จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม แนะนำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย และนำเสนอประเด็นจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนเหนือภายใต้พรรคก้าวไกล ก่อนอภิปรายเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบในพื้นที่ที่ประกาศแล้วอย่างแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาบทเรียนจากการพัฒนาที่ผ่านมาเพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาจะดำเนินไปอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกกลุ่มในสังคม
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟัาหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๑๐ ตำบล พรรคก้าวไกลค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายการเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ หรือว่า NEC ท่านประธานคะ ดิฉันเปึน ตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องจากอำเภอแม่สาย ซึ่งเปึนพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเปึนเขตเศรษฐกิจ พิเศษแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๘ แล้วก็ในการอภิปรายในเวลานี้ก็จะมีโอกาสพูดถึงผลกระทบการถอด บทเรียนถึงพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษเรียบร้อยแล้วว่า เกิดผลกระทบ อะไรในพื้นที่บ้างเพื่อจะเปึนเหมือนข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตให้กับกรรมาธิการที่กำลัง จะศึกษาเรื่องนี้ต่อไปนะคะ ซึ่งก่อนอื่นดิฉันต้องขออธิบายผ่านท่านประธานไปถึงพ่อแม่พี่น้อง ทางบ้านของดิฉันก่อนนะคะว่า หลักการและความเปึนมาแล้วก็วัตถุประสงค์ในการกำหนด พื้นที่ใดให้เปึนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษว่า เปึนเพราะอะไรหรือเปึนมาอย่างไร ซึ่งในการ กำหนดพื้นที่ใดให้เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษ เปึนกรอบความร่วมมือของกลุ่มประเทศที่มีที่ตั้ง ของประเทศเขตกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง ๖ ประเทศ ก็คือไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม แล้วก็จีนมณฑลยูนนาน เพื่อจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพื่อกระจายความเจริญ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของ ประชาชน และเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ทั้งในประเทศและประเทศภูมิภาค ซึ่งโดยหลักการตรงนี้ต้องได้รับความร่วมมือทั้งหมดในการดำเนินการ แล้วก็ได้รับการ สนับสนุนจากทุกฝ์ายเพื่อจะพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปด้วยกันนะคะ ซึ่งในแผนพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ หรือ NEC ใน ๔ จังหวัดด้วยกัน ก็คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูนและจังหวัดลำปาง อันนี้เปึนแผนที่จะเกิดการพัฒนาเกิดขึ้น ก็คือมาพัฒนา Creative Ecosystem ให้เอื้อต่อการเปึนเมืองสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้า และบริการสร้างสรรค์ สร้าง Brand และส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ พัฒนา ด้านการศึกษาและวิจัยและบุคลากรด้านสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าเรามองจากภาพรวมแล้ว เราเห็น ถึงแผนแล้วก็ทิศทางที่ดีมาก ๆ ถึงการที่จะเห็นการพัฒนาในเศรษฐกิจด้านเหล่านี้ และเปึน ความท้าทายมาก ๆ แล้วก็เปึนความหวังของพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยว่าจะเห็นสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นค่ะท่านประธาน ดิฉันมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะ พาเพื่อนสมาชิกทุกท่านรวมถึงท่านประธาน และพ่อแม่พี่น้องทางบ้านได้ย้อนกลับไปดูถึง บทเรียนเมื่อครั้งที่ประเทศของเราได้มีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับแรก เมื่อป้ ๒๕๐๓ ซึ่งได้ประกาศใช้ในระหว่างป้ ๒๕๐๔ จนถึงป้ ๒๕๐๙ ซึ่งยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในตอนนั้นก็ได้กำหนดไว้ โดยหลักคิด ที่บอกว่า น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดีมีงานทำ บำรุงความสะอาด ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าเปึน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับแรก ๆ ป้ ๒๕๐๔ มา และปัจจุบันนี้ ประเทศเราก็มาถึงฉบับที่ ๑๓ แล้ว ซึ่งทำให้เห็นว่าตลอดระยะเวลา ๖๐ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๔-๒๕๖๗ ประเทศไทยเราประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้ว ถึง ๑๒ ฉบับ แม้ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบ้าง แต่ผลที่กระทบกลับทำให้เกิดช่องว่างเรื่องรายได้ แล้วก็ทรัพย์สิน ระหว่างชนชั้น ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ในพื้นที่ของเขา มีแต่คำสั่งที่สั่งลงมาจากข้างบนลงล่างที่ไม่ได้สนใจประชาชนว่าเขาจะได้รับ ผลกระทบอะไรผ่านการพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง และเราก็พบว่ายุทธศาสตร์แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับแรกและจนถึงปัจจุบัน เราก็ยังเห็นว่ายุทธศาสตร์นี้ ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่จริง ๆ เรายังเห็นถึงการยังไม่ได้แก้ไขในเรื่องน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ หรือว่าบำรุงความสะอาดได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ แต่ว่าในสิ่งที่ดิฉันร่วม อภิปรายในช่วงเวลานี้ก็คือว่า ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเพื่อจะ เห็นการพัฒนาในอนาคตต่อไป แต่ว่าดิฉันอยากจะมานำเสนอหรือว่าข้อสังเกตว่าพื้นที่ที่มี การถูกตั้งเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้วเกิดผลกระทบอะไรบ้างในพื้นที่นะคะ ซึ่งดิฉันก็จะขอยกตัวอย่างสภาพปัญหาในพื้นที่อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน แล้วก็ อำเภอเชียงของ ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายนะคะว่า เมื่อเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว เกิดปัญหาอะไร ยกตัวอย่างอย่างเช่นอำเภอแม่สายค่ะ อำเภอแม่สายถูกกำหนดให้เปึนพื้นที่ ที่พัฒนาด่านชายแดนเพื่อจะรองรับการค้าและการท่องเที่ยว และพื้นที่ที่กำหนดให้เปึนเขต อุตสาหกรรม ในอำเภอแม่สายกำหนดหมู่บ้านแม่น้ำจำ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๑ แล้วก็บ้านจ้อง หมู่ที่ ๑ ตำบลโป์งผา อำเภอแม่สาย พื้นที่ ๓ แปลงที่ติดกับถนนพหลโยธิน พื้นที่เนื้อที่ ทั้งหมด ๗๐๐ กว่าไร่ถูกกำหนดให้เปึนเขตอุตสาหกรรม ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เดิมทีเปึนพื้นที่ เพาะปลูกของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ แล้วกลุ่มผู้ผลิตยาสูบนี้ก็สร้างรายได้ดูแลครัวเรือน และครอบครัวของเขาถึง ๑,๒๐๐ ครัวเรือน เขาจะต้องเสียสละที่ดินตรงนี้เพื่อยกให้กับรัฐ ในการที่จะเปึนพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมที่เปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้ ขาดรายได้ในการเลี้ยงดูตัวเองแล้วก็ครอบครัว และแถมยังไม่ได้ค่าเวนคืนที่เปึนธรรมแล้วก็ เหมาะสมสำหรับเขา อันนี้คือหนึ่งปัญหาในพื้นที่อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสนก็เปึน ลักษณะเดียวกันอย่างนี้นะคะ ไปถึงที่อำเภอเชียงของ พี่น้องชุมชนท้องถิ่นตำบลบุญเรือง ซึ่งเขาได้ดูแล แล้วก็ร่วมกันรักษาอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำพื้นที่ป์าชุ่มน้ำ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ แต่ ปรากฏว่าเมื่อถูกประกาศเปึนเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแล้ว พื้นที่ตรงนี้กลับกลายเปึนพื้นที่ ที่จะเปึนนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งชาวบ้านก็หมดสิทธิในการที่จะเข้าไปมีอำนาจเข้าไปใช้ เข้าไป ดูแล หรือมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่แหล่งน้ำตรงนี้เลย อันนี้ก็เปึนผลกระทบอย่างหนึ่ง หลังจากที่มีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจะเห็นได้ว่าเมื่อเกิดปัญหาแบบนี้แล้ว ชาวบ้านกลับเปึนคนที่ได้รับผลกระทบ เขากลับเปึนคนต้องสละทั้งที่ดิน ต้องเสียสละทั้ง อัตลักษณ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเปึนอยู่ดั้งเดิมของเขาที่เปึนอยู่ตลอดมา เพราะมีโครงการ หรือว่ามีโครงการใหญ่ ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา ซึ่งเขาไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะนำเสนอไปยังกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้น ที่จะศึกษาในเรื่องนี้ อย่างละเอียด เพราะว่าเราตั้งใจที่อยากจะให้ประชาชนได้รับประโยชน์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นตอบโจทย์ถึงสิ่งที่เราตั้งใจนั้นหรือเปล่า ดิฉันขอฝากท่านประธาน เพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน