ปรเมษฐ์ เสนอทบทวนกฎหมายประมง หวังเป็นธรรม-เยียวยาชาวบ้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

ปรเมษฐ์ จินา หารือปัญหาประมงชายฝั่งในสุราษฎร์ธานีที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ IUU และกฎหมายการเดินเรือระหว่างประเทศ พร้อมเสนอให้ทบทวนการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง การจัดการตนเองของจังหวัด การปรับโครงสร้างคณะกรรมการประมงให้เป็นธรรม และการทบทวนบทลงโทษและค่าปรับที่สูงเกินไป โดยเน้นการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต การกำหนดมาตรฐานเครื่องมือประมงอย่างลอบพับได้ การเยียวยาชาวประมงผ่านกองทุน และการจัดระเบียบพื้นที่ชายฝั่งด้วยการขึ้นทะเบียนสิทธิ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รบกวนการเดินเรือ และส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการต่อรองกับภาครัฐ

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ ก็คงจะมีส่วนร่วม เนื่องจากว่าในส่วนของสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่ทั้งหมด ๑๙ อำเภอ แต่ว่าอยู่ติดชายทะเล อยู่ในพื้นที่ประมงชายฝั่งถึง ๙ อำเภอ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอเรียนว่าในส่วนของการแก้ปัญหาในสถานการณ์ขณะนั้น ในปี ๒๕๕๘ ก็คงจะเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งเราก็คงจะไม่ว่ากัน สืบเนื่องจากว่า ณ วันนั้นรัฐบาลขณะนั้น จะต้องมีการปลดล็อกใบแดง ใบเหลือง ซึ่งทาง EU สหภาพยุโรปหรือว่าในส่วนขององค์กร IUU เขาก็ได้กำหนดเพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเรามองโลกในแง่ดีก็จะเห็นว่า ในส่วนของธรรมชาติ ในส่วนของการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรหรือว่าในส่วนของพื้นที่ ในเรื่องของชายฝั่งแล้วก็ปะการังต่าง ๆ มันก็กลับคืนมาสู่สภาวะที่ดีขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์ มันผ่านมาถึง ๙ ปี ในส่วนที่ชาวประมงได้นำเสนอปัญหาแล้วจากการที่ท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นั้นได้ลงในพื้นที่ ก็พบว่ามันมีปัญหาที่เกิดขึ้นบ้างเหมือนกัน เป็นต้นว่าในเรื่องของการกำหนดในส่วนของกฎหมายการเดินเรือระหว่างประเทศ หรือว่า ในส่วนของการกำหนดในพื้นที่ชายฝั่ง

แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการห้ามใช้เครื่องมือในเรื่องของการทำ การประมง ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของการที่เราจะแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ เราก็มีแนวทางที่จะ ดำเนินการอยู่หลายข้อตามที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเรียน แล้วที่สำคัญที่สุดในส่วนของ พรรครวมไทยสร้างชาติเราก็ได้เสนอร่างประกบเช่นกัน ส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งก็คืออยากจะให้ ทางจังหวัดได้มีการจัดการตนเอง เนื่องจากว่าในส่วนของปัญหาแต่ละพื้นที่ก็อาจจะ ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง ในสถานการณ์ที่ผ่านมาเราเกิดวิกฤติในส่วนของสถานการณ์ ของคอกหอยในอ่าวบ้านดอน แล้วก็มีการจลาจล มีถือปืนไล่ยิงกัน อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้องมีการแก้ปัญหา ยกตัวอย่าง ในเรื่องของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ผมมองว่าในร่างตัวที่จะแก้ไขเขาก็กำหนดให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วก็จะมีในส่วนของประมงจังหวัดเป็นเลขา แต่ในช่วงสถานการณ์วิกฤติดังกล่าว ผมได้ไปร่วมแก้ปัญหาแล้วก็ได้เชิญทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย ๆ ผมก็มองว่า ในเรื่องของผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องน่าจะมีเบญจภาคี ยกตัวอย่าง ก็คือ ๑. ในส่วนของ ราชการ ๒. ก็คือเอกชนหรือว่าผู้ประกอบการ ๓. ก็คือชาวประมง ๔. ก็เป็นนักวิชาการ แน่นอนว่าจะต้อง Backup ข้อมูล ส่วนที่ ๕ ที่สำคัญเช่นกันนั่นก็คือสื่อมวลชน ก็อยากจะให้ เติมเต็มตรงนี้ให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เพื่อให้จังหวัดได้สามารถที่จะดำเนินการในการแก้ปัญหา เพื่อความอยู่ดีมีสุขของในพื้นที่แต่ละจังหวัด ในส่วนอื่น ๆ หลายท่านก็คงจะพูดมาแล้ว ยกตัวอย่างเรื่องของบทกำหนดโทษเป็นต้นว่าเรือไปทำผิด ๑ ลำ ต้องมีความผิดทั้งอ่าว อันนี้ก็คงจะต้องมีการปรับปรุง หรือว่าในส่วนของชาวประมงคนเดียวทำผิดก็จะต้องมีโทษ ทั้งชาวประมง ๙ หมู่บ้าน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันนะครับ

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่หลายท่านพูดมาแล้วก็คือในเรื่องของค่าปรับที่โหดร้าย เหลือเกิน ก็คงจะต้องมีการปรับปรุงตรงนี้ แล้วก็จะมีข้อเสนอแนะกว้าง ๆ

๑. ในเรื่องของการแก้พระราชบัญญัติที่เราจะทำเป็นในส่วนของพระราชกำหนด ฉบับที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๖๐ ต้องดูว่าตัวไหนที่ท่านรัฐมนตรีหรือว่ากรรมาธิการลงไปรับเรื่องแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็เอามาดูเพื่อให้ความเป็นธรรมกับชาวประมง

๒. ในส่วนของเครื่องมือทำการประมง ในส่วนของที่เรียกว่าลอบพับได้ หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า ไอ้โง่ เนื่องจากว่าชั่วปู่ ชั่วย่า ชั่วตา ชั่วยาย เป็นวิถีทำกินของ ชาวบ้านอยู่แล้ว แต่ถ้ามันมีเรื่องของตาข่ายที่ชิดเกินไปเป็นการทำลายล้างเผ่าพันธุ์สัตว์น้ำ ก็คงจะต้องมีการกำหนดว่าความถี่ ความห่างเท่าไร เพื่อให้ชาวบ้านในการประกอบอาชีพ ตามวิถีชีวิตของเขาสามารถหากินได้ด้วย แต่ว่าจะต้องอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำให้มีความยั่งยืน ตรงนี้ก็คงจะต้องมีการกำหนดเพิ่มเติมในกฎหมาย

๓. ก็คงจะเป็นเรื่องของการจัดตั้งกองทุน แน่นอนที่ผ่านมาเราเยียวยา หลายกลุ่มหลายเป้าหมายที่ได้รับความกระทบ ในเรื่องของสถานการณ์โควิด-๑๙ แต่ในส่วน ของชาวประมงอันนี้ก็คงจะต้องมีการเยียวยาเขาด้วยเช่นกัน

๔. ก็คงจะต้องมีการขึ้นทะเบียนสิทธิ แน่นอนว่าในส่วนชาวบ้านที่เขาอยู่มา แต่เก่าก่อนเขาอาศัยทำกินในพื้นที่ของเขา แล้วก็มีการยกที่ที่ชาวประมงเขาเรียกว่า ขนำ หรือว่ากระต๊อบในพื้นที่เพื่อที่จะเฝ้าระวังดูแลสมบัติของเขา ที่ผ่านมาก็จะมีการจัดระเบียบ สังคมได้ทาง ศรชล. ไปรื้อ แต่ขอเรียนว่าการรื้อก็อาจจะรื้อเฉพาะในส่วนของที่เหนือน้ำขึ้นมา แต่ว่าในส่วนที่ยังอยู่ใต้น้ำก็เป็นอันตรายต่อการเดินเรือเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการดูแล อย่างเป็นระบบ แล้วผมมองว่าให้มาขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนส่วนหนึ่ง เมื่อเราจัดรูปแบบตรงนี้ได้ เราก็สามารถที่จะเก็บภาษีเข้ามาพัฒนาประเทศได้ด้วย แต่ต้องจัดระบบโดยพื้นที่ เหมือนที่ ผมบอกว่า ถ้าเราตั้งคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดได้ครอบคลุมทั้งเบญจภาคี ก็สามารถ จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ แล้วส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือให้ชาวประมงเขาได้รวมตัวกัน ตั้งเป็นสหกรณ์ประมงหรือว่ากลุ่มเกษตรกรผู้มีอาชีพทำการประมง ส่วนนี้ก็จะแก้ไขแล้วก็ เพิ่มอำนาจในการต่อรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชาวบ้านเขาสามารถจะดำเนินการได้ ผมก็ขอนำเรียนประเด็นที่เกี่ยวข้องประมาณนี้ ขอบคุณมากครับ