สุรพงษ์ ป่ยะโชติ หารือเรื่องรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) โดยพูดถึงการปฏิรูปขนส่งมวลชน โดยมีการกำหนดเส้นทางขึ้นมาใหม่ แบ่งออกเป็น 4 Zone และเสนอการแก้ไขปัญหาการเดินรถ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนหรือไม่ และจะศึกษาและปรึกษาหารือกับสมาชิกสภาเพื่อแก้ไขปัญหา
เรียน ประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรพงษ์ ป่ยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมขนส่งทางบก ในฐานะที่เปึน Regulator คนคุมกฎนะครับ เรื่อง ขสมก. ประวัติค่อนข้างจะยาวนะครับ จะขออนุญาต ท่านประธานสภา เอาสไลด์ขึ้นนิดหน่อยเล่าอดีตให้ฟังว่าเปึนมาอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ก็คือ เริ่มจากเมื่อป้ ๒๕๕๘ ได้มีการศึกษาสภาพปัญหาของ ขสมก. ซึ่งมีการให้บริการ แล้วก็มี การขาดทุนสะสม แล้วก็การบริการเสื่อมถอย ก็ได้มีการตั้งการศึกษาดำเนินการก่อนปฏิรูป ขึ้นมาโดยใช้หน่วยงานของ สจร. เปึนผู้ศึกษา โดยนโยบายของคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ คนร. ผลการศึกษาออกมา ป้ ๒๕๕๙ มีมติให้ยกเลิกมติ ครม. ที่ให้ ขสมก. เปึน Monopoly เปึนเจ้าเดียวที่มีสิทธิในการเดินรถ ป้ ๒๕๖๐ มติ ครม. รับทราบแผนปฏิรูปครับ Pain Point ในหลักการก็คือที่บอกเมื่อสักครู่นี้นะครับ การไม่คล่องตัวของ ขสมก. ซึ่งมา สู่ผลของการปฏิรูปนะครับ ผลของการปฏิรูปก็ได้มีการกำหนดเส้นทางขึ้นมาใหม่ จากเดิม โดยเงื่อนไขก่อนนะครับ ก็ให้ ขสมก. กับรถร่วมเลือกเส้นทางวิ่งก่อน ที่เหลือก็ให้รายใหม่ เข้ามาดำเนินการ รายละเอียดปรากฏตามสไลด์ที่ฉายนะครับ อันนี้คือเปึน Chart ของวิธีการ ดำเนินการที่ผ่านมา คือต้องเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ คืออันนี้เปึน สิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ป้ ๒๕๖๖ ก็จะเห็นอดีตจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันก็ คือวันนี้ ขสมก. ไม่ได้เปึน Monopoly แล้ว แล้วก็มีรถร่วมที่เปึนเอกชนเข้ามาร่วม แล้วก็ที่ เราเห็นก็คือเปึนรถ EV เปึนส่วนใหญ่ ปัจจุบันคำถามที่ท่านสมาชิกถามว่า เส้นทาง การเดินรถ อันนี้เปึนเส้นทางทั้งหมด เส้นทางเดิม ๒๐๒ เส้นทาง โครงข่ายเส้นทางใหม่ ๒๖๙ เส้นทาง เปลี่ยนไปจากเดิมก็ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเนื่องจากการขยายตัวของเมือง แล้วก็รูปแบบต่าง ๆ ที่ตามผลการศึกษานะครับ ที่มาของเลขเส้นทางที่มีขีด จากที่ผม ได้สอบถามและผลการศึกษานี้ การแบ่งเปึน Zone สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง ก็ ๑ ๒ ๓ ๔ คณะศึกษาได้ให้เหตุผลนะครับว่า แต่ละ Zone หมายเลข ๑ สีน้ำเงิน ถ้าวิ่งไปไหนสุดท้าย ขากลับจะกลับมาอยู่ที่สีน้ำเงิน ก็คือกลัวพี่น้องประชาชนที่โดยสารหลงทาง แล้วอย่างไรก็ให้ จำว่าเลข ๑ คือสีน้ำเงิน Zone นี้จะต้องกลับมาบริเวณนี้ เลข ๒ ก็กลับมาสีเขียวเหมือนเดิม เลข ๓ ก็กลับมาสีแดงเหมือนเดิม เลข ๔ ก็กลับมาเหมือนเดิม อันนี้ที่มาของเลขหลักของ เส้นทางวิธีคิดของคณะที่ศึกษา และที่ให้ขนส่งนำมาปฏิบัติก็คือหลักการคิดเปึนแบบนี้นะ ครับ ส่วนความไม่เข้าใจ ปัจจุบันนี้ต่อ ๑ วันผู้ใช้บริการรถเมล์ ของ ขสมก. ก็ประมาณ ๑ ล้านคนต่อวัน นี่คิดตัวเลขของป้ ๒๕๖๖ ก็แบ่งตามจำนวนรายละเอียดตามเส้นทางของ ผู้ประกอบการ รายละเอียดตามที่ปรากฏอยู่ในสไลด์ครับ
ส่วนคำถามของท่านสมาชิกเรื่องของความงงหรือความไม่เข้าใจของพี่น้อง ประชาชนในตัวเลขรหัสในการเดินรถ อันนี้ทางรัฐบาลเองเราก็เข้ามาทีหลัง แต่ก็พยายามจะศึกษา และหาแนวทางแก้ไข ซึ่งวันนี้ถ้าเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ออกมาต้องการรูปแบบเปึนอย่างไร เดี๋ยวคงมีคณะกรรมการขนส่งกลาง จริง ๆ ผมได้มอบหมายไปได้ประมาณ ๑-๒ อาทิตย์แล้ว ว่าลองไปดูความเปึนมาเปึนไป ตามสไลด์ที่เห็นว่าที่มาที่ไปของการเริ่มต้น หลักการและวิธีคิด แล้วผลสะท้อนจากที่พี่น้องประชาชนได้สะท้อนกลับมา วันนี้ก็ได้นำมาตอบสมาชิกจนมาหยุด อยู่ตรงที่ว่าจะเปลี่ยนไหม วันนี้ผมยังไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนกลับไปกลับมาจะเปึนผลดี หรือเปล่า หรือแบบเดิมแล้วพยายามทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน PR ประชาสัมพันธ์ ให้เข้าใจในหลักการ ผมเรียนว่าหลักในการคิดในการแบ่ง Zone ๑ Zone ๒ Zone ๓ Zone ๔ เปึนสี ก็คือให้ความมั่นใจว่าวิ่งไปนอกเส้นทางขนาดไหนสุดท้ายก็กลับมาที่เดิม ในกรณีที่วิ่งนอกเส้นทาง อันนี้เปึนหลักการคิดของคณะศึกษา พอออกสู่ภาคปฏิบัติจริง ผมก็ ยังไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาการ PR ประชาสัมพันธ์ของ Operator ของผู้ประกอบการเพียงพอ หรือเปล่าที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ อันนี้ก็ต้องรับปัญหาจากท่านสมาชิกเอาไปศึกษาอีก สักพักหนึ่งว่าวิธีการที่เหมาะสมจะเดินต่อหรือจะเปลี่ยน ถ้าเราขาดเรื่อง PR ประชาสัมพันธ์ ให้เข้าใจเราก็จะเดินหน้าต่อ แล้วก็เติมเต็มตรงนั้นเข้าไปให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ แล้วจะมีการออกแบบสอบถาม มี Questionnaire ไปว่าเข้าใจหรือยัง แล้วก็คงมีทีมลงไป ศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าไม่เกิน ๙๐ วัน คงได้คำตอบที่ชัดเจนว่าวันนี้เรา PR ประชาสัมพันธ์พอหรือยัง ความที่พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจมีกี่เปอร์เซ็นต์ และเราจะสามารถ ทำให้เข้าใจได้โดยวิธีการเปลี่ยนหรือวิธีการทำความเข้าใจ ก็เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสมาชิกที่ถามคำถามครับ ขอบคุณครับ