ภูมิพัฒน์ เสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลดภาษี-ราคาน้ำมันเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อภิปรายเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ห่างไกลผ่านการลดภาษี ปรับราคาเชื้อเพลิงให้ถูกกว่ากรุงเทพฯ พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำ ไฟ ถนน และการขนส่ง รวมถึงผลักดันให้ภาคเอกชนมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพ โดยยกตัวอย่างการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านการลงทุนของเอกชนในโครงการชีวมวล

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม กระผมขออภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง ๑ ของท่านอดีตรัฐมนตรี ดอกเตอร์พรรณสิริ กุลนาถศิริ และของเพื่อน สส. อีกหลายท่าน เพื่อให้การพัฒนาเปึนรูปธรรม มีการพัฒนาให้ทั่วถึงทุกภาค ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ จนถึง ทุกหมู่บ้าน กระผมขอให้การสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือและทุกภาค รัฐบาล ต้องส่งเสริมการลงทุน จังหวัดที่ห่างไกล เช่น การเก็บภาษีภาคธุรกิจและรายได้บุคคลให้ ถูกลง น้ำมันเชื้อเพลิง แก๊ส ก็ให้เก็บภาษีถูกลงเช่นกัน จังหวัดที่อยู่ห่างไกลกรุงเทพฯ ยิ่งให้ เก็บภาษีถูกลงมาก ๆ เพื่อให้ภาคเอกชนได้ไปลงทุนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร จังหวัดที่อยู่ ห่างไกลกรุงเทพฯ ให้ราคาน้ำมันถูกกว่าในกรุงเทพฯ ลิตรละ ๒ บาท ถึง ๓ บาท เพราะปัจจุบันจังหวัดที่ยิ่งห่างไกลกรุงเทพฯ ยิ่งห่างไกลความเจริญ น้ำมันยิ่งราคาแพงมาก ยิ่งขึ้น พี่น้องประชาชนอยู่ในชนบทห่างไกลรายได้น้อย โอกาสก็น้อย แต่กลับกันต้องใช้น้ำมัน เชื้อเพลิง น้ำมันเติมเครื่องจักรเพื่อการเกษตร รถเพื่อการเกษตร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ แพงกว่าคนในกรุงเทพฯ รัฐบาลต้องส่งเสริมการลงทุนในชนบทห่างไกล และลดหย่อนภาษี ต่างจังหวัดให้มากกว่ากรุงเทพฯ ภาคเอกชนจะได้ไปตั้งโรงงานที่ห่างไกลมากขึ้น และรัฐบาล ต้องจัดให้มีน้ำไหล ไฟสว่าง ถนนหนทางดี มีสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้พร้อม พี่น้อง ประชาชนแรงงานจะมีงานทำอยู่ที่ถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง ได้มีเวลาดูแลลูกหลานของ ตัวเอง ดูแลครอบครัว ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ ปู์ย่าตายาย ทำให้เกิดความอบอุ่น ไม่มีปัญหาด้าน ครอบครัว ด้านสังคม ด้านความยากจนจะได้หมดไป มีอาชีพ มีงานทำ รายได้ดี ร่ำรวย ไม่มีหนี้สิน ลูกหลานไม่ต้องไปติดยาเสพติด ยาบ้า กัญชา กระท่อมกันมากขึ้น แรงงานคน หนุ่มสาวไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานในกรุงเทพฯ จังหวัดที่ห่างไกลหรือต่างประเทศ และทำให้มีปัญหาตามมาอย่างมากมาย การพัฒนาเศรษฐกิจต้องพัฒนาทุกด้านไปพร้อมกัน ต้องพัฒนาคน พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้น้ำไหล ไฟสว่าง หนทางดี ประชาชน ร่ำรวย ต้องมีน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรให้ทั่วถึงทั้งประเทศ เพราะปัจจุบันหลาย หมู่บ้านขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณในการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนน้ำ รัฐบาลต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องไฟฟัาแสงสว่าง ไฟฟัาครัวเรือน ไฟฟัาเพื่อการเกษตร เพราะมีอีกหลายครัวเรือนไม่มีไฟฟัา และพี่น้องเกษตรกรต้องการขยาย เขตไฟฟัาอีกจำนวนมาก ภาคเอกชนจะไปตั้งโรงงานในชนบท ในจังหวัดห่างไกลก็ตั้งไม่ได้ เพราะไม่มีกระแสไฟฟัา การพัฒนาต้องมีถนนดี ถนน ๔ เลน ๖ เลน ๘ เลน ไปทุกจังหวัด ทุกอำเภอ และถนนลาดยาง ๒ เลน พร้อมไฟฟัาส่องสว่างให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน เพื่อให้พี่น้อง ประชาชน เกษตรกร นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกสบาย ปลอดภัย เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น มีการซื้อการขายมากขึ้น นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศก็มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น และหลาย ประเทศไปมาหาสู่กันและสะดวกสบาย ไม่ต้องทำ Visa ในปัจจุบัน การคมนาคมสะดวก ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย และของรัฐบาลจะมีรถไฟทางคู่ไปทุกจังหวัด มีรถไฟความเร็วสูง ไปประเทศเพื่อนบ้านและหลายประเทศ และประเทศอื่น ๆ ก็จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง มาเชื่อม เพื่อให้การคมนาคม การขนส่งสินค้าได้สะดวกสบาย ได้ตรงเวลา ไม่เน่าเสีย พี่น้อง ประชาชนแรงงานจะมีรายได้ดี ค่าแรงสูงขึ้น มีการก่อสร้างรางรถไฟ แรงงาน คนงานมีงานทำ ร้านค้าขายดี โรงงานก็มีการผลิตสินค้ามากขึ้น นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะสะดวกสบาย เดินทาง โดยรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลต้องให้ภาคเอกชน นักธุรกิจ ธนาคาร ที่ปัจจุบัน มีกำไรป้ละหลายหมื่นล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ช่วยพัฒนา ประเทศในแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ จนถึงทุกหมู่บ้าน ให้ภาคเอกชนเปึนเจ้าของโครงการ เพราะภาคเอกชนมีความพร้อม ความคล่องตัว การแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ไม่ติดขัด ในกฎระเบียบเหมือนหน่วยงานราชการ ยกตัวอย่างเรื่องที่เห็นได้ชัดที่รัฐบาลประกาศเอาจริง เอาจังอย่างเด็ดขาดมาทุกรัฐบาล เรื่องฝุ์นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ประกาศให้ไม่เผา หยุดเผา เพราะมีควันพิษ หมอกควัน แต่ก็ยังแก้ไขไม่ได้ถึงทุกวันนี้ ถ้ารัฐบาลให้ภาคเอกชน ได้มาบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา PM2.5 ควันพิษ หมอกควันจะได้หมดไป เพราะปัจจุบัน ได้มีบริษัทภาคเอกชนเจ้าของบริษัทเล่าให้กระผมฟังว่า ได้ลงทุน ๓,๐๐๕ ล้านบาท ตั้งโรงงาน ชีวมวลในทุกจังหวัดของภาคเหนือ เพื่อรับซื้อวัสดุการเกษตร ฟางข้าว ตอซังข้าว นำมา อัดเม็ดเปึนเชื้อเพลิงชีวมวลส่งไปขายต่างประเทศ เกษตรกรจะได้หยุดเผา โรงงานจะไปรับซื้อ ทุกจังหวัดที่ภาคเหนือ เกษตรกรจะได้ร่ำรวย ไม่จนดักดานต่อไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน