สิทธิพล สนับสนุนตั้งกรรมาธิการฯ ศึกษาพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคเหนือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการศึกษาพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ โดยเน้นศักยภาพด้านท่องเที่ยว วัฒนธรรม และแรงงานดิจิทัล พร้อมเสนอให้เรียนรู้บทเรียนจากอดีตและต่างประเทศในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเน้นความจำเป็นในการสร้างงานคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้การพัฒนาไม่เพียงแต่กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนา พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ที่เพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลของผม รวมถึงหลายพรรค ร่วมเสนอ ท่านประธานครับภาคเหนือของเรามีความพิเศษ มีเสน่ห์ ทั่วโลกให้การยอมรับ แค่เชียงใหม่จังหวัดเดียวมีนักท่องเที่ยวป้หนึ่งไม่ต่ำกว่า ๖ ล้านคน หลายจังหวัดภาคเหนือ ยังมีศักยภาพสูงที่จะต่อยอดเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศ จากวัฒนธรรม ภูมิปัญญาที่ หลากหลายหากนำมาปรับใช้ร่วมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ย่อมเปึนโอกาสสำคัญ ในการต่อยอดของดีที่เรามีอยู่ สิ่งที่น่าสนใจคือคุณลักษณะของเมือง ขนาดวันนี้เราไม่มี นโยบายผลักดันสนับสนุนเปึนพิเศษ ท่านทราบไหมครับ เชียงใหม่จังหวัดเดียวสามารถดึงดูด แรงงาน Digital อิสระ หรือที่ภาษาสมัยใหม่ เรียกว่า Digital Nomad ซึ่งเปึนแรงงาน คุณภาพสูงได้เยอะเท่าไร ก่อนโควิดเรามี Digital Nomad ต่างชาติเดินทางเข้ามาอาศัยและ ทำงานในจังหวัดเชียงใหม่ป้หนึ่ง ๓๐,๐๐๐ คน ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นศักยภาพเชิงพื้นที่ของ ภาคเหนือที่สามารถต่อยอดอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเปึนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสุขภาพ เกษตร อาหาร สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงประเทศได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากฝากกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ หากตั้งขึ้นคือ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ที่ผ่านมาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในประเทศไทยมีปัญหาหลายอย่าง ผมขอสรุปบทเรียนสำคัญไว้ ๓ เรื่องที่อย่างน้อยถ้าเราจะ ทำในภาคเหนือต้องไม่ทำซ้ำ

ประการแรก คือความล่าช้าจากที่วางแผนไว้ ความล่าช้าคือต้นทุนสำคัญครับ ตัวอย่างกรณีความล่าช้าที่วันนี้เราเห็นอยู่ คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน โครงการ Flagship หรือโครงการสำคัญของ EEC ที่แต่เดิมท่านทราบไหมครับต้องเป่ด ดำเนินการในป้นี้ตามแผน แต่ปัจจุบันยังไม่เริ่มแม้แต่จะก่อสร้าง นับว่าล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ มาก ๆ นะครับ สิ่งนี้ทำให้กระทบภาพรวมของโครงการ EEC ทั้งหมด ภาพรวมของการดึงดูด การลงทุน ประเทศเสียโอกาส

ประการที่ ๒ ปลายทางการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องสามารถสร้างงานดี งานใหม่ที่มีคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะโจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไรให้คนหนุ่มสาวที่เรียนจบที่เขาอยากกลับไปอยู่บ้าน เขามีงานดี ๆ มีรายได้ดี ๆ ทำ บทเรียนที่ผ่านมาในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราพบว่าอุตสาหกรรมที่ลงทุน กลับกลายเปึนอุตสาหกรรมเดิม ๆ งานประเภทเดิม ๆ ที่ไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้

ประการที่ ๓ ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องคำนึงถึงปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม โดยเอาคุณภาพชีวิตเปึนเรื่องสำคัญ ปัจจุบันใน EEC มีทั้งปัญหาขยะ ปัญหาน้ำ ปัญหาที่ดิน ซึ่งกระทบคุณภาพชีวิตประชาชน เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่ต้องฝากไว้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ อย่าให้ยิ่งพัฒนายิ่งก่อปัญหาสังคม เพราะคนที่ รับผลกระทบคือคนในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น จังหวัดระยองมีขยะติดเชื้อวันละ ๑๐-๑๒ ตัน แต่มีศูนย์กำจัดที่ได้มาตรฐานเพียง ๓.๖ ตัน วันนี้กระทบคนในพื้นที่อย่างมาก ปัญหาน้ำ ภาคตะวันออกต้องการใช้น้ำต่อป้ที่ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร EEC ๓ จังหวัดฟาดไปแล้ว ๒,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งภาค นอกจากทำให้ อุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำสูงอย่าง Semiconductor เขาไม่มา ยังกระทบกับประชาชน ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ในพื้นที่ที่ต้องขาดแคลนน้ำไปด้วยครับ ผมในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ติดตามผลกระทบของการพัฒนาเศรษฐกิจ เห็นว่า เปึนเรื่องสำคัญที่ในช่วงเริ่มต้นต้องออกแบบให้ดีแต่แรก และให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม อย่างจริงจัง ท่านประธานครับผมนำบทเรียนในต่างประเทศหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยใน ๒ ประเทศมาเล่าเผื่อเปึนกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น ในเยอรมนี ใน Schleswig-Holstein ในอดีตที่รายได้ต่อหัวของเขาลดลงต่อเนื่อง ถามว่าเพราะอะไร เพราะจุดอ่อนในเชิงพื้นที่เมื่อเทียบกับเมืองอื่นในเยอรมัน เทียบกับฮัมบูร์กเขาสู้ไม่ได้ รัฐบาล ใช้กลยุทธ์ในการปรับปรุงเงื่อนไขทางการเงินสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ ที่เรียกว่า SMEs ผ่านโครงการให้ทุนสนับสนุนกองทุน Schleswig-Holstein เน้นโครงการที่ มุ่งเปัาเรื่องนวัตกรรมวิจัยพัฒนา เน้นอย่างเดียวเลย โดยโปรแกรมครอบคลุมหลายพื้นที่ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโต เพิ่มการจ้างงานและระดับนวัตกรรมของพื้นที่ได้จริงแล้วก็นำมาสู่ การสร้างงานใหม่ ๆ หรือเอาใกล้ตัวครับ คนไทยชอบไปดูงาน เกาหลีใต้ก็มีเขตเศรษฐกิจพิเศษหลายพื้นที่ ที่น่าสนใจและประเทศไทยน่าถอดบทเรียนก็คือ ในเกาหลีเขาวาง Position หรือวางจุดเด่น ของแต่ละเขตเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ไว้เลย ว่าแต่ละที่จะเอาดีเอาเด่นเรื่องอะไรเพื่อดึงดูด นักลงทุน ตัวอย่างเช่นที่อินชอน เขาบอกไว้เลยว่าจะเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นดูแล เรื่องสุขภาพ เน้นเรื่อง Bio เน้นเรื่อง Healthcare อีกเมืองหนึ่ง อันซัน เขาบอกเลยว่าจะเน้น เรื่อง Future Mobility หรือการขนส่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้การพัฒนาในแต่ละพื้นที่ไม่ทับซ้อนกัน สามารถออกแบบมาตรการนโยบายดึงดูดนักลงทุนได้ตรงเปัาหรือตรงจุดมากขึ้น ในอินชอน เมืองเดียวนะครับ ยังแบ่งย่อยไปเปึนเขตอีก เช่นที่ซองโดกำหนดให้เปึนโซนธุรกิจ เน้นเรื่อง การศึกษา นวัตกรรม ถ้าเปึนยองจองเน้นเรื่องท่องเที่ยว ถ้าเปึนซองนัมเน้นเปึนสวน อุตสาหกรรมไฮเทค ทั้งหมดนี้ที่ผมเล่ามาคร่าว ๆ อยากชวนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เห็นว่า หากเราจะทำนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษได้อย่างมีคุณภาพ จำเปึนต้องลง รายละเอียด ไม่ควรจะเหวี่ยงแหเอามันทุกอุตสาหกรรม ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือครับ สิ่งที่อยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้คือจำเปึนต้องสรุปบทเรียน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนผลกระทบ ด้านบวกหรือด้านลบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ที่สำคัญที่สุดคือท่านต้องให้ ความสำคัญกับคนในพื้นที่ครับ เน้นหลักการมีส่วนร่วมและกระจายอำนาจอย่างแท้จริงให้ได้ ขอบคุณครับ