ธีระชัย แสนแก้ว หารือเรื่องความปลอดภัยในขบวนเสด็จและเน้นย้ำความสำคัญของมาตรการรักษาความมั่นคงที่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนและพิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยมองว่าการรักษาความสงบเรียบร้อย สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบกฎหมาย และความเคารพต่อสถาบันเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่ามกลางความกังวลต่อความขัดแย้งในสังคมที่อาจบานปลาย จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้เสรีภาพอย่างมีขอบเขต ยับยั้งพฤติกรรมยั่วยุ และยึดหลักสันติวิธีเพื่อรักษาความสมานฉันท์และคืนความหวังให้สังคม.
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับญัตติให้รัฐบาลเร่งรัดทบทวนเพื่อที่จะถวาย ความปลอดภัยขบวนเสด็จเพื่อให้มีความเหมาะสม ญัตติก็ยาวเหลือเกินครับ ผมอ่านก็ยาว
ประเด็นแรก มาตรการรักษาความปลอดภัย ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าทั่วโลกก็มี การรักษาความปลอดภัยให้บุคคลสำคัญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ประเทศ ที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือปกครองด้วยระบอบไหนก็แล้วแต่ ต่างก็มีมาตรการ ในการรักษาบุคคลสำคัญในระหว่างการเดินทางเหมือนกัน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็น พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศ ทูต หรืออาจจะเป็นผู้แทนจากต่างประเทศหรืออาคันตุกะก็ได้ ท่านก็เห็น ๆ อยู่แล้ว แต่ถ้ารัฐใด ประเทศใดปล่อยให้เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ปล่อยให้มีคนเข้ามารบกวน ขัดขวางการเดินทางย่อมเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานการรักษา ความปลอดภัยของรัฐนั้น ๆ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่เจริญ แล้วถือว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญกลายเป็นกลไกตัวชี้วัดความมั่นคง ภายในประเทศ โดยเฉพาะบางประเทศประกาศตัวว่าเป็นเสรีประชาธิปไตย เขาให้ ความสำคัญ อย่างมากกับการเคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่น และเคารพสิทธิของ ความเป็นมนุษย์ กระผมขอยกตัวอย่างประเทศเกาหลีนะครับ การรักษาความปลอดภัยของ บุคคลสำคัญรอบคอบเด็ดขาด ทุกระบบทำงานอย่างเคร่งครัด มุ่งอารักขาอย่างเข้มงวด จะเห็นได้ว่าผู้สื่อข่าวจะเอาไมโครโฟนไปจ่อปากผู้นำประเทศของเขานี้ หรือกลุ่มที่หมาย จะเข้าถึงตัว อาจจะถูกกันตัว หรืออาจจะเบียดแทรกให้ออกห่าง หน่วยอารักขาไม่สนถึง ชะตากรรมว่าผู้ที่จะก่อความเสี่ยงมีเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ก็ตาม ที่ผ่านมาคนทำให้คนเรา มาถกเถียงกันในสภาวันนี้ กำลังสร้างปัญหาครั้งใหญ่ เช่นเดียวกันสิ่งที่เขาอ้างเสมอว่าตัวเอง เป็นฝั่งประชาธิปไตย สิ่งที่เขาอ้างตัวเองว่าร้องหา เรียกร้องประชาธิปไตย แต่เรียกร้อง เสรีภาพอะไรต่าง ๆ นานา แท้จริงมันคือประชาธิปไตยจริงหรือไม่ครับ หรือเป็นเพียงแค่ เรียกร้องความสนใจ เป็นเพียงเอาแต่ใจตัวเองกันแน่ ก็เห็น ๆ กันหลายครั้งนะครับ ก็ไม่อยากจะพูด เดี๋ยวจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งในสภากันอีก
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะกล่าวให้ท่านประธานได้รับทราบก็คือว่า กระผม เชื่อโดยสุจริตใจเลยว่า ประเทศของเรามีทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เราเคารพรักมา โดยตลอดตั้งแต่บรรพบุรุษ หลายท่านก็ได้พูดกันไปแล้ว และเราก็มีทั้งการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทั้ง ๒ สิ่งนี้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ตามรัฐธรรมนูญก็อยู่ร่วมกันได้ คือประเทศไทยเป็นประเทศอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้ มันก็เขียนไว้ในลำดับต้น ๆ และปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะฉะนั้นจะทำให้ ประชาธิปไตยของประเทศเจริญงอกงามอย่างถูกต้อง และเป็นความต้องการของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ประเทศเราปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทุกวันนี้ประเทศเราก็ให้อิสระเสรีภาพ การแสดงออกมีเงื่อนไขอยู่ในขอบเขตของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องยากเย็น อะไรเลยถ้าแค่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพียงแต่เคารพปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นเรื่องปกติของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ท่านประธานครับ หลักการสำคัญของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สำคัญไม่น้อยคือ เคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่น เพราะถือว่าเคารพสิทธิเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ยังมีหลักกฎหมายและเรียกว่า นิติธรรม นิติรัฐ นั่นคือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะต้องใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม และสิ่ง สำคัญที่สุดผู้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งกติกา ของสังคมครับ
ประเด็นที่ ๓ ประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายของไทยเกิดจากความขัดแย้ง ทางความคิด เคยสร้างบาดแผลให้กับสังคมไทยจนไม่มีใครลืมความเจ็บปวดในครั้งนั้น เลยครับ ท่านประธานครับ อย่างเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีการกระทบกระทั่งกันของ ผู้เห็นต่างทางความคิด จนเป็นเหตุให้ล้มตายจำนวนมาก และผมก็ไม่คิดว่าในสังคมไทย ปัจจุบันอยากจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาอีก ท่านประธานครับ สังคมไทยทุกวันนี้ เราเดินมาไกลแล้ว เราเดินข้ามความขัดแย้งต่าง ๆ เหล่านั้นมามากพอสมควรแล้ว ที่มียาวนาน ๒๐ กว่าปีแล้ว ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีการอภิปรายถึงเรื่องนิรโทษกรรม ผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างจริงจัง ตอนนี้ก็ตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว กระผมเชื่อว่าพฤติกรรม ของคนที่ทำให้เรามาถกเถียงกันในวันนี้ กระผมไม่สบายใจเหลือเกิน กระผมไม่เห็นด้วย และกระผมกลัวว่าจะบานปลายเหมือนเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ที่ผ่านมา พี่น้อง ประชาชนแตกแยกกัน อีกฝั่งหนึ่งก็ลูกเสือชาวบ้านบวกกับกระทิงแดง อีกฝั่งหนึ่งนิสิต นักศึกษา นักเรียน เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว ติดคุกด้วยครับ ผมครับ ที่กระผม กังวลใจก็เพราะหลังจากเหตุการณ์บีบแตรขบวนเสด็จแล้ว และคนที่บีบแตรยังไปจัดกิจกรรม ทำ Poll หน้าตาเฉยครับ แล้วทำ Poll ว่าอย่างไรครับ คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความ เดือดร้อนหรือไม่ อันนี้ผมเอ่ยจากที่เขาลงในโทรศัพท์ทุกคนนะครับ และยังมีการปะทะกันกับ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย บาดเจ็บกันทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะละเลยเพิกเฉยไม่ได้ เราต้องจำกัดวงความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดครับท่านประธาน อย่าให้มันลุกลามจนให้ สังคมเกิดบาดแผลครั้งยิ่งใหญ่ต่อไปอีกเลย
กระผมขอให้ทุกฝ่ายกำหนดแนวทางในการป้องกันปราบปราม ระงับยับยั้ง และแก้ไขปัญหาส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ สร้างความสงบให้กับสังคม ไม่ให้ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก กระผมขอให้พฤติกรรมเหล่านี้ให้นึกถึงเพื่อน ๆ พี่น้อง ประชาชน ที่โดนคดีชุมนุมทางการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่ในคุก โดยไม่ได้สิทธิประกันเหมือนอย่างคุณ เขายังไม่ได้ประกัน ยังอยู่ในคุกก็มี แล้วยังมีพี่น้องประชาชนหลายคนต้องตายในคุก พวกเขา ต่างรอคอยนิรโทษกรรม และต้องการรับอิสระโซ่ตรวน ไปดำเนินชีวิตของเขาอย่างมีอิสระ อีกครั้งหนึ่ง อย่าให้การกระทำพฤติกรรมของคุณเวรเช่นนี้ดับความหวัง ทำลายความฝันของ พวกเขาเลย อย่าให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่จนทำให้นิรโทษกรรมครั้งนี้ที่เราเห็นตรงกัน เห็นตรงกันครับวันนั้นที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่ากระผมจะไม่เห็น ด้วยกับการบีบแตร ไม่เห็นด้วยกับการทำ Poll เพราะมันเป็นการกระทำที่เกินเลย ไม่รู้จัก คำว่า อะไรควร อะไรไม่ควร และที่สำคัญกำลังใช้สิทธิเกินส่วนใหญ่ ไม่ว่าพฤติกรรมของคุณ คนนั้นกำลังสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย ท่านประธานครับ กระผม ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงเลยนะครับ แม้แต่คำพูดวันนี้ผมพยายามใช้ความรุนแรงน้อย ผมกลัวครับ เมื่อสักครู่นี้การปะทะกันครั้งใหญ่ในทางฝีปาก กระผมขอสนับสนุนในการใช้ สิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกคนที่อยู่ภายใต้กฎหมาย พวกเราไม่เคารพกฎหมาย สังคมเราจะ อยู่ได้อย่างไรครับท่านประธาน แม้ว่ากฎหมายใด ๆ ที่เราเห็นว่าไม่ถูกต้อง สมควรได้รับ การปรับปรุง เราก็ต้องมาพูดคุยกันในสภา แก้กฎหมายแบบมีวุฒิภาวะ
สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมขอให้พฤติกรรมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นครั้งสุดท้ายเถอะครับ กระผมไม่อยากให้มีการเลียนแบบ พฤติกรรมใด ๆ ผิด ๆ แบบนี้ และถ้าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ผมไม่เชื่อว่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ถ้ามี ผู้อยู่เบื้องหลังก็ขอให้ผู้อยู่เบื้องหลังให้เขาเลิกสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านี้เถอะครับ วันนี้เรามี รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เรามีสภาผู้แทนราษฎรมาจากระบอบประชาธิปไตย และสังคม เราอยู่ได้คือสังคมประชาธิปไตย โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของ คนทั้งชาติ เราสามารถใช้ช่องทางในการพูดแบบสมานฉันท์ เราสามารถเสนอกฎหมายเข้าสู่ การพิจารณาของสภา ซึ่งเราก็เห็นพ้องต้องกันก็หลายครั้งหลายหนแล้ว นี่คือทางออก ความเจริญและงดงามที่แท้จริงของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอให้มี การเข้มข้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งตำรวจ หรือรักษาความปลอดภัยของสถาบันชั้นสูง ที่เราเคารพนับถือ ถ้าไปอยู่ต่างจังหวัดมันจะเหลือหรือเปล่า เพราะว่าผมอยู่ต่างจังหวัด และองค์กรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านไปโรงเรียน ท่านไปดู ผมรับเสด็จไม่ต่ำกว่า ๖ ครั้ง ท่านครับ ท่านทำอะไร เสด็จไป ตชด. ที่จังหวัดอุดรธานีก็หลายครั้ง และโรงเรียนในโครงการ พระราชดำริก็หลายครั้ง ท่านทำคุณงามความดีกับพี่น้องประชาชน ท่านเคยบอกว่าท่านที่ทำ เพื่อส่วนตัวของท่านนั้นก็คือกินกับเรียนหนังสือ นอกนั้นทำเพื่อคนอื่นหมดครับ ผมอภิปราย เพียงเท่านี้ละครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน