ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หารือประเด็นปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคม โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช้ความรุนแรง และผลักดันให้ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมเรียกร้องให้สังคมและภาครัฐมองประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยก ทั้งในบริบทการใช้กฎหมายและพิธีการต่างๆ โดยย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นธรรม ไม่กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง และควรเปิดพื้นที่รับฟังประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจร่วมกันแทนการปิดกั้นหรือลงโทษ
ขอบคุณท่านประธาน ค่ะดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกลค่ะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตตินี้เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทั้งใน สภาและพื้นที่ปลอดภัยทั้งข้างนอกสภา จากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาจจะทำให้สังคมเกิดการถกเถียงกันอย่างมาก ดิฉันขออนุญาตอยากชวนลองมองเรื่องนี้ ในอีกมุมที่ต่างออกไปค่ะ ทุกครั้งที่เกิดปัญหาสังคมอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน สิ่งที่เราทำเป็นอย่างแรกคือการลงโทษ เพราะคิดว่าตีก่อน ตีให้เจ็บ เจ็บมาก ๆ เดี๋ยวก็ไม่กล้า ทำเองแต่ท่านประธานคะ ไม้เรียวไม่เคยสร้างคนค่ะ แต่สร้างความกลัว และอาจจะสร้าง ผู้ใหญ่แบบที่เราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง เพราะการก้าวเท้าไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยนั้น ทำให้ความรู้สึกเดิม ๆ ตอนถูกตีย้อนกลับมา ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคน ในสังคมต้องรับผิดชอบร่วมกัน พูดแบบนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะส่ายหน้า แล้วก็ ไม่เห็นด้วย แต่เราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า It Takes a Village to Raise a Child การเลี้ยงเด็ก คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งสังคมร่วมกัน ท่านประธานคะ หลังจากที่ดิฉันได้มีโอกาสเป็นแม่ค่ะ ได้เข้ามาต่อสู้ในสภาเพื่อเด็ก ๆ หลายคน ดิฉันได้เรียนรู้เรื่องหนึ่ง นั่นคือการมองให้กว้าง กว่าเลนส์ที่เราเคยมอง จากที่เคยคิดว่าหากเป็นแม่ของเด็กคนหนึ่งนี้อาจจะเข้าใจเด็กคนอื่น ได้เด็กแต่ละคนก็เหมือน ๆ กันหมด เด็กก็คือเด็ก แต่ลูกของดิฉัน ๒ คน ทำให้ดิฉันเข้าใจว่า จริง ๆ แล้วเด็กฉลาดมากค่ะ หากเขาได้พัฒนาไปตามช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ ได้รับ การสนับสนุนจากผู้ใหญ่เป็นอย่างดี และมีพื้นที่ปลอดภัยมากพอในการพูดคุยและรับฟัง พวกเขาอย่างจริงใจ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราทุกคนไม่ควรด่วนสรุปและรีบหาคนผิด ในทุกเหตุการณ์ แต่สิ่งที่เราทำ ควรทำเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการค้นหาว่าต้นตอ ของปัญหาคืออะไร และไม่แก้ปัญหาด้วยการใช้อารมณ์ ถ้าเราบอกเด็กว่าเด็กก้าวร้าว การที่ผู้ใหญ่อย่างเราทำตัวก้าวร้าวกว่า ๒ คนนี้ก็จะไม่ต่างกันเลยแม้กระทั่งอายุต่างกันมาก ก็ตามเมื่อสักครู่ท่านประธาน เด็กเยาวชนจำนวนมากนั่งฟังอยู่ข้างบนค่ะ ดิฉันเจ็บปวดแทน ละอายใจแทนเหลือเกิน เด็กเล็กนะคะที่ขึ้นมาเมื่อสักครู่ ที่เห็นผู้ใหญ่เรามัวแต่เถียงกัน ใช้คำหยาบคาย ในสภาแห่งนี้ดิฉันขอแบ่งเป็น ๒ ประเด็น เพื่อพูดต่อค่ะ
๑. คือนักการเมือง เราควรจะมองประชาชนทุกคนด้วยเลนส์ที่ไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งสี ไม่อคติ ในเรื่องขบวนเสด็จก็เช่นเดียวกัน ความเหมาะสมเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความได้ สัดส่วนของความผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงเช่นกัน การตั้งข้อหาที่รุนแรง ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่เป็นการสร้างความกลัวและยังทำให้กระบวนการยุติธรรม กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เชื่อเลย เรื่องไม้เรียวสร้างเด็ก ตอนนี้เป็นปี ๒๐๒๓ แล้ว การตีเด็กเป็นการแสดงออกถึงความรัก จริง ๆ มันคือความรุนแรงทุกกรณี และถ้าจะหยุดวงจรเรื่องความรุนแรงได้ต้องเริ่มจาก การไม่ตีเด็ก เราไม่สามารถสร้างคนให้สร้างสรรค์หรือพัฒนาตัวเองได้ พัฒนากรอบตัวเอง ไปไกลได้ ถ้าเขายังอยู่ในกรอบของความกลัว การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเกินไป หรือเกินสัดส่วนก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาได้เฉกเช่นเดียวกัน
เรื่องต่อมา สิ่งที่นักการเมืองอย่างเรา ๆ ทำได้ คือเราต้องไม่ออกใบอนุญาต ให้คนทำร้ายกันหรือฆ่ากัน หรือ License to Kill ด้วยการเพิกเฉยต่อความรุนแรง เหตุการณ์ ของประชาชนส่วนหนึ่งที่ห้างสยามพารากอน คือสิ่งที่สังคมเราต้องเรียนรู้ร่วมกันว่าความ รุนแรงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา Shape สังคมด้วยกัน ช่วยกันเลี้ยงเด็กในสังคมนี้ด้วยกันเถอะค่ะ ไม่ใช่แนวทางของการเปลี่ยนแปลง การสร้างบรรยากาศเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน คือปัจจัย ที่สำคัญที่สุดที่เราจะหลุดพ้นวงจรความขัดแย้งในรอบ ๑๗ ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ใช่การผลักให้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปยืนตรงหน้าผา แล้วบีบให้เขาต้องกระโดดลงไปเอง จนต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อความอยู่รอดตามสัญชาตญาณของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมองว่าสิ่งนั้นเหมาะสม ไม่เหมาะสม และไม่ได้สนับสนุนการกระทำก็ตาม การที่เราไม่สนับสนุนก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเหยียบย่ำซ้ำเติม หรือผลักคนนั้นให้ตกลงไปที่ก้นเหว นั่นไม่ใช่วิถีทางที่เราจะสร้าง สังคมให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ หรือการสร้างบรรยากาศให้เหมาะแก่การเรียนรู้และการเติบโต ของเด็กและเยาวชน และแน่นอนว่าการที่เราไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ตี ไม่ได้หมายความว่าเราให้ท้ายค่ะ แต่เป็นหน้าที่ที่เรา ต้องสร้างสมดุลทางอำนาจระหว่างประชาชนกับรัฐผ่านการตรวจสอบถ่วงดุลผ่านรัฐสภา และหน้าที่ของผู้แทนอย่างเราในการใช้สภาแห่งนี้ คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกฝ่ายได้ แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ได้ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสันติ และควรมีส่วนร่วมใน การยุติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ หน้าที่ของผู้แทนราษฎรมิใช่การพิพากษาตัดสิน ด่วนสรุป หรือชี้ถูกชี้ผิดค่ะ เราไม่จำเป็นต้องวิ่งไปซ้ายสุดด้วยกัน หรือวิ่งไปขวาสุดด้วยกัน แต่เราโอบกอดกันระหว่างทางได้ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนได้ ในสภาแห่งนี้จึงควรเป็น เสมือนบ้านที่มีประตูทางออกสำหรับทุก ๆ ปัญหา รับฟังทุกความเห็นต่างบนวิถีทาง ประชาธิปไตย ดิฉันขอวิงวอนเพื่อนสมาชิก อย่าเพิ่งปิดประตูการนิรโทษกรรมคดี มาตรา ๑๑๒ โดยไม่ได้ฟังประชาชนเลยค่ะ วันนี้วันแห่งความรัก ประชาชนจำนวนหนึ่งก็รอ เราอยู่ข้างนอกสภา อยากชวนทุกท่านมาแง้มประตูชะโงกหน้าไปฟังพวกเขาก่อน อย่าเพิ่ง ตัดปัญหาด้วยการปิดประตูบานนั้นเลย ขอบคุณท่านประธานค่ะ