ฐิติมา ฉายแสง หารือประเด็นการแก้ไขร่างพระราชกำหนดการประมง โดยเสนอให้ขยายการพิจารณาครอบคลุมทั้งชาวประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ และผู้เพาะเลี้ยงน้ำจืด-น้ำกร่อย เพื่อแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากปลาทะเลน้ำลึกนำเข้าราคาต่ำจากมาเลเซียที่ส่งผลต่อตลาดในประเทศและอาจเข้าข่ายการทุ่มตลาด จึงเรียกร้องให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ. ประมง เพื่อเพิ่มบทบาทการคุ้มครองการค้า ป้องกันการทิ้งตลาด และกำหนดมาตรการคุ้มครองสินค้าประมงจากแรงกดดันด้านราคาจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อคุ้มครองเกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยแล้วก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ที่ได้มีเสนอเข้ามาถึง ๕ ร่างด้วยกัน เห็นด้วยกับการแก้ไข แล้วก็เห็นใจพี่น้องชาวประมง ดิฉันไปเยี่ยมพี่น้องชาวประมงจังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรีมา ได้เจอะเจอกับพี่น้องชาวประมงที่เดือดร้อนมาก ๆ จาก พ.ร.ก. การประมง ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนะคะ เจอะเจอว่าบางเจ้าถูกจับ เรือถูกล็อกอยู่ ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ แล้วก็เสียค่าปรับไป ๒ ล้านกว่าบาท จนกระทั่งเรือผุเขาก็มาร้อง ดิฉันไปในฐานะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ไปเยี่ยมและที่เห็นอกเห็นใจมาก สะเทือนใจมาก ก็คือมีอยู่เจ้าหนึ่งค่ะจังหวัดตราด ชื่อว่าป้าเต็งค่ะ ป้าเต็งเดือดร้อนมาก มีเรือลำเดียวเท่านั้นเอง แล้วแกก็ทำผิด ซึ่งแกก็ไม่รู้ว่าใครทำผิดอะไร แกก็บอกนะคะ แล้วแกก็ถูกปรับ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีเงินให้ สามีก็เครียดเป็นเส้นเลือดสมองแตก แล้วก็นอนติดเตียง เพราะฉะนั้นไม่มีรายได้ นี่เราพบเจอปัญหา ดีแล้วค่ะ ที่เรามาแก้ไขกัน เราแก้ไขอะไรกัน เราแก้ไขนิยาม ประมงพื้นบ้าน เราแก้ไขนิยาม ประมงพาณิชย์ แล้วเรา ก็แก้ไขบทกำหนดอัตราโทษให้ต่ำลง ซึ่งดีมากจะช่วยพี่น้องชาวประมงอย่างมาก แต่ว่า การแก้ไขนี้ดิฉันเองอาจจะพูดแตกต่างจากคนอื่นท่านประธาน พูดแตกต่างตรงที่ว่า มันไม่ได้มีแค่ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ แต่มันมีประมงเพาะเลี้ยงน้ำจืดน้ำกร่อยด้วย ซึ่งอาจจะเลี้ยงอยู่ตามถัง ตามบ่อ ตามกระชัง การดูแลประมงถ้าเราจะทำกฎหมายให้ชัดเจน เพราะมันมีฉบับนี้ฉบับเดียวที่จะช่วยพี่น้องประมงมันต้องดูให้ครบ ดูพี่น้องประชาชน เกษตรกรไม่ใช่แค่ชาวประมง ดูเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงด้วย ดูกันทุกกลุ่ม
ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันดิฉันจำเป็นต้องเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง พี่น้องเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงเขาเดือดร้อนมาก เขาโดนปลากะพงจากมาเลเซียนำเข้ามาตีตลาด ตีตลาดที่ราคาต่ำกว่า ๒๐ บาท ทุก ๆ ขนาดของปลา ดิฉันพูดในสภานี้หลายครั้ง เพราะว่า เขาเดือดร้อนจริง ๆ เขาเดือดร้อนตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ก่อนที่โควิดจะเกิดด้วยซ้ำ จนตอนนี้ ปี ๒๕๖๗ ยังไม่มีใครแก้ไขให้เขาเลย นั่นหมายความว่าเขาเดือดร้อนกันหลายล้านบาท เช่นเดียวกับพี่น้องที่มีเรือประมง บางคนเจ๊งไป ๑๔ ล้านบาท เจ๊ง ๕ ล้านบาท เจ๊งวันละเป็นหมื่น แล้วมันกี่วันมาแล้วไม่มีใครดูแล ดูในร่าง พ.ร.บ. การแก้ไขไม่มีพูดถึงประมงนี้เลย ไม่มีพูดถึงว่าอะไรว่าเราต้องดูแลเขาอย่างไร เขาถูกปลากะพงจากมาเลเซียนำเข้ามา ถามว่า ราคาต่ำกว่า ๒๐ บาททุกครั้ง มันคือ Dumping หรือเปล่า มันคืออุดหนุนปัจจัยการผลิต หรือเปล่า ปรากฏว่าประเทศมาเลเซียมีปัจจัยการผลิตช่วยเหลือไฟฟ้า ของเรา ๔.๔๐ บาท เขา ๑.๗๐ บาท น้ำมันเขาก็ถูกกว่า นี่เขาอุดหนุนอยู่ ถามว่าการอุดหนุนก็ดีราคาที่มี คนกระซิบบอกว่าที่มาเลเซีย ๙๐ บาท แต่มาขายที่เมืองไทยนำเข้ามา ๗๐ บาท อย่างนี้ ก็ Dumping สิ ถ้า Dumping ก็ผิดข้อตกลง GATT สิ แต่การนำเข้าเราห้ามเขานำเข้าไม่ได้ เพราะเดี๋ยวผิด WTO แล้วอย่างนี้มันคืออะไร
ดิฉันอยู่กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ก็รับฟังข้อเสนอแนะจากสมาคม ผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทยที่มาร้องเรียนที่กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ พอร้องเรียนเสร็จ ปรากฏว่าในวันนั้นอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศไม่ได้เข้ามา มีแต่กรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศค่ะ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศบอกว่าเรื่องนี้ Dumping หรือเปล่าต้องไปสืบ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ผม ดิฉันจึงรีบวิ่งไปที่กรรมาธิการงบประมาณ ที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการอยู่ เข้าไปถามอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเลย ปรากฏว่าอธิบดีตอบว่าอะไรรู้ไหมคะ เรื่องนี้ ผมไม่รู้เรื่องเลย ผมไม่เคยได้ยิน ไม่มีใครตั้งเรื่องมาหาผมเลย ตั้งเรื่องมาหน่อยสิครับ ให้สมาคมที่เป็นนิติบุคคลตั้งเรื่องมาหาผมเลย ผมจะได้ลงไปเจาะลึกเพื่อดูว่าเขา Dump ราคา หรือเปล่า นี่ท่านประธานมันไม่มีใครตั้งเรื่อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันพูดก็คือว่าในอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาตินี่ละค่ะ ทุกข้อเลยมีแค่เพียง ๑๐ ข้อ ท่านประธานคะ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายมีถึง ๓๐ ข้อ แต่นี่มีแค่ ๑๐ ข้อเท่านั้น แล้วแต่ละข้อลองอ่านดูไม่มีพูดถึงเรื่องการค้าที่อาจจะโดนโจมตีจากประเทศอื่น แล้วเป็นการ Dumping ไม่มีพูดถึงเลย ไม่มีการปกป้อง ไม่มีการสนใจ ได้แต่บอกในข้อ ๓ แค่เพียงบอกว่า กำหนดนโยบายการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศเป็นการพัฒนาเท่านั้น แต่ไม่มี การคุ้มครอง ในข้อ ๕ บอกว่ากำหนดมาตรการในการดำเนินการควบคุมให้บรรลุตามนโยบาย ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ถามว่า ๑-๔ เป็นเรื่องอะไร ก็เป็นเรื่องของประมงในน่านน้ำทะเล ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องดูแลเขาด้วย ดิฉันจึงขอเสนอว่าถ้าจะแก้ไขขอให้แก้ไข ใน (๓) ใน (๓) ของอำนาจหน้าที่คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติที่บอกว่า กำหนด นโยบายการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ แค่นี้สั้น ๆ ขอเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๙ (๓) ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน
กำหนดนโยบาย มาตรการเพื่อส่งเสริมการผลิต การพัฒนาและการจำหน่าย รวมถึงมาตรการคุ้มครองสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงที่ถูกละเมิดตามข้อตกลงทางการค้า ระหว่างประเทศ นี่คือข้อความที่ดิฉันอยากจะแก้ไขเพิ่มเติมไปด้วย เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปลากะพงโดนโจมตีมาจากมาเลเซียราคาต่ำกว่าตลอด หรือกุ้งจากเอกวาดอร์ หรือกุ้งจากอินเดีย สัตว์น้ำต่าง ๆ ตอนนี้หอยนางรมโดนโจมตีราคาถูก มาจากเวียดนาม ดังต่อไปนี้ท่านประธานเราจะไม่ดูแลพวกเขาหรือ ไม่ได้ ทำกฎหมายทั้งที ต้องดูแลพี่น้องที่เกี่ยวกับประมงให้รอบด้าน ขอบพระคุณค่ะ