เบญจา แสงจันทร์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือ โดยตั้งข้อสังเกตจากความล้มเหลวของโครงการเศรษฐกิจพิเศษในอดีต เช่น EEC และเขตเศรษฐกิจชายแดน ที่มีปัญหาการบริหารรวมศูนย์ ล่าช้า ขาดความยั่งยืน และก่อผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติของคุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกลที่เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือ หรือ NEC โดยดิฉันจะนำบทเรียนความล้มเหลวที่เกิดขึ้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC และเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ๑๐ แห่งทั่วประเทศที่ถูกประกาศไปแล้วในยุครัฐบาลของ คสช. แต่ยังคงติดหล่ม ไปไม่ถึงฝัืงฝัน โดยดิฉันจะขอฝากเปึนข้อสังเกตให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมา เพื่อนำไปพิจารณาศึกษาเพิ่มเติมด้วยค่ะ ท่านประธานคะ เวลาเราพูดถึงการพัฒนาเขต เศรษฐกิจพิเศษเราก็คงต้องนึกถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC เปึนอันดับต้น ๆ และเมื่อพูดถึง EEC เราปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่าจะต้องพูดถึงนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่เปึนนโยบายสร้างภาพ ขายฝันว่าจะยกระดับนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึน อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หรืออุตสาหกรรมไฮเทคขั้นสูง เปึนการสร้างภาพขายฝันเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่ง หลอกเราว่า จะเชื่อมโยงการเดินทางทั้งอากาศ ทั้งทางบก ทางน้ำแบบไร้รอยต่อภายใต้โครงการเรือธง ๕ โครงการ Megaproject อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินที่เวนคืน ไล่ฟัอง ไล่ยึด ขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดินไปแล้วค่ะ แต่วันนี้ยังไม่มีการลงหลักตอกเสาเข็ม แต่อย่างใด ส่งมอบพื้นที่ก็ไม่เรียบร้อย จนถึงตอนนี้ก็พยายามที่จะแก้สัญญาร่วมลงทุน หลายแสนล้านบาท ที่ก็ถูกจับตาอยู่ค่ะว่า เปึนการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนกลุ่มใดหรือไม่ และนี่เปึนการชัดเจนแล้วว่าโอกาสที่เราจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูงในป้ ๒๕๖๗ แทบจะไม่มี โอกาสอยู่อีกแล้วค่ะ แล้วก็จะยืดออกไปไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าเราจะได้ใช้เมื่อไร แล้วเรา ถอดบทเรียนเรื่องนี้กันอย่างไร ดังนั้นโครงการแบบนี้เรายังจะเห็นด้วยให้จะย้ายไปไว้ใน ๔ ภูมิภาคของประเทศไทยอีกหรือไม่ ก็คงต้องศึกษาเพิ่มเติมค่ะ ไม่ว่าจะเปึนโครงการอื่น ๆ อย่างโครงการสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินแห่งภาคตะวันออก โครงการนี้เซ็นสัญญา ไปแล้วเช่นกันค่ะ แต่ก็เปึนข้อกังขาในการประมูลและจัดซื้อจัดจ้างว่าเอื้อประโยชน์ให้กับ กองทัพเรือมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งหรือไม่ แล้วก็ไม่ว่าจะเปึนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง โครงการท่าเรือมาบตาพุด ที่ก็เซ็นสัญญากับวงการพลังงานยักษ์ใหญ่ไปแล้วเช่นกัน แต่สุดท้ายโครงการนี้ก็ยังล่าช้า ไม่เปึนไปตามแผนงานที่กำหนดเช่นกัน โครงการศูนย์ซ่อม ท่าอากาศยาน MRO อู่ตะเภา โครงการนี้ในขณะที่เรากำลังเผชิญความท้าทายในการที่จะ แข่งขันกับศูนย์ซ่อมท่าอากาศยานในระดับภูมิภาคอีกหลายแห่ง แต่ยังมีความจำเปึนต้องนำ กลับมาปัดฝุ์นเพื่อดำเนินโครงการ มากน้อยเพียงใดก็ไม่มีการศึกษาเพิ่มเติมค่ะ แต่จะลงมือ เผาผลาญทรัพยากรมหาศาลลงไปแน่นอนแล้วในป้นี้ ท่านประธานคะ EEC จึงเปึนแค่ ความฝันเฟ๋ืองของรัฐบาลที่ขายฝันว่าจะสร้างเศรษฐกิจ สร้างความมั่งคั่งหลายแสนล้านบาท แต่ผ่านไป ๖ ป้แล้วยังไปไม่ถึงไหน ๕ โครงการเรือธงที่ดิฉันได้กล่าวไปก็ไม่มีอะไรที่จับต้อง ได้เลยค่ะ แล้วซ้ำร้ายก็เกิดผลกระทบสร้างปัญหามากมายให้กับคนในพื้นที่ ผ่านมา ๖ ป้ ยังไม่มีทางออก ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนที่ถูกขับไล่ ถูกทำลายอาชีพ ปัญหาน้ำกินน้ำใช้ก็ยังตอบไม่ได้ ปัญหากากขยะอุตสาหกรรมสารเคมี ปัญหาสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน ที่ก็ไม่มีการวางแผนให้สอดคล้องกับปัญหาการขยายตัวของเมืองเลยค่ะ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาแรงงานและการกระจายตัวของรายได้ การทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นถิ่น สิ่งเหล่านี้คือบทเรียนและความล้มเหลวจากการบริหารแบบรวมศูนย์ ที่นำไปสู่ ความผิดพลาดนี้ ท่านประธานคะ การวางแผนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ผิดพลาด ล้มเหลว ลัดขั้นตอน ทางกฎหมายจำนวนมาก ให้อำนาจการตัดสินใจอยู่บนฐานของคนกลุ่มเล็ก ๆ แค่กลุ่มเดียว ที่เกาะเกี่ยวด้วยผลประโยชน์มหาศาลของประเทศ ในตลอดเส้นทางของการพัฒนา ประเทศไทย ได้ทิ้งร่องรอยของความเหลื่อมล้ำ แล้วก็แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ค่ะ ด้วยนโยบาย เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ผิดพลาด มุ่งเน้นขับเน้นแต่การเจริญเติบโตของตัวเลขทาง GDP โดยไม่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชีวิตของพี่น้องประชาชนเลย ดิฉันคิดว่านี่คือ บทเรียนที่ล้มเหลว ล้าหลังและไม่ยั่งยืนค่ะ ที่เราจะต้องสรุปบทเรียนก่อนที่จะย้ายเอาความ ผิดพลาดเหล่านี้ไปไว้ที่ ๔ ภูมิภาคของประเทศไทย ท่านประธานคะ ๙ ป้ของเขตเศรษฐกิจ พิเศษชายแดนที่ใช้งบประมาณในการลงทุนไปอย่างมหาศาล แต่ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน มีใครในที่นี้ทราบบ้างคะว่า มีเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศถึง ๑๐ แห่ง ที่รัฐบาลไทย ประกาศไปแล้ว และวันนี้ไม่มีนักลงทุนแม้แต่รายเดียวเข้าไปร่วมประมูล สุดท้ายถูกทิ้งร้าง และไปไม่ถึงฝัืงฝันเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเปึนที่อำเภอแม่สอดที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัดตราดซึ่งเปึนพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของท่าน สส. ศักดินัยเพื่อนสมาชิก จากพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดสระแก้ว จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนสมาชิกท่านรัชต์พงศ์ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดิฉันก็ได้พูดถึงการที่รัฐลงทุนทั้งถนน สนามบิน สะพาน แล้วก็สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานไป แต่ว่าถูกทิ้งรกร้างว่างเปล่า แล้วก็กลายเปึนเพียงแค่ทุ่งเลี้ยงสัตว์เพียงเท่านั้น ในปัจจุบัน ดิฉันคิดว่าในทุก ๆ รัฐบาลทำความเข้าใจเรื่องการศึกษา เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ น้อยมาก เราไม่มีแม้แต่งานวิจัย ไม่มีบทความ ไม่มีการเรียนรู้หรือไม่มีความรู้อะไรกับ เขตเศรษฐกิจพิเศษเลยค่ะ แต่เราใช้วิธีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำไปก่อน ปัญหาที่ ตามมาคือพื้นที่ที่จะวางแผนเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษก็เกิดพื้นที่ในการแย่งชิงพื้นที่กัน แย่งชิง พื้นที่สาธารณะโดยอาศัยความพิเศษของตัวกฎหมายเพื่อเรียกคืนพื้นที่สาธารณะมา ในเรื่อง ของการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงไม่มีระบบถ่วงดุล ไม่มีการตรวจสอบ ไม่สามารถตั้ง คำถามต่อสาธารณะได้ และหวังให้มันเปึนแค่เขตเศรษฐกิจชิ้นโบว์แดงเท่านั้น แต่ว่ามัน ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้สู่ภูมิภาคได้ สุดท้ายค่ะ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เราเห็นแล้วว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ แห่งล้มเหลวไม่เปึนท่า ท่านประธานค่ะดิฉันขอใช้ เวลาอีก ๑ นาทีสุดท้ายค่ะ เราต้องบอกว่าวันนี้ไทยเราตกขบวนประวัติศาสตร์เสมอค่ะ วนเวียนอยู่กับการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ วนเวียนอยู่กับการสร้าง สร้างฐานการผลิต ในโลกอุตสาหกรรมแบบเก่าที่คลั่งไคล้อยู่กับการลงทุนแค่ Megaproject ถ้าไปดูตัวอย่าง ในหลาย ๆ ประเทศค่ะท่านประธาน เราจะเห็นว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษของเขาสร้าง เขตเศรษฐกิจพิเศษที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สร้างการท่องเที่ยวชุมชน โดยไม่ต้อง กลับไปพึ่งพาอุตสาหกรรมในรูปแบบแบบเก่าเลยนะคะ ดังนั้นดิฉันก็อยากจะฝาก ท่านประธานค่ะว่า การที่ทุกภูมิภาคของประเทศไทยจะลงทุนในการที่จะพัฒนาเพื่อให้เรา มีเศรษฐกิจที่เติบโตทัดเทียมนานาอารยประเทศ แต่ดิฉันคิดว่าการพัฒนามันไม่ควรจะวัดกัน ด้วยตึกสูง ๆ ไม่ควรจะวัดกันด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่โต ไม่ควรจะวัดกันด้วยนิคม อุตสาหกรรมมากมาย แต่ว่าเราต้องคำนึงถึงความมั่นคงของชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย มองถึงความมั่นคงของการกระจายรายได้ กระจายเศรษฐกิจ แล้วก็กระจายชีวิตความเปึนอยู่ ให้กับประชาชนได้อย่างเสมอภาค ทัดเทียมกัน และด้วยเหตุผลที่ดิฉันได้บอกมาทั้งหมดค่ะ ท่านประธาน ดิฉันจึงสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา ความเปึนไปได้ของการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคเหนืออย่างจริงจัง ก่อนที่เราจะลงมือ พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควรเริ่มต้นจากการศึกษาก่อนว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษคืออะไร แล้วพื้นที่ไหนบ้างที่ควรลงทุนในการพัฒนาเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยไม่ต้องพิเศษสำหรับ แค่นายทุนเท่านั้น แต่ต้องพิเศษจริง ๆ สำหรับพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน