มานพ คีรีภูวดล หารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือโดยเน้นการศึกษาต้นทุนทรัพยากร ผลกระทบต่อชุมชน ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อวางรากฐานการพิจารณาของกรรมาธิการอย่างรอบด้าน พร้อมเน้นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับความหลากหลายทางชีวภาพและชาติพันธุ์เป็นฐานในการพัฒนาการศึกษาและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอให้มีกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในบริเวณที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผาพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมเปึนคนภาคเหนือ อยู่บนดอยด้วยนะครับ อยากจะมีประเด็นที่จะมาพูดถึงท่านประธานในญัตติของ คุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ที่ว่าเราจำเปึนจะต้องศึกษาเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ ท่านประธานครับ ก่อนที่กรรมาธิการจะได้ศึกษา ผมคิดว่าคำถามที่จำเปึนและสำคัญ สำหรับกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นนี้ ผมคิดว่ามีอยู่หลายเรื่อง ประเด็นแรก ก็คือว่าถ้าเราจะทำ เศรษฐกิจภาคเหนือ เรามีต้นทุนอะไรบ้าง ผมคิดว่าอันนี้ต้องชัดเจนนะครับท่านประธาน และต้นทุนที่มีอยู่เราจะทำอย่างไรกับมัน คำถามที่ ๒ ครับ การทำเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจ ภาคเหนือที่เราพูดกันตรงนี้ ใครเปึนคนได้และใครจะเปึนคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเรา แยกแยะไม่ได้ ผมคิดว่ากระบวนการที่ลงไป เรามักจะเห็นตลอดว่ามันจะมีกระบวนการที่ ขัดแย้ง คัดค้าน ประท้วง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าภารกิจ ๒ เรื่องนี้จะเปึนภารกิจของ กรรมาธิการที่จำเปึนจะต้องศึกษา ดังนั้นผมก็เลยจะอภิปรายในหลักการในญัตตินี้ เพื่อเปึน กรอบให้กรรมาธิการในการศึกษาถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการครับ ผมจะมองในภูมิสังคม ของภาคเหนือทั้งหมด ผมอาจจะมีอยู่ ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ อยากให้ฝ์าย โสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเป่ด Presentation)
ผมมีแค่สไลด์เดียวครับ ผมจะมองบริบทของภาคเหนือใน ๓ ประเด็น อันที่ ๑ คือด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อันที่ ๒ คือความหลากหลายของผู้คนและ วัฒนธรรม อันที่ ๓ ก็คือความเปึนเมืองชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ๓ บริบท ๓ ประเด็นนี้ ผมคิดว่าน่าจะเปึนประเด็นหลักพื้นฐานที่จะต้องมอง แล้วก็ที่จะต้องลง รายละเอียดก่อนที่จะลงว่าจะทำโครงการอะไร จะทำอะไร ๑ ๒ ๓ ๔
ประเด็นแรก คือประเด็นเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ท่านประธานย้อนไปเมื่อประมาณเปึน ๑๐๐ กว่าป้ที่แล้วนะ ครับ ประเทศตะวันตกได้ล่าอาณานิคม ได้เข้าไปยึดพื้นที่ในเอเชียหลายประเทศนะครับ ประเทศไทยก็เกือบจะเปึนอาณานิคม แต่ว่ากระบวนการต่อรองก็คือเรื่องผลประโยชน์ ผลประโยชน์ที่สำคัญที่จะนำไปสู่การต่อรองเจรจา ก็คือทรัพยากรธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของ ไม้ ต้นน้ำป่ง วัง ยม น่าน เปึนพื้นที่ต้นน้ำของเจ้าพระยา และในอดีตคือเปึนพื้นที่สัมปทาน ป์าไม้ทั้งหมดครับท่านประธาน ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ผมพยายามยกตัวอย่างว่า ในอดีต ต้นทุนของเราที่มีความสำคัญและมีความจำเปึนก็คือทรัพยากรป์าไม้ หากเราจะทำเรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ เราย้อนกลับไปดูเรื่องต้นทุนเหล่านี้ และพัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ เราจะเห็นว่ามันมีพื้นที่ที่ป์าต้นน้ำมีการปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข้าวโพด นำไปสู่เรื่องของ Soil Erosion การพังทลายของหน้าดิน แม่น้ำมีปัญหา ใช้สารเคมี ในมิติการพัฒนาเศรษฐกิจถ้าเรามองเรื่องนิเวศ ฐานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในแง่ของการสร้างพื้นที่สีเขียว หรือว่า Green Economic เศรษฐกิจสีเขียว ผมคิดว่าอันนี้เปึนประเด็นที่กรรมาธิการจะต้องคิด ต่อจากเรื่องของการสร้างป์า สร้างรายได้ เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วันนี้ประชาชนในพื้นที่ทำเต็มไปหมดเลยครับท่านประธาน แต่ว่ายังติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย อยู่ในเขตป์าทำอะไรก็ไม่ได้ ขอใบรับรองก็ไม่ได้ จัดกระบวนการอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้ ผมถามว่าตรงนี้จะทำอย่างไรในมิติทรัพยากร เรามี ทรัพยากรว่าด้วยเรื่องยาสมุนไพรครับ ภาคเหนือมีหมอเมือง หมอเมืองคือหมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทยเยอะแยะมากมายนะครับ เคยต่อสู้กันมา มีความขัดแย้งว่าเปึนหมอเถื่อน วันนี้ทรัพยากรเหล่านี้อยู่เต็มไปหมดเลยครับในวงจรธุรกิจ ไม่ว่าจะเปึนสปา ไม่ว่าจะเปึน กรมแพทย์ทางเลือก เรื่องของการพัฒนาตัวความหลากหลายทางชีวภาพ เรามีฐานทรัพยากร เยอะมากครับ วันนี้ยังติดข้อกฎหมาย ผมเคยไปถามผู้ประกอบการเล็ก ๆ ในภาคเหนือว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทยไปซื้ออะไร เขาไปซื้อยาดมครับ ยาดมเล็ก ๆ ที่มันทำ มาจากสมุนไพรอะไรพวกนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้การพัฒนาฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมันเปึนต้นทุนของภาคเหนือ จำเปึนอย่างยิ่งที่กรรมาธิการจะต้องเอากรอบนี้ไปพิจารณา เพื่อที่จะดึงเข้ามาในกรอบของการพัฒนาเศรษฐกิจครับ
บริบทที่ ๒ ครับท่านประธาน คือบริบทเรื่องของความหลากหลายของผู้คน และวัฒนธรรม ต้องยอมรับว่าภาคเหนือมีผู้คนที่หลากหลายมากครับ เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีอยู่ ๑๗ ชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งบนที่สูงและพื้นราบ คนที่มาท่องเที่ยวทุกวันนี้อาศัยความเปึน เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ความเปึนเฉพาะตรงนี้มาศึกษาวิถีชีวิตวัฒนธรรม เสื้อผ้าอาภรณ์ อาหาร สมุนไพรต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้คือต้นทุนที่เราจะต้องมองว่าเราจะหยิบยกขึ้นมา ได้อย่างไร ผมไปแอบดูนโยบายของประเทศจีน เขาเรียกว่าชนชาติกลุ่มน้อย นโยบาย ส่วนกลางสนับสนุนให้กับชนชาติกลุ่มน้อยแต่ละมณฑล ได้มีการบริหารจัดการตัวเอง จนนำไปสู่การเป่ดพื้นที่ท่องเที่ยวและนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจ ผมถามว่าตรงนี้มันคือต้นทุน หรือไม่ ในการคิดพิจารณาที่จะวางกรอบเรื่องการศึกษาเรื่องนี้ ผมเสนอว่าเรื่องนี้มีความ จำเปึนที่จะต้องศึกษา บนพื้นฐานความหลากหลายของผู้คน เรายังมีเรื่องของอาหาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรมบอกว่าวันนี้ มีอาหารประจำจังหวัดนะครับ จริง ๆ มันไม่ใช่แค่นั้นครับ อาหารที่เราพูดถึงคืออาหารก็เปึน ยาได้ครับ เพราะฉะนั้นคือความหลากหลายของผู้คนมันไปปรากฏในเรื่องของการแต่งกาย ภาษาพูด เรื่องอาหาร เรื่องของการใช้พื้นที่ หลากหลายมิติครับ อันนี้คือต้นทุนที่ ๒ ที่กรรมาธิการจะต้องมาพิจารณา
ประเด็นสุดท้ายครับ ในบริบทว่าด้วยเรื่องของเมืองที่ติดชายแดน ท่านประธานครับ ผมไล่ตั้งแต่จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน ลงมาทางจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่านประธานครับ เรามีประเทศเพื่อนบ้านที่ติดเรา เรามีด่านอยู่ ๔ ประเภท คือ ด่านพรหมแดนก็คือพรหมแดนติดกับตรงด่านเลยครับ อันที่ ๒ คือด่านถาวร อันที่ ๓ คือด่านชั่วคราว อันที่ ๔ คือช่องทางทางธรรมชาติ คำถามของผม ก็คือว่า ผมกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ในอาณาจักรล้านนา ท่านประธานครับ มันมีการ ค้าขายระหว่างเชียงตุง จังหวัดเชียงใหม่ ล้านนาและทางพม่ามาเปึนพัน ๆ ป้ วันนี้สิ่งสำคัญ ที่สุดก็คือว่าการจัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแต่ละประเทศที่ติดกับพวกเรานี้ มิติการบริหารชายแดน ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่าอันนี้ยังเปึนข้อบกพร่อง จุดอ่อนที่เรา จะต้องพิจารณา และที่สำคัญก็คือว่า วันนี้สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ ทางประเทศพม่า อำนาจรัฐ ซึ่งเรารู้ว่าที่ผ่านมานั้นเปึนของทหาร แต่สถานการณ์วันนี้ ความเสถียรภาพในการนำของอำนาจต่าง ๆ เหล่านี้มันมีความเปลี่ยนแปลงและมันมี ความสุ่มเสี่ยง เพราะฉะนั้นการที่จะพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ กรณีชายแดน ผมคิดว่า การคิดบริบทที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอื่น ๆ จึงจำเปึนอย่างยิ่ง สุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งที่ผมคิดว่ามันมีความจำเปึนที่จะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะศึกษาเรื่องนี้ ทำอย่างไร หากมีแผนหรือมีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคเหนือแล้ว ผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ จะไม่ถูกละเลย จะไม่ถูกทำให้เขาขยับออกไปเปึนคนชายขอบของพื้นที่ชายขอบ เขาจะมี พื้นที่มีตัวตน มีศักดิ์ศรี และได้ประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างไร ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน