มีการอภิปรายนอกญัตติ นอกประเด็นไป ก็ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย เกิดขึ้นอย่างที่ท่านประธานเห็นไปสู่สายตาพี่น้องประชาชน ซึ่งก็น่าเห็นใจท่านรัฐมนตรี ชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งท่านถูกพาดพิง แล้วท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ผมเคารพเป็นอย่างยิ่งในจุดยืน อันชัดเจนในการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วท่านก็จะเป็นตัวอย่างให้กับ นักการเมืองรุ่นน้องอย่างพวกผมนี้ได้ยึดในการที่จะธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเราต้องแยกออกจากกันก่อน ๒ ประเด็น ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านพยายามอภิปรายถึงแรงจูงใจให้ผู้ที่ก่อเหตุใน วันดังกล่าวนั้นได้กระทำความผิดกฎหมาย หรือกระทำการที่ย่ำยีหัวใจพี่น้องคนไทยนั้น นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ประเด็นวันนี้ที่ผมอยากจะหารือในที่ประชุมครั้งนี้แล้วก็ส่งให้ รัฐบาลไปดำเนินการ คือประเด็นในเรื่องของการถวายความปลอดภัยในขบวนเสด็จ ซึ่งมันไม่ เกี่ยวอะไรกับแรงจูงใจ ต้องแยกออกระหว่างการถวายพระเกียรติยศ ถวายความปลอดภัยกับ ประเด็นทางการเมืองออกจากกัน ถ้าเราเอา ๒ ประเด็นนี้มารวมกันมันคุยไม่จบครับ ท่านประธาน เพราะอะไรครับ วันนี้ถ้าเราเอาประเด็นนี้มาคุยอย่างเดียวท่านประธานจะเห็น เลยครับ เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาลไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ มีแกนนำพรรคฝ่ายค้านบางท่านออกมาประณามการกระทำครั้งนี้ด้วยซ้ำ ว่าเป็นการกระทำ ที่ไม่เหมาะสม เพราะไม่มีใครเห็นด้วยครับ การกระทำครั้งนี้ไม่ได้บอกอะไรเลยว่าประเทศ ไทยมีความแตกแยก ไม่ได้เลยครับ แต่กำลังจะบอกว่าประเทศไทยนั้นมีความสามัคคีครับ ท่านประธาน สามัคคีเพราะว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศแทบจะทั้งหมดของประเทศแทบไม่มี ใครเห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้เลย ที่ไปก้าวล่วงสถาบันอันเป็นที่รัก เป็นที่เทิดทูนของ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ฉะนั้นต้องแยกออกระหว่างการเมือง ท่านไปคุยกันครับการเมือง แต่สถาบันนั้นอยู่เหนือการเมืองครับ แรงจูงใจที่เด็กคนนี้ทำ หรือน้องคนนี้ทำกับขบวนเสด็จ ในวันนั้นเป็นแรงจูงใจทางการเมืองท่านว่ากันไปครับ ท่านไม่ต้องมายุ่ง แต่วันนี้เรามีปัญหา เรื่องของขบวนเสด็จ การขัดขวางก่อกวนขบวนเสด็จ วันนี้จึงมีญัตตินี้ขึ้นมาว่าเราจะมี มาตรการใด ในการที่จะถวายความปลอดภัยการอารักขาให้เข้มงวดกว่านี้ ฉะนั้นนี่จึงเป็น ที่มาที่ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้ที่เสนอญัตตินี้ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นมติ ของวิปรัฐบาล ได้เสนอให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เวลาเกิดเหตุแล้วอย่างรวดเร็ว เคร่งครัด เข้มงวด รัดกุม บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม ก็ขอเรียกร้องว่าให้รัฐบาลแล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ท่านไม่ต้องไปกลัว Social ที่มีการจัดตั้งกันมา ท่านไม่ต้องไปกลัว เพราะอะไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนจะเป็น เกราะแก้วกำแพงเหล็กให้กับเจ้าหน้าที่ที่ถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จากนี้ไปครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ดีใจถึงแม้ว่าจะมีเหตุที่ไม่ราบรื่นไปบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเวทีที่สร้างสรรค์ เราเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉะนั้นการใช้เวทีสภา แห่งนี้อย่างสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งที่ผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก รทสช. หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ อยากจะใช้กลไกนี้ในการที่จะเอาความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนั้นมาผ่าน เวทีรัฐสภาให้กับรัฐบาลได้เห็น ได้รับทราบถึงความรู้สึกของพสกนิกรที่มีความจงรักภักดี ต่อสถาบัน ภัยของสถาบันนั้นถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ กฎหมายมาตรา ๑๑๒ นั้นก็อยู่ในหมวด ความมั่นคงของชาติ ถ้าสถาบันมีภัยเมื่อไร ความมั่นคงของชาติก็มีภัยเมื่อนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่ เราจะยอมไม่ได้ให้สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นมีภัย ซึ่งก็จะเป็นภัยต่อความมั่นคง ฉะนั้นวันนี้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลนั้นไปหามาตรการที่รัดกุมในการดำเนินการ ให้การถวายความปลอดภัย ในขบวนเสด็จนั้นเป็นเรื่องที่รัดกุมเข้มงวดมากกว่านี้ เพื่อนสมาชิกในนี้หลายท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้วว่าในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีประมุขของรัฐเป็นพระมหากษัตริย์ หรือประเทศที่ประมุขของรัฐนั้นเป็นประธานาธิบดี ก็มีการปกป้องขบวนเสด็จหรือการไป ปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีอย่างรัดกุมเข้มงวด แล้วก็เป็นมาตรฐานสากล ประเทศไทย เราเสียอีกครับ ที่พระเมตตาของพระองค์ท่านนี้ทำให้ไม่มีการปิดถนน หรือมีการปิดก็เป็น บางช่วงหรือเป็นช่วงที่มีพระราชพิธีที่สำคัญเท่านั้น หรือมีอาคันตุกะที่มาจากต่างประเทศ ท่านไปดูประเทศอื่นสิครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายมา ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านประธานเคยดูคลิปไหมครับ ประเทศในยุโรป ประเทศจีน ทุกประเทศก็มีการอารักขา ความปลอดภัยในประมุขของรัฐทั้งนั้น ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราอยากจะให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปทบทวนในการที่จะได้ถวายพระเกียรติยศ เพราะอะไรครับ เพราะว่า พระบรมวงศานุวงศ์นั้นถือเป็นหน้าตาของประเทศครับท่านประธาน หน้าตาของประเทศ ก็คือหน้าตาของประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วย การที่เราถวายพระเกียรติยศพระองค์ท่าน ก็เหมือนกับเราได้ให้เกียรติประชาชนคนไทยด้วยกันเอง อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่อยากจะฝากไป ถึงรัฐบาลให้รับไปปรับปรุงแล้วก็ดำเนินการแก้ไข สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจแล้วก็ฝ่ายความมั่นคงไปพิจารณาดูว่าอะไรนั้นคือสิ่งที่บกพร่อง ถ้าท่านคิดว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นมา เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์นั้นเป็นปัญหาที่เกิดจากกฎหมายหรือประกาศของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดีหรือประกาศของฝ่ายความมั่นคงก็ดี มีปัญหาขอให้ท่านไปแก้ที่ กฎหมาย ถ้าจะต้องให้ใช้สภาแห่งนี้ในการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ พวกเรายินดีครับสนับสนุนอย่างเต็มที่เลยครับ ยกมือให้ไม่มีขัด แต่ถ้าเป็นประกาศ ของกระทรวงหรือประกาศหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านรีบไปดำเนินการครับ ถ้าท่านคิดว่า ประกาศหรือกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นมันรัดกุมอยู่แล้ว แต่เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่มี ความเข้าใจ หรือเจ้าหน้าที่ไม่มีแบบแผนในการปฏิบัติ หรือเจ้าหน้าที่เกิดความเกรงกลัวหรือ เกรงใจใครก็แล้วแต่ ท่านต้องไปปรับปรุงครับ ท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ให้รอบคอบรวดเร็ว มากกว่านี้ เพราะว่าอะไร อย่างที่ท่านเอกนัฏได้อภิปรายว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์เกิด แต่กลุ่มที่ไปกระทำความผิดนั้นยังไปทำ Poll อีก ท่านปล่อยไปได้อย่างไร จึงเกิดการปะทะ กันของกลุ่มที่เขาไม่ทน แล้วเขาก็ไม่ยอม แล้วเขาก็จงรักภักดี แล้วเขาก็จะไม่ทนในสิ่งที่ สถาบันที่เขารักถูกล่วงละเมิด ฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่หน่วยราชการนั้นรัฐบาลต้องไปดำเนินการ และที่สำคัญท่านประธาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปสืบด้วยครับ ใครอยู่เบื้องหลัง ขบวนการในการสนับสนุน ถือว่าเป็นผู้ร่วมก่อการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปลากคอมาครับ ไปเอามาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเกิด พฤติกรรมอย่างนี้ ทำผิด ละเมิดกฎหมาย ย่ำยีหัวใจคนไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็ไม่เคย สำนึกผิด แล้วจะมาขอนิรโทษกรรมทำไมครับ ฝันไปเถอะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลว่า จากนี้ไปขอให้ท่านได้ไปทบทวนมาตรการในการถวาย ความปลอดภัยของขบวนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้มีความรัดกุมรอบคอบกว่านี้ แล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ย้ำครับว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็รวดเร็ว รอบคอบ รัดกุม บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม พี่น้องคนไทยก็จะไม่มีเหตุการณ์ที่จะมาย่ำยีหัวใจแบบนี้อีก ขอบคุณท่านประธานครับ